← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พระแม่ปารวตี เทวีแห่งความรัก พลังงาน และความเป็นแม่ในศาสนาฮินดู

สรุปใจความสำคัญ

  • พระแม่ปารวตีเป็นร่างอวตารของพระแม่สติ (Sati) และเป็นพระชายาของพระศิวะ
  • ทรงเป็นหนึ่งใน Tridevi (ตรีเทวี) ร่วมกับพระแม่ลักษมีและพระแม่สรัสวดี
  • นาม 'ปารวตี' มีความหมายว่า 'ผู้มาจากภูเขา' เนื่องจากทรงเป็นธิดาของราชาฮิมวัน
  • ทรงเป็นมารดาของพระพิฆเนศ (Ganesha) และพระแม่ขันธกุมาร (Kartikeya)

พระแม่ปารวตี (Sanskrit: पार्वती, IAST: Pārvatī) หรือที่รู้จักในนาม อุมา (Uma) และ เการี (Gauri) เป็นหนึ่งในเทพีหลักของศาสนาฮินดู ทรงเป็นตัวแทนของพลังงาน ความรัก ความงาม ความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นแม่ ผู้ทรงเป็นส่วนหนึ่งของ Tridevi (ตรีเทวี) ร่วมกับพระแม่ลักษมีและพระแม่สรัสวดี

พระแม่ปารวตีในปางต่างๆ
พระแม่ปารวตีและปางต่างๆ ของพระแม่ในศาสนาฮินดู

บทบาทและตำนาน

ตามตำนาน พระแม่ปารวตีทรงเป็นพระชายาของพระศิวะ และเป็นร่างอวตารของพระแม่สติ (Sati) ซึ่งเป็นชายาคนแรกของพระศิวะที่ยอมสละร่างเพื่อตัดขาดจากบิดาหลังจากที่พระศิวะถูกดูหมิ่น การกำเนิดของพระแม่ปารวตีเป็นเหตุการณ์สำคัญทางจักรวาล เพื่อดึงพระศิวะออกจากความสันโดษและการบำเพ็ญตบะ เพื่อให้พระองค์ทรงกลับมาสู่ชีวิตครอบครัว

ในทางปรัชญา พระแม่ปารวตีทรงเป็น Shakti (ศักติ) หรือพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่ขับเคลื่อนจักรวาล หากปราศจากพระนาง พระศิวะจะทรงไม่สมบูรณ์ พระนางจึงเป็นตัวแทนของแรงผลักดันในการสร้างสรรค์ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างความสันโดษ (Asceticism) และการใช้ชีวิตแบบคฤหัสถ์ (Householder life)

สัญลักษณ์ของพระแม่ปารวตี
ความเชื่อมโยงระหว่างพระแม่ปารวตีและเทพีองค์อื่นๆ ในสายศักติ

นามและที่มาของชื่อ

คำว่า Parvata (ปารวต) ในภาษาสันสกฤตหมายถึง "ภูเขา" พระแม่ปารวตีจึงได้รับนามนี้เนื่องจากทรงเป็นธิดาของราชาฮิมวัน (Himavan) ผู้เป็นเจ้าแห่งขุนเขาและตัวแทนของเทือกเขาหิมาลัย ดังนั้นชื่อ ปารวตี จึงมีความหมายว่า "ผู้มาจากภูเขา"

พระนางยังมีนามอื่นๆ อีกมากมาย เช่น:

  • ไศลชา (Shailaja): ธิดาแห่งขุนเขา
  • ไศลปุตรี (Shailaputri): ธิดาแห่งภูเขา
  • ไฮมวตี (Haimavati): ธิดาแห่งฮิมวัน
  • อุมา (Uma): นามที่ใช้เรียกพระนางในคัมภีร์ยุคแรก
  • อปรณา (Aparna): ผู้ไม่รับประทานอาหาร (จากการบำเพ็ญตบะอย่างเคร่งครัด)
รูปเคารพพระแม่ปารวตี
รูปเคารพของพระแม่ปารวตีในศาสนสถาน
พระแม่ปารวตีและพระศิวะ
ความสัมพันธ์ระหว่างพระศิวะและพระแม่ปารวตีในเชิงสัญลักษณ์

ความสัมพันธ์กับปางอื่นๆ

พระแม่ปารวตีมักถูกเชื่อมโยงหรือถือว่าเป็นร่างอวตารเดียวกันกับเทพีองค์อื่นๆ เช่น พระแม่ทุรคา (Durga) และ พระแม่กาลี (Kali) ซึ่งเป็นปางที่แสดงออกถึงพลังอำนาจในการปราบปรามสิ่งชั่วร้ายและความดุร้าย เพื่อปกป้องโลกและรักษาความสงบสุข

สรุปบทบาทสำคัญ

บทบาท ความหมาย/ความสำคัญ
พระชายาของพระศิวะ สร้างสมดุลระหว่างความสันโดษและการใช้ชีวิตครอบครัว
มารดาของพระพิฆเนศและพระขันธกุมาร ตัวแทนของความรักและความเมตตาของความเป็นแม่
ศักติ (Shakti) พลังงานสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนจักรวาล

คำถามที่พบบ่อย

พระแม่ปารวตีเกี่ยวข้องกับพระแม่ทุรคาและพระแม่กาลีอย่างไร?

ในทางความเชื่อ พระแม่ปารวตีทรงเป็นร่างอวตารหรือปางต่างๆ ของพระแม่มหาเทวี (Mahadevi) โดยพระแม่ทุรคาและพระแม่กาลีเป็นปางที่แสดงถึงพลังอำนาจและการทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย ซึ่งต่างจากปางปารวตีที่เน้นความเมตตาและความรัก

ทำไมพระแม่ปารวตีจึงถูกเรียกว่า 'ศักติ' (Shakti)?

เพราะทรงเป็นตัวแทนของพลังงานศักดิ์สิทธิ์ (Divine Energy) ที่ขับเคลื่อนจักรวาล และเป็นพลังที่ทำให้พระศิวะทรงสมบูรณ์ ซึ่งหากปราศจากพระนาง พระศิวะจะทรงไม่สามารถสร้างสรรค์หรือขับเคลื่อนจักรวาลได้

พระแม่ปารวตีมีบุตรคือใครบ้าง?

พระนางทรงเป็นมารดาของเทพเจ้าผู้สำคัญสององค์ คือ พระพิฆเนศ (Ganesha) เทพแห่งความสำเร็จ และพระขันธกุมาร (Kartikeya) ซึ่งเป็นเทพแห่งการสงคราม