← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พอล ไวลี นักสเกตลีลาชาวอเมริกันเจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก

สรุปใจความสำคัญ

  • คว้าเหรียญเงินประเภทชายเดี่ยวในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1992
  • สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ และปริญญาโท MBA จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
  • คว้าแชมป์โลกเยาวชน (World Junior Championships) ในปี 1981
  • ประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในปี 2015 แต่รอดชีวิตมาได้

พอล ไวลี (Paul Wylie) เกิดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1964 เป็นนักสเกตลีลาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันสเกตลีลาชายเดี่ยวที่โอลิมปิกฤดูหนาวปี 1992

พอล ไวลี นักสเกตลีลาชาวอเมริกัน
พอล ไวลี ในระหว่างการแข่งขันสเกตลีลา

ประวัติส่วนตัวและการศึกษา

ไวลีเกิดที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เป็นบุตรคนสุดท้องในบรรดาลูกสามคน เมื่ออายุ 11 ปี ครอบครัวของเขาได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้มุ่งเน้นการฝึกซ้อมสเกตลีลาอย่างจริงจัง

ในด้านการศึกษา ไวลีมีความโดดเด่นไม่แพ้ด้านกีฬา เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ในปี ค.ศ. 1991 โดยได้รับปริญญาด้านรัฐศาสตร์ (Government) และต่อมาในปี ค.ศ. 2000 เขาได้กลับไปศึกษาต่อที่โรงเรียนธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) จนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA)

เส้นทางอาชีพนักสเกตลีลา

ไวลีเริ่มหัดสเกตตั้งแต่อายุ 3 ปี และได้รับการฝึกฝนจากโค้ชชื่อดังอย่าง คาร์โล ฟาสซี (Carlo Fassi) เป็นเวลานานถึง 9 ปี รวมถึงได้รับคำแนะนำจาก จอห์น เคอร์รี (John Curry) และ โรบิน คูซินส์ (Robin Cousins)

ความสำเร็จในระดับเยาวชนและระดับชาติ

  • ค.ศ. 1979: คว้าแชมป์ประเภทชายเดี่ยวระดับ Novice ในการแข่งขันชิงแชมป์สหรัฐอเมริกา (U.S. Championships)
  • ค.ศ. 1981: คว้าแชมป์สหรัฐฯ ระดับเยาวชน (U.S. Junior title) และแชมป์โลกเยาวชน (World Junior Championships) โดยในการแข่งขันแชมป์โลกเยาวชนครั้งนี้ เขาได้กระโดด Triple Toe Loops สองครั้งเป็นครั้งแรกในการแข่งขัน

นอกจากนี้ ไวลีเคยแข่งขันในประเภทคู่กับ ดานา แกรแฮม (Dana Graham) โดยคว้าแชมป์เยาวชนประเภทคู่ในการแข่งขันชิงแชมป์สหรัฐฯ ปี 1980 ก่อนจะยุติการเป็นคู่หูเนื่องจากปัญหาด้านทุนสนับสนุน

ความสำเร็จในระดับโอลิมปิกและอาชีพ

ไวลีคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1992 ที่เมืองอัลแบร์วิลล์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจอย่างมากในขณะนั้น เนื่องจากผลงานก่อนหน้าของเขาในการแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่เคยสูงกว่าอันดับที่ 9 และผลงานในการแข่งขันชิงแชมป์สหรัฐฯ ปี 1992 ก็ไม่เป็นที่น่าประทับใจจนถูกตั้งคำถามถึงการได้รับเลือกเข้าทีมโอลิมปิก

ในด้านสไตล์การสเกต เอลลิน เคสต์นบอม (Ellyn Kestnbaum) นักประวัติศาสตร์การสเกตลีลา ระบุว่าไวลีมีการผสมผสานระหว่างพลังที่เข้มแข็งแบบบุรุษเพศ (เช่น ท่าทางที่เลียนแบบการต่อสู้ด้วยดาบ) และความอ่อนช้อย (เช่น การใช้แขนและมือที่นุ่มนวล) ซึ่งทำให้เขาได้รับคะแนนด้านศิลปะสูงอย่างต่อเนื่อง

หลังจบโอลิมปิกปี 1992 ไวลีเข้าสู่เส้นทางนักสเกตอาชีพ โดยคว้าแชมป์ U.S. Open Professional Championship ปี 1992 และ World Professional Figure Skating Championships ปี 1993 รวมถึงร่วมแสดงกับคณะ Stars on Ice ตั้งแต่ปี 1992 ถึง 1998

ชีวิตหลังการเป็นนักกีฬาและงานปัจจุบัน

หลังเกษียณจากการเป็นนักกีฬา ไวลีได้ทำงานในสายงานการตลาดกับบริษัท The Walt Disney Company เป็นเวลาสองปี และต่อมาได้ทำงานเป็นผู้อำนวยการโครงการ Dare to be a Daniel ของสมาคม Billy Graham Evangelistic Association

ปัจจุบัน ไวลีดำเนินธุรกิจบริษัทนำเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับกีฬาชื่อ High Gear Travel และเป็นโค้ชสอนสเกตลีลาที่ Extreme Ice Center ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา นอกจากนี้เขายังเคยทำงานเป็นผู้บรรยายและนักวิเคราะห์กีฬาให้กับสถานี ESPN และ Universal Sports

ปัญหาสุขภาพ

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2015 ไวลีประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) ขณะออกกำลังกายกับเพื่อน ซึ่งเขาได้รับการช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ (Defibrillator) จนกระทั่งหัวใจกลับมาทำงานอีกครั้งและถูกนำส่งโรงพยาบาลในเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา เพื่อรับการรักษาในขั้นต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

พอล ไวลี ได้เหรียญอะไรในการแข่งขันโอลิมปิกปี 1992?

พอล ไวลี คว้าเหรียญเงินในประเภทชายเดี่ยวในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1992 ที่เมืองอัลแบร์วิลล์ ประเทศฝรั่งเศส

พอล ไวลี จบการศึกษาจากที่ไหน?

เขาสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และต่อมาได้รับปริญญาโท MBA จาก Harvard Business School

พอล ไวลี ทำอาชีพอะไรหลังเกษียณจากการเป็นนักสเกตลีลา?

เขาเคยทำงานด้านการตลาดกับ Disney, ทำงานกับสมาคม Billy Graham และปัจจุบันดำเนินธุรกิจ High Gear Travel พร้อมกับเป็นโค้ชสอนสเกตลีลา