← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พาเมลา แมคคอร์ดัก นักเขียนผู้บุกเบิกประวัติศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้เขียนหนังสือ 'Machines Who Think' ซึ่งเป็นหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ยุคแรกที่สำคัญที่สุดของปัญญาประดิษฐ์
  • มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ด้าน AI จากกลุ่มนักวิจัยระดับโลกให้แก่สาธารณชน
  • เขียนหนังสือรวมทั้งสิ้น 11 เล่ม รวมถึงนวนิยาย 3 เรื่อง และบันทึกความทรงจำ
  • ร่วมก่อตั้งชุดสะสม Traub-McCorduck ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เพื่ออนุรักษ์ประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์

พาเมลา แมคคอร์ดัก (Pamela McCorduck; 27 ตุลาคม ค.ศ. 1940 – 18 ตุลาคม ค.ศ. 2021) เป็นนักเขียนสารคดีและนักข่าวชาวอเมริกันเชื้อสายอังกฤษ ผู้มีชื่อเสียงจากการเขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความสำคัญทางปรัชญาของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) รวมถึงอนาคตของวิศวกรรม และบทบาทของสตรีในเทคโนโลยี นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้เขียนนวนิยายอีก 3 เรื่อง และเคยดำรงตำแหน่งรองประธานของ PEN American Center

ภาพพอร์ตเทรตของพาเมลา แมคคอร์ดัก
พาเมลา แมคคอร์ดัก นักเขียนผู้บันทึกประวัติศาสตร์การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

แมคคอร์ดักเกิดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1940 ที่เมืองลิเวอร์พูล สหราชอาณาจักร ในช่วงที่เมืองกำลังถูกโจมตีทางอากาศโดยกองทัพเยอรมัน (Luftwaffe) ในสงครามโลกครั้งที่สอง เธอเป็นบุตรคนโตในบรรดาสามพี่น้อง โดยมีมารดาเป็นช่างเสริมสวยและครู ส่วนบิดาเป็นเจ้าของวิทยาลัยเสริมสวย

เมื่ออายุได้ 6 ปี ในปี ค.ศ. 1946 เธอและครอบครัวได้ย้ายถิ่นฐานไปยังสหรัฐอเมริกาโดยเรือเดินสมุทร RMS Queen Elizabeth และเข้าสู่ประเทศผ่านเกาะเอลลิส (Ellis Island) โดยเริ่มอาศัยอยู่ที่เมืองรัทเทอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์

ด้านการศึกษา แมคคอร์ดักสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวรรณกรรมอังกฤษจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ในปี ค.ศ. 1960 และต่อมาได้รับปริญญาโทสาขาวรรณกรรมอังกฤษจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University)

เส้นทางอาชีพและการบันทึกประวัติศาสตร์ AI

แมคคอร์ดักเริ่มต้นอาชีพด้วยการสนับสนุนศาสตราจารย์เอ็ดเวิร์ด ไฟเกนบอม (Edward Feigenbaum) และจูเลียน เฟลด์แมน (Julian Feldman) ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ในการเขียนหนังสือชื่อ Computers & Thought (ค.ศ. 1963) ต่อมาเธอได้ติดตามไฟเกนบอมไปยังมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเพื่อช่วยก่อตั้งภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ในปี ค.ศ. 1965

ในช่วงที่เธอสอนอยู่ที่ภาควิชาภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) เธอได้มีโอกาสใกล้ชิดกับนักวิทยาศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์หลายท่าน เช่น ศาสตราจารย์เฮอร์เบิร์ต เอ. ไซมอน (Herbert A. Simon) ซึ่งเป็นผู้ผลักดันแนวคิดที่ว่าคอมพิวเตอร์สามารถเลียนแบบการคิดของมนุษย์ได้ รวมถึง ราจ เรดดี้ (Raj Reddy) และ อัลเลน นิวเวลล์ (Allen Newell)

จากการสัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ เธอได้เขียนหนังสือเล่มสำคัญคือ Machines Who Think: A Personal Inquiry Into the History and Prospects of Artificial Intelligence (ค.ศ. 1979) ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากมหาวิทยาลัย หนังสือเล่มนี้กลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ยุคแรกของการวิจัย AI โดยครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert Systems), หุ่นยนต์, การแก้ปัญหา, การเล่นเกม และการจดจำเสียงพูด

แมคคอร์ดักได้รับคำชมว่าสามารถถ่ายทอดเรื่องราวทางเทคนิคที่ซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย ด้วยลีลาการเขียนที่เป็นธรรมชาติและทักษะการสังเกตที่เฉียบคม

ผลงานเขียนและบทบาทอื่นๆ

นอกจากงานเขียนด้าน AI แล้ว แมคคอร์ดักยังได้ผลิตผลงานหลากหลายประเภท ดังนี้:

  • หนังสือด้านเทคโนโลยีและสังคม: เช่น The Universal Machine (ค.ศ. 1985), The Rise of the Expert Company (ค.ศ. 1988), และ Aaron's Code (ค.ศ. 1990)
  • ประเด็นทางสังคม: หนังสือ Futures of Women (ค.ศ. 1996) ซึ่งใช้การวางแผนสถานการณ์ (Scenario Planning) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้หญิงในอนาคต
  • นวนิยาย: เธอเขียนนวนิยายทั้งหมด 3 เรื่อง ได้แก่ Familiar Relations (ค.ศ. 1971), Working to the End (ค.ศ. 1972) และ The Edge of Chaos (ค.ศ. 2007) รวมถึง Bounded Rationality (ค.ศ. 2012)
  • บันทึกความทรงจำ: ผลงานชิ้นสุดท้ายของเธอคือ This Could Be Important: My Life and Times With the Artificial Intelligentsia (ค.ศ. 2019) ซึ่งเธอได้แสดงความเสียดายที่ไม่ได้เตือนถึงโอกาสในการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิดให้เร็วกว่านี้

ในด้านงานเขียนเชิงวารสารศาสตร์ เธอเป็นบรรณาธิการร่วมของนิตยสาร Wired และเขียนบทความให้แก่ The New York Times, Omni, Daedalus และ Michigan Quarterly Review

ชีวิตส่วนตัวและมรดกทางวิชาการ

แมคคอร์ดักแต่งงานกับโจเซฟ เอฟ. ทรอบ (Joseph F. Traub) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ในปี ค.ศ. 1969 หลังจากหย่าร้างกับสามีคนแรก โจเซฟ ทรอบ เป็นผู้ก่อตั้งภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์คนแรกที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

ในปี ค.ศ. 2018 ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนได้จัดตั้ง Traub-McCorduck collection ซึ่งเป็นชุดสะสมที่รวบรวมผลงานของเธอ รวมถึงเครื่องคำนวณยุคแรก, ต้นฉบับหนังสือ, และวัตถุโบราณทางประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ เช่น เครื่อง Enigma สองเครื่อง

พาเมลา แมคคอร์ดัก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 2021 ที่บ้านในเมืองวอลนัทครีก รัฐแคลิฟอร์เนีย สิบวันก่อนวันเกิดครบรอบ 81 ปีของเธอ

คำถามที่พบบ่อย

พาเมลา แมคคอร์ดัก มีชื่อเสียงจากผลงานเล่มใดมากที่สุด?

เธอมีชื่อเสียงมากที่สุดจากหนังสือเรื่อง 'Machines Who Think' (ค.ศ. 1979) ซึ่งเป็นหนังสือที่บันทึกประวัติศาสตร์และแนวโน้มของปัญญาประดิษฐ์ในยุคแรกเริ่ม

แมคคอร์ดักมีความเชี่ยวชาญด้านใด?

เธอเป็นนักเขียนสารคดีและนักข่าวที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์, วิศวกรรม, และความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับสังคม

Traub-McCorduck collection คืออะไร?

คือชุดสะสมทางประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่จัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2018 ณ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ประกอบด้วยเครื่องคำนวณยุคแรกและเอกสารสำคัญต่างๆ