← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Øystein Ore นักคณิตศาสตร์ผู้บุกเบิกด้านทฤษฎีวงแหวนและกราฟ

สรุปใจความสำคัญ

  • Øystein Ore เป็นศาสตราจารย์ตำแหน่ง Sterling Professor ที่มหาวิทยาลัยเยล ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดทางวิชาการของสถาบัน
  • เขาเป็นผู้บุกเบิกทฤษฎีกราฟและทฤษฎีแลตทิซในสหรัฐอเมริกา
  • เขาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของ Grace Hopper ผู้บุกเบิกด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์
  • เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of St. Olav จากนอร์เวย์เนื่องจากความช่วยเหลือในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

Øystein Ore (7 ตุลาคม 1899 – 13 สิงหาคม 1968) เป็นนักคณิตศาสตร์ชาวนอร์เวย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีผลงานโดดเด่นในด้านทฤษฎีวงแหวน (Ring Theory), การเชื่อมต่อแบบกาโลอา (Galois connections), ทฤษฎีกราฟ (Graph Theory) และประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์

ประวัติและการศึกษา

Ore จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออสโล (University of Oslo) ในปี 1922 โดยได้รับปริญญา Cand.Real. ด้านคณิตศาสตร์ และได้รับปริญญาเอกในปี 1924 จากสถาบันเดียวกัน ภายใต้การดูแลของ Thoralf Skolem โดยวิทยานิพนธ์ของเขามีชื่อว่า Zur Theorie der algebraischen Körper

นอกจากนี้ เขายังได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกิททิงเกน (Göttingen University) ซึ่งเขาได้เรียนรู้แนวทางใหม่ของ Emmy Noether ในด้านพีชคณิตนามธรรม และได้เป็นสมาชิกของสถาบัน Mittag-Leffler ในสวีเดน รวมถึงใช้เวลาศึกษาที่มหาวิทยาลัยปารีส ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยวิจัยที่มหาวิทยาลัยออสโลในปี 1925

เส้นทางอาชีพที่มหาวิทยาลัยเยล

ในปี 1927 มหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ได้จ้าง Ore Ore ในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ และได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นศาสตราจารย์เต็มตัวในปี 1929 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Sterling Professor ซึ่งเป็นตำแหน่งทางวิชาการสูงสุดของมหาวิทยาลัยเยลในปี 1931 โดยเขาดำรงตำแหน่งนี้จนกระทั่งเกษียณอายุในปี 1968

ผลงานทางคณิตศาสตร์ที่สำคัญ

ผลงานของ Ore ครอบคลุมหลายสาขา โดยมีจุดเด่นดังนี้:

  • ทฤษฎีวงแหวน: เขาพิสูจน์ทฤษฎีบทที่โด่งดังเกี่ยวกับการฝังโดเมนลงในวงแหวนการหาร (division ring) และนำเสนอ Ore condition ซึ่งช่วยให้สามารถกำหนดวงแหวนของเศษส่วนได้ รวมถึง Ore extension ซึ่งเป็นรูปแบบนามธรรมของวงแหวนพหุนาม
  • ทฤษฎีกราฟ: Ore เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกทฤษฎีกราฟในสหรัฐอเมริกา โดยมีผลงานที่สำคัญคือ Ore's theorem ซึ่งพิสูจน์ว่ากราฟที่มีความหนาแน่นเพียงพอจะมีวงจรแฮมิลตัน (Hamiltonian cycles)
  • ทฤษฎีแลตทิซ: เขาร่วมกับ Garrett Birkhoff ในการสร้างความเชี่ยวชาญด้านทฤษฎีแลตทิซในอเมริกา ซึ่งนำไปสู่การศึกษาเรื่องความสัมพันธ์แบบสมมูล (equivalence relations) และการเชื่อมต่อแบบกาโลอา
  • ทฤษฎีจำนวน: ในด้านทฤษฎีจำนวนเบื้องต้น เขาได้นำเสนอ Ore's harmonic numbers ซึ่งเป็นจำนวนที่มีค่าเฉลี่ยฮาร์มอนิกของตัวหารเป็นจำนวนเต็ม

การเป็นอาจารย์และผู้สร้างแรงบันดาลใจ

Ore เป็นอาจารย์ที่โดดเด่น โดยได้ดูแลวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของบุคคลสำคัญ เช่น Grace Hopper ผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์และพลเรือเอกกองทัพเรือสหรัฐฯ และ Marshall Hall, Jr. นักคณิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงด้านทฤษฎีกลุ่มและคอมบิเนทอริกส์

ความสนใจด้านอื่นและประวัติศาสตร์

Ore มีความสนใจอย่างลึกซึ้งในประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์ และได้เขียนหนังสือชีวประวัติของนักคณิตศาสตร์ชื่อดังอย่าง Cardano และ Niels Henrik Abel รวมถึงมีความหลงใหลในงานศิลปะ การวาดภาพ การปั้น และการสะสมแผนที่โบราณ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง Ore มีบทบาทสำคัญในขบวนการ "American Relief for Norway" และ "Free Norway" เพื่อช่วยเหลือประเทศบ้านเกิดของเขา ซึ่งทำให้เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of St. Olav ในปี 1947

ผลงานเขียนที่สำคัญ

ปีที่พิมพ์ชื่อหนังสือ
1934Les Corps Algébriques et la Théorie des Idéaux
1936L'Algèbre Abstraite
1948Number Theory and its History
1953Cardano, the Gambling Scholar
1957Niels Henrik Abel, Mathematician Extraordinary
1962Theory of Graphs
1963Graphs and Their Uses
1967The Four-Color Problem

คำถามที่พบบ่อย

Øystein Ore มีผลงานโดดเด่นในด้านใดบ้าง?

เขามีผลงานโดดเด่นในด้านทฤษฎีวงแหวน (Ring Theory), ทฤษฎีกราฟ (Graph Theory), การเชื่อมต่อแบบกาโลอา (Galois connections) และทฤษฎีแลตทิซ (Lattice Theory)

Ore's theorem ในทฤษฎีกราฟคืออะไร?

Ore's theorem เป็นทฤษฎีบทที่พิสูจน์ว่ากราฟที่มีความหนาแน่นของจุดยอด (vertices) เพียงพอ จะมีวงจรแฮมิลตัน (Hamiltonian cycles) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผ่านจุดยอดทุกจุดในกราฟเพียงครั้งเดียว

ใครคือลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงของ Øystein Ore?

ลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือ Grace Hopper ซึ่งต่อให้มาเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์และพลเรือเอกในกองทัพเรือสหรัฐฯ