← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ออกซีฟลูออร์เฟน สารกำจัดวัชพืชกลุ่มไดฟีนิลอีเทอร์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นสารกำจัดวัชพืชกลุ่มไดฟีนิลอีเทอร์ที่ยับยั้งเอนไซม์ protoporphyrinogen oxidase
  • มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมวัชพืชใบกว้างและหญ้าในพืชผลหลากหลายชนิด โดยเฉพาะองุ่นและอัลมอนด์
  • มีความเป็นพิษสูงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและมีความคงทนในดินสูงแต่ชะล้างได้ยาก
  • มีค่า LD50 มากกว่า 5,000 มก./กก. ซึ่งถือว่ามีความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำในมนุษย์

ออกซีฟลูออร์เฟน (Oxyfluorfen) เป็นสารประกอบทางเคมีที่ใช้เป็นสารกำจัดวัชพืช (Herbicide) โดยถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมวัชพืชใบกว้างและหญ้าในพืชผลทางการเกษตรหลากหลายชนิด เช่น พืชตระกูลถั่ว ผลไม้ ไม้ยืนต้น และพืชไร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไร่องุ่นและสวนอัลมอนด์ นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้ในการควบคุมวัชพืชในพื้นที่พักอาศัยด้วย

โครงสร้างทางเคมีของออกซีฟลูออร์เฟน
โครงสร้างทางเคมีของออกซีฟลูออร์เฟน

กลไกการออกฤทธิ์

ออกซีฟลูออร์เฟนจัดอยู่ในกลุ่มสารกำจัดวัชพืชประเภท ไดฟีนิลอีเทอร์ (Diphenyl ether) โดยมีกลไกการทำงานผ่านการยับยั้งเอนไซม์ protoporphyrinogen oxidase ซึ่งส่งผลให้การผลิตคลอโรฟิลล์และเยื่อหุ้มเซลล์ของพืชถูกทำลาย สารนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มความต้านทานของ HRAC ดังนี้:

  • กลุ่ม G (ในออสเตรเลีย)
  • กลุ่ม E (ระดับสากล)
  • กลุ่ม 14 (ตามระบบตัวเลข)

แม้ว่าพืชจะสามารถดูดซึมสารผ่านทางยอดและใบได้อย่างรวดเร็ว แต่ออกซีฟลูออร์เฟนมีข้อจำกัดในด้านการเคลื่อนย้ายภายในพืช (Translocation) ที่ไม่ดีนัก เมื่อวัชพืชได้รับสาร อาการแห้งเหี่ยวจะเริ่มปรากฏภายในไม่กี่ชั่วโมง ตามด้วยการเกิดเนื้อเยื่อตาย (Necrosis) และตายลงในที่สุดภายในเวลาไม่กี่วัน

ความเป็นพิษและผลกระทบต่อสุขภาพ

ในมนุษย์ ออกซีฟลูออร์เฟนมีความเป็นพิษเฉียบพลันทางปาก ทางผิวหนัง และทางการหายใจในระดับต่ำ โดยมีค่า LD50 มากกว่า 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าไม่มีความเป็นพิษสูง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบหลักที่พบคือความเป็นพิษต่อตับและการเปลี่ยนแปลงของพารามิเตอร์ในเลือด เช่น ภาวะโลหิตจาง และถูกจัดว่าเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์

ประเด็นด้านสารปนเปื้อนและการกลายพันธุ์

มีการศึกษาพบว่าสารปนเปื้อนในออกซีฟลูออร์เฟนเกรดทางเทคนิคที่มีความบริสุทธิ์ต่ำ (ประมาณ 72.5%) อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อ DNA ในเชื้อ Salmonella ผ่านการกลายพันธุ์แบบ frameshift แต่สำหรับสารที่มีความบริสุทธิ์สูง (99% ขึ้นไป) ไม่พบผลกระทบในการก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ ปัจจุบันเกรดทางเทคนิคขั้นต่ำที่วางจำหน่ายมีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 97%

จากการทดสอบของ EPA พบว่าออกซีฟลูออร์เฟนไม่มีฤทธิ์ก่อให้เกิดความพิการในตัวอ่อน (Non-teratogenic) อย่างไรก็ตาม ในการทดลองความเป็นพิษเรื้อรังในสุนัขเป็นเวลาสองปี พบว่าเกิดการเปลี่ยนสีของเซลล์ตับ น้ำหนักตับเพิ่มขึ้น ค่า alkaline phosphatase สูงขึ้น เกิดถุงน้ำในท่อไต (Renal tube vacuolisation) และเกิดต่อมไทรอยด์อักเสบ

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามระบบ GHS ออกซีฟลูออร์เฟนถูกจัดเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมี "ความเป็นพิษสูงมากต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและมีผลกระทบระยะยาว"

  • ความเป็นพิษ: มีพิษต่อพืช สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และปลา รวมถึงอาจส่งผลกระทบแบบกึ่งเรื้อรังและเรื้อรังต่อนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
  • การตกค้าง: สารนี้มีความคงทนในดินสูง แต่มีการชะล้าง (Leaching) ต่ำ เนื่องจากละลายน้ำได้น้อยและมีความสามารถในการยึดเกาะกับดินได้ดี
  • การปนเปื้อน: สามารถปนเปื้อนในแหล่งน้ำผิวดินได้ผ่านการฟุ้งกระจายของละอองสเปรย์ (Spray drift) และการไหลบ่าของน้ำ (Runoff) โดยค่า LC50 ในปลาเทราต์มีค่าน้อยกว่า 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร

จากการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ในปี 1980 คาดการณ์ว่าค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ของสารนี้ในแหล่งน้ำจะอยู่ที่ประมาณ 127 วัน

การใช้งานทางการเกษตร

ออกซีฟลูออร์เฟนถูกนำมาใช้ในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โดยมีอัตราการใช้สูงสุดถึง 1,500 กรัมต่อเฮกตาร์ โดยมีลักษณะเด่นคือไม่จำเป็นต้องอาศัยน้ำฝน การชลประทาน หรือการผสมคลุกดินหลังการฉีดพ่น อย่างไรก็ตาม หากมีฝนตกหนักทันทีหลังการฉีดพ่น อาจทำให้สารกระเด็นไปโดนใบพืชหลัก ซึ่งทำให้เกิดอาการใบไหม้จากการสัมผัสได้

พืชที่ใช้และวัชพืชที่ควบคุม

พืชที่ใช้: ใช้ในไม้ผล (แอปเปิล, พีช, ลูกแพร์, พลัม), พืชตระกูลถั่ว (อัลมอนด์, วอลนัท, พีแคน), พืชผัก (หอมหัวใหญ่, บรอกโคลี, กะหล่ำปลี, กะหล่ำดอก), ยาสูบ, องุ่น, และพืชไร่ เช่น ฝ้าย หรือธัญพืชฤดูหนาว (ฉีดพ่นก่อนหว่าน)

วัชพืชที่ควบคุม: สามารถควบคุมวัชพืชใบกว้างได้หลายชนิด เช่น โยธกา (Black nightshade), หญ้าขี้กบ (Lambsquarters), และหญ้าพริก (Pigweed) รวมถึงควบคุมหญ้าบางชนิด เช่น หญ้าข้าวนก (Barnyard grass) และหญ้าไซ (Large crabgrass)

ชื่อทางการค้า

สารนี้ถูกจำหน่ายภายใต้ชื่อทางการค้า เช่น Goal, Galigan และ Oxyfluorfen 240

คำถามที่พบบ่อย

ออกซีฟลูออร์เฟนทำงานอย่างไร?

ออกซีฟลูออร์เฟนทำงานโดยการยับยั้งเอนไซม์ protoporphyrinogen oxidase ซึ่งส่งผลให้พืชไม่สามารถผลิตคลอโรฟิลล์ได้และทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ถูกทำลาย นำไปสู่การแห้งเหี่ยวและตายในที่สุด

ออกซีฟลูออร์เฟนเป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่?

มีความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำ แต่การได้รับสารในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อตับและทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และถูกจัดว่าเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์

ข้อควรระวังในการใช้สารนี้คืออะไร?

ควรระวังไม่ให้สารสัมผัสกับใบพืชหลักเนื่องจากจะทำให้เกิดอาการใบไหม้ และควรระวังการปนเปื้อนในแหล่งน้ำเนื่องจากมีความเป็นพิษสูงต่อสัตว์น้ำ

ออกซีฟลูออร์เฟนใช้กับพืชชนิดใดได้บ้าง?

ใช้ได้กับพืชหลายชนิด เช่น องุ่น, อัลมอนด์, แอปเปิล, พีช, พลัม, หอมหัวใหญ่ และพืชผักตระกูลกะหล่ำ รวมถึงใช้ฉีดพ่นก่อนหว่านในพืชไร่บางชนิด