พอล แวน บูอิเทเนน ผู้เปิดโปงการทุจริตในคณะกรรมาธิการยุโรป
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้เปิดโปงการทุจริตในคณะกรรมาธิการยุโรปปี 1998 ซึ่งนำไปสู่การลาออกของคณะกรรมาธิการชุด ฌัก ซองแตร์
- ก่อตั้งพรรค Europe Transparent และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภายุโรปในช่วงปี 2004-2009
- ได้รับรางวัล 'ชาวยุโรปแห่งปี' จาก Reader's Digest และ ABC โดยบริจาคเงินรางวัลเพื่อช่วยเหลือผู้เปิดโปงคนอื่น
- เกษียณอายุจากการเป็นเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปในปี 2011
พอล แวน บูอิเทเนน (Paul van Buitenen เกิด 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1957) เป็นอดีตนักการเมืองชาวดัตช์และอดีตเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป ผู้มีชื่อเสียงจากการเป็นผู้เปิดโปง (Whistleblower) ข้อมูลการทุจริตและการบริหารงานที่ผิดพลาดภายในคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโครงสร้างการบริหารของสหภาพยุโรป

การเปิดโปงครั้งสำคัญในปี ค.ศ. 1998
ในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชีในกองควบคุมการเงิน (Financial Control Directorate) ของคณะกรรมาธิการยุโรป แวน บูอิเทเนน ได้ตรวจพบความผิดปกติ การทุจริต และการบริหารจัดการที่ล้มเหลวภายในองค์กร เขาได้นำข้อมูลเหล่านี้แจ้งต่อสมาชิกสภายุโรปในวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1998
การเปิดโปงครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง โดยนำไปสู่การลาออกของคณะกรรมาธิการยุโรปทั้งชุดภายใต้การนำของ ฌัก ซองแตร์ (Jacques Santer) รวมถึงการพ้นจากตำแหน่งของ เอดิท เครสซง (Édith Cresson) ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการบริหารงาน
อย่างไรก็ตาม แวน บูอิเทเนน ต้องเผชิญกับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว เขาถูกสั่งพักงาน ถูกลดเงินเดือนลงครึ่งหนึ่ง และถูกดำเนินการทางวินัย แม้ภายหลังเขาจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าทำงานในบทบาทที่แตกต่างออกไป แต่เขาก็ตัดสินใจลาพักงานโดยไม่รับเงินเดือนเพื่อเข้าสู่เส้นทางการเมือง
บทบาททางการเมืองและพรรค Europe Transparent
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับการทุจริตและความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการในระดับยุโรป แวน บูอิเทเนน ได้ก่อตั้งพรรค Europe Transparent และลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภายุโรปในปี ค.ศ. 2004 ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งพรรคของเขาสามารถคว้าที่นั่งได้ 2 ที่นั่ง
ในระหว่างการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภายุโรป (ค.ศ. 2004–2009) เขาได้ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมาธิการด้านการควบคุมงบประมาณ (Committee on Budgetary Control) และมีบทบาทเป็นสมาชิกสำรองในคณะกรรมาธิการด้านคำร้อง (Committee on Petitions) รวมถึงคณะผู้แทนความสัมพันธ์กับสวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์
ในปี ค.ศ. 2008 เขาได้เผยแพร่สรุปรายงานภายในที่เป็นความลับเกี่ยวกับความผิดปกติในการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายและเงินช่วยเหลือบุคลากรของสหภาพยุโรปผ่านทางเว็บไซต์ของเขา และต่อมาได้ประกาศยุบพรรค Europe Transparent ในวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 2008 เพื่อเข้าร่วมกับพรรค ChristianUnion
การเปิดโปงในประเด็นอื่นๆ
นอกเหนือจากการทุจริตภายในคณะกรรมาธิการยุโรป แวน บูอิเทเนน ยังได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่าง ฟริตส์ โบลเคสไตน์ (Frits Bolkestein) กับธนาคาร Menatep ของรัสเซียและบริษัท Shell โดยระบุว่าทั้งสองแห่งมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีลับใน Clearstream ซึ่งเขาได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปในปี ค.ศ. 2005 แต่ไม่ได้รับการตอบสนองในการเปิดการสอบสวน
ชีวิตหลังการเมืองและการเกษียณอายุ
หลังจากการเลือกตั้งสภายุโรปในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2009 แวน บูอิเทเนน ได้กลับเข้าทำงานในคณะกรรมาธิการยุโรปอีกครั้งในหน่วยงาน DG RTD โดยทำหน้าที่ตรวจสอบความผิดปกติในสัญญาโครงการ Framework 7 ภายใต้การดูแลของอดีตเจ้าหน้าที่ OLAF จนกระทั่งเขาเกษียณอายุจากการเป็นเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปในช่วงกลางปี ค.ศ. 2011
รางวัลและการยอมรับ
จากการกล้าหาญในการเปิดโปงความจริง แวน บูอิเทเนน ได้รับการยกย่องให้เป็น "ชาวยุโรปแห่งปี" (European of the Year) โดยนิตยสาร Reader's Digest และสำนักข่าว Australian Broadcasting Corporation (ABC) ซึ่งเขาได้บริจาคเงินรางวัลทั้งหมดให้กับกองทุนในเนเธอร์แลนด์เพื่อช่วยเหลือผู้เปิดโปงคนอื่นๆ
คำถามที่พบบ่อย
พอล แวน บูอิเทเนน คือใคร?
เขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการยุโรปและนักการเมืองชาวดัตช์ ผู้มีชื่อเสียงจากการเป็นผู้เปิดโปงการทุจริตและการบริหารงานที่ผิดพลาดภายในสหภาพยุโรป
การเปิดโปงของเขาในปี 1998 ส่งผลอย่างไร?
นำไปสู่การลาออกของคณะกรรมาธิการยุโรปทั้งชุดภายใต้การนำของ ฌัก ซองแตร์ และการพ้นจากตำแหน่งของ เอดิท เครสซง
พรรคการเมืองที่เขาก่อตั้งชื่อว่าอะไร?
พรรค Europe Transparent ซึ่งเน้นการต่อสู้กับการทุจริตและความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการในระดับยุโรป
เขาได้รับรางวัลอะไรจากการเปิดโปงข้อมูล?
เขาได้รับรางวัล 'ชาวยุโรปแห่งปี' จาก Reader's Digest และ ABC ซึ่งเขาได้นำเงินรางวัลไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้เปิดโปงรายอื่นๆ
เขาเกษียณอายุเมื่อใด?
เขาเกษียณอายุจากการเป็นเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปในช่วงกลางปี 2011

