← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ นวัตกรรมลิฟต์แบบวนลูปในประวัติศาสตร์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นลิฟต์ที่เคลื่อนที่วนเป็นลูปต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดพัก
  • ชื่อ 'Paternoster' มาจากลักษณะที่คล้ายกับลูกประคำที่ใช้ในการสวดมนต์
  • มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าลิฟต์ทั่วไปถึง 30 เท่า ทำให้ถูกสั่งห้ามติดตั้งใหม่ในหลายประเทศ
  • ส่วนใหญ่ยังคงหลงเหลือและใช้งานอยู่ในประเทศเยอรมนีและสาธารณรัฐเช็ก

ลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ (Paternoster lift) คือลิฟต์โดยสารประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเป็นห่วงโซ่ของห้องโดยสารแบบเปิด ซึ่งโดยปกติจะออกแบบมาให้บรรจุคนได้สองคนต่อห้อง ห้องเหล่านี้จะเคลื่อนที่อย่างช้าๆ เป็นวงกลม (Loop) ขึ้นและลงภายในอาคารโดยไม่มีการหยุดพัก ทำให้ผู้โดยสารสามารถก้าวเข้าหรือออกจากลิฟต์ได้ในทุกชั้นที่ลิฟต์เคลื่อนที่ผ่าน

โครงสร้างภายในของลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์
ลักษณะการทำงานของลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ที่เคลื่อนที่วนเป็นลูป

ที่มาของชื่อ

คำว่า "Paternoster" มาจากภาษาละตินซึ่งแปลว่า "ข้าแต่พระบิดา" (Our Father) ซึ่งเป็นสองคำแรกของบทสวดภาวนาของพระเจ้า ชื่อนี้ถูกนำมาใช้เนื่องจากลักษณะการเคลื่อนที่ของลิฟต์ที่เป็นวงกลม คล้ายกับลูกประคำที่ใช้ในการสวดมนต์นั่นเอง

ภาพเคลื่อนไหวการทำงานของลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์
การเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องของห้องโดยสารในลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์

ประวัติและการพัฒนา

จุดเริ่มต้นของลิฟต์ประเภทนี้ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1866 เมื่อสถาปนิกชาวอังกฤษชื่อ ปีเตอร์ เอลลิส (Peter Ellis) ได้จดสิทธิบัตร "ลิฟต์หรือเครื่องยกทางกลที่ปรับปรุงใหม่" ซึ่งมีเพลาสองชุด และได้ติดตั้งลิฟต์ที่มีลักษณะคล้ายพาเทอร์นอสเตอร์เป็นครั้งแรกที่อาคาร Oriel Chambers ในเมืองลิเวอร์พูล เมื่อปี ค.ศ. 1868

ต่อมาในปี ค.ศ. 1878 เฟรเดอริก ฮาร์ต (Frederick Hart) วิศวกรชาวอังกฤษได้จดสิทธิบัตรลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ และบริษัท J & E Hall แห่งเมืองดาร์ตฟอร์ด รัฐเคนต์ ได้นำสิทธิบัตรของฮาร์ตมาใช้ติดตั้ง "Cyclic Elevator" ในอาคารสำนักงานในลอนดอนเมื่อปี ค.ศ. 1884 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างลิฟต์ประเภทนี้อย่างเป็นระบบ

ในยุโรปภาคพื้นทวีป ลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะในอาคารสาธารณะ เนื่องจากสามารถขนส่งผู้โดยสารได้จำนวนมากกว่าลิฟต์แบบปกติ โดยทั่วไปจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 20–45 เซนติเมตรต่อวินาที เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถก้าวเข้าและออกได้อย่างปลอดภัย

ภาพถ่ายลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ในอาคาร
ตัวอย่างการติดตั้งลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ในอาคารสำนักงานสมัยก่อน

ความปลอดภัยและข้อจำกัด

แม้จะมีความสะดวกในการไม่ต้องรอลิฟต์ แต่ลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูงกว่าลิฟต์แบบปกติอย่างมาก โดยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าลิฟต์ทั่วไปถึง 30 เท่า สาเหตุหลักมักเกิดจากการใช้งานผิดประเภท เช่น การขนย้ายสิ่งของขนาดใหญ่ (บันไดหรือรถเข็นห้องสมุด) หรืออุบัติเหตุจากการก้าวเข้า-ออกที่ผิดจังหวะ

กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับอันตรายมากที่สุดคือ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็ก ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุพลัดตกในช่องลิฟต์ได้ ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงสั่งห้ามการติดตั้งลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ใหม่ โดยในเยอรมนีตะวันตกได้สั่งห้ามติดตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1974

ห้องโดยสารของลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์
ห้องโดยสารแบบเปิดซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญด้านความปลอดภัย

สถานะในปัจจุบัน

ปัจจุบันการก่อสร้างลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์แบบดั้งเดิมได้ยุติลงตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1970 แต่ยังมีลิฟต์บางส่วนที่ยังคงใช้งานได้ โดยส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป โดยเฉพาะในเยอรมนีและสาธารณรัฐเช็ก

อย่างไรก็ตาม มีความพยายามในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เช่น ในปี ค.ศ. 2006 บริษัท Hitachi ได้ประกาศแผนพัฒนาลิฟต์สไตล์พาเทอร์นอสเตอร์ที่ทันสมัย โดยใช้การควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และติดตั้งประตูลิฟต์มาตรฐานเพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

ลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์แตกต่างจากลิฟต์ทั่วไปอย่างไร?

ลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ไม่มีการหยุดพักตามชั้นต่างๆ แต่จะเคลื่อนที่วนเป็นลูปอย่างต่อเนื่อง ผู้โดยสารต้องก้าวเข้าและออกจากห้องโดยสารในขณะที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนที่

ทำไมลิฟต์ประเภทนี้ถึงไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน?

เนื่องจากปัญหาด้านความปลอดภัยที่รุนแรง โดยเฉพาะความเสี่ยงในการพลัดตกหรือถูกหนีบในช่องลิฟต์ ซึ่งมีอัตราอุบัติเหตุสูงกว่าลิฟต์ปกติถึง 30 เท่า

ปัจจุบันยังสามารถพบลิฟต์พาเทอร์นอสเตอร์ได้ที่ไหนบ้าง?

ส่วนใหญ่พบได้ในยุโรป โดยเฉพาะในประเทศเยอรมนีและสาธารณรัฐเช็ก รวมถึงบางแห่งในออสเตรียและเบลเยียม

ชื่อ Paternoster มีที่มาจากอะไร?

มาจากภาษาละตินที่แปลว่า 'ข้าแต่พระบิดา' ซึ่งเป็นคำเริ่มต้นของบทสวดภาวนา โดยเปรียบเทียบรูปร่างของลิฟต์ที่วนเป็นลูปเหมือนกับสายลูกประคำ