← กลับไปยังบทความทั้งหมด

องค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE)

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นจากรากฐานของการประชุม CSCE ในปี ค.ศ. 1975 เพื่อลดความตึงเครียดในช่วงสงครามเย็น
  • มีรัฐสมาชิกครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 55.4% ของซีกโลกเหนือ
  • มีสำนักงานเลขาธิการตั้งอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
  • มีบทบาทสำคัญในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งผ่านสำนักงาน ODIHR เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย

องค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe หรือ OSCE) เป็นองค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาคที่มุ่งเน้นด้านความมั่นคง ประกอบด้วยรัฐสมาชิกในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย โดยมีพันธกิจครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การควบคุมอาวุธ การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร และการจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม

OSCE มีสำนักงานเลขาธิการตั้งอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และมีสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์ ณ องค์การสหประชาชาติ โดยมีบทบาทสำคัญในการแจ้งเตือนล่วงหน้า การป้องกันความขัดแย้ง การจัดการวิกฤต และการฟื้นฟูหลังความขัดแย้ง

แผนที่แสดงที่ตั้งของประเทศสมาชิก OSCE
แผนที่แสดงขอบเขตภูมิภาคที่ครอบคลุมโดยองค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป

ประวัติและการก่อตั้ง

OSCE มีรากฐานมาจาก การประชุมว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Conference on Security and Co-operation in Europe หรือ CSCE) ในปี ค.ศ. 1975 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็นเพื่อเป็นเวทีหารือระหว่างกลุ่มประเทศตะวันตกและกลุ่มประเทศตะวันออก

กระบวนการเฮลซิงกิ (Helsinki Process)

การเจรจาเริ่มต้นขึ้นจากการเสนอของสหภาพโซเวียต และได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี อูร์โฮ เคคโคเนน แห่งฟินแลนด์ เพื่อส่งเสริมนโยบายความเป็นกลางของฟินแลนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคและส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรม

ผลลัพธ์ที่สำคัญคือ ข้อตกลงสุดท้ายแห่งเฮลซิงกิ (Helsinki Final Act) ซึ่งลงนามโดย 35 รัฐสมาชิกระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 1 สิงหาคม ค.ศ. 1975 ณ Finlandia Hall โดยมีคาร์ดินัล อะโกสติโน คาซาโรลี นักการทูตจากสันตะสำนักเป็นประธานในพิธี

ภาพบรรยากาศการประชุม CSCE
การประชุมที่นำไปสู่การก่อตั้งโครงสร้างความมั่นคงในยุโรป

การเปลี่ยนผ่านสู่ OSCE

หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต บทบาทของ CSCE จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลก การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มต้นจาก กฎบัตรปารีสเพื่อยุโรปใหม่ (Charter of Paris for a New Europe) ในปี ค.ศ. 1990 และนำไปสู่การเปลี่ยนชื่อเป็น OSCE อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1995 ตามมติจากการประชุมที่กรุงบูดาเปสต์ในปี ค.ศ. 1994

โครงสร้างและภารกิจหลัก

OSCE ได้จัดตั้งกลไกการทำงานที่หลากหลายเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคง ได้แก่:

  • สำนักงานเลขาธิการ: ศูนย์กลางการบริหารงานในกรุงเวียนนา
  • สมัชชารัฐสภา: เวทีประสานงานระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐสมาชิก
  • ศูนย์ป้องกันความขัดแย้ง: มุ่งเน้นการลดความตึงเครียดและป้องกันสงคราม
  • สำนักงานสถาบันเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน (ODIHR): มีหน้าที่สังเกตการณ์และประเมินการเลือกตั้งในรัฐสมาชิก เพื่อสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยที่โปร่งใส

การสังเกตการณ์การเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา

ในปี ค.ศ. 2004 ตามคำเชิญของรัฐบาลสหรัฐฯ สำนักงาน ODIHR ได้ส่งคณะผู้ประเมินผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่การเลือกตั้งระดับประเทศของสหรัฐฯ ถูกสังเกตการณ์โดย OSCE แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยมีการสังเกตการณ์การเลือกตั้งระดับรัฐในฟลอริดาและแคลิฟอร์เนียในช่วงปี ค.ศ. 2002 และ 2003 มาแล้ว

ข้อวิพากษ์วิจารณ์และข้อจำกัด

สมาชิกบางส่วนของ OSCE ได้วิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างการตัดสินใจขององค์กร เนื่องจากรัสเซียและบางครั้งรวมถึงเบลารุส สามารถใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ในการตัดสินใจสำคัญ ๆ ได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการอนุมัติงบประมาณ การจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ หรือการขยายระยะเวลาปฏิบัติงานของภารกิจต่าง ๆ ในพื้นที่

คำถามที่พบบ่อย

OSCE คืออะไร?

OSCE คือ องค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มุ่งเน้นการป้องกันความขัดแย้ง การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และการควบคุมอาวุธในภูมิภาคยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย

OSCE แตกต่างจาก CSCE อย่างไร?

CSCE (Conference on Security and Co-operation in Europe) คือรูปแบบการประชุมที่เริ่มต้นในปี 1975 ส่วน OSCE คือองค์กรที่มีโครงสร้างถาวรและสำนักงานเลขาธิการ ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก CSCE ในปี 1995 เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทที่เปลี่ยนไปหลังสงครามเย็น

บทบาทของ OSCE ในการเลือกตั้งคืออะไร?

OSCE ดำเนินการผ่านสำนักงาน ODIHR เพื่อส่งคณะผู้สังเกตการณ์ไปประเมินความโปร่งใสและความเป็นธรรมของการเลือกตั้งในรัฐสมาชิก เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานประชาธิปไตยสากล