← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โครงสร้างกองพลแบบเพนโทมิก การปรับตัวของกองทัพบกสหรัฐฯ ในยุคนิวเคลียร์

สรุปใจความสำคัญ

  • โครงสร้างเพนโทมิกถูกใช้โดยกองทัพบกสหรัฐฯ ระหว่างปี 1957-1963 เพื่อรับมือกับสมรภูมินิวเคลียร์
  • เน้นการแบ่งกองพลออกเป็น 5 กลุ่มรบ (Battle Groups) เพื่อกระจายกำลังและลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์
  • ออกแบบโดยนายพลแมกซ์เวลล์ ดี. เทย์เลอร์ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดความล่าช้าในการสั่งการ
  • นำไปสู่การสร้างระบบ CARS เพื่อรักษาประวัติศาสตร์ของหน่วยรบหลังจากระบบกรมแบบดั้งเดิมถูกยกเลิก

เพนโทมิก (Pentomic) เป็นโครงสร้างการจัดกำลังพลสำหรับกองพลทหารราบและกองพลส่งทางอากาศที่กองทัพบกสหรัฐอเมริกานำมาใช้ในช่วงปี ค.ศ. 1957 ถึง 1963 เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามและการคาดการณ์ถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในสมรภูมิอนาคต คำว่า "เพนโทมิก" มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก pente (ห้า) และ tome (ส่วน) ซึ่งสะท้อนถึงการแบ่งหน่วยย่อยภายในกองพลออกเป็น 5 ส่วน

แนวคิดและวัตถุประสงค์

เป้าหมายหลักของโครงสร้างแบบเพนโทมิกคือการสร้างหน่วยรบที่สามารถกระจายตัวได้อย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเป้าหมายของอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากในสมรภูมิที่มีนิวเคลียร์ การรวมกำลังพลจำนวนมากในจุดเดียว (เช่น การจัดทัพแบบหัวหอกหรือ Blitzkrieg ในสงครามโลกครั้งที่ 2) จะทำให้หน่วยรบนั้นกลายเป็นเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบและถูกทำลายล้างได้ด้วยระเบิดนิวเคลียร์เพียงลูกเดียว

โครงสร้างนี้เปลี่ยนจากการใช้กองพลน้อย (Brigade) แบบดั้งเดิม มาเป็น กลุ่มรบ (Battle Groups) จำนวน 5 กลุ่ม ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีความคล่องตัวสูงกว่ากองพลน้อย แต่มีขีดความสามารถในการรุกมากกว่ากองพัน (Battalion) แบบปกติ เพื่อให้สามารถดำเนินกลยุทธ์และเข้าปะทะได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม ลดระยะเวลาในการจัดระเบียบการโจมตี ซึ่งเป็นการลดโอกาสที่ศัตรูจะตอบโต้ด้วยการโจมตีทางนิวเคลียร์

แผนผังโครงสร้างกองพลแบบเพนโทมิก
แผนผังแสดงการจัดองค์กรของกองพลแบบเพนโทมิกที่เน้นการกระจายอำนาจการสั่งการไปยังกลุ่มรบทั้ง 5

บริบททางประวัติศาสตร์และการนำไปใช้

ผลกระทบจากอาวุธนิวเคลียร์ต่อหลักนิยมทางทหาร

การนำยานยนต์มาใช้ในกองทัพทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางยุทธวิธีอย่างรวดเร็ว ในสงครามโลกครั้งที่ 1 การยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่และการป้องกันที่หนาแน่นทำให้การเคลื่อนที่ทำได้ยาก แต่เมื่อมีการนำรถถังมาใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 แนวคิด "การโจมตีแบบสายฟ้าแลบ" (Blitzkrieg) จึงเกิดขึ้น โดยการรวมกำลังพลที่มีความคล่องตัวสูงเข้าตีจุดเดียวเพื่อทะลวงแนวป้องกัน

อย่างไรก็ตาม อาวุธนิวเคลียร์ได้ทำลายแนวคิดการรวมกำลังนี้อย่างสิ้นเชิง นักวางแผนทางทหารในทศวรรษ 1950 มองว่าหน่วยทหารราบและหน่วยยานเกราะแบบดั้งเดิมมีความเปราะบางอย่างยิ่ง นำไปสู่การปรับนโยบาย "New Look" ในปี 1953 และ "New New Look" ในปี 1955 ซึ่งเน้นการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสมรภูมิเพื่อสกัดกั้นการรุกคืบของกองกำลังสนธิสัญญาเวอซอ (Warsaw Pact) ในยุโรป

การขับเคลื่อนโดยนายพลแมกซ์เวลล์ ดี. เทย์เลอร์

ในปี 1955 นายพลแมกซ์เวลล์ ดี. เทย์เลอร์ (Maxwell D. Taylor) เข้ารับตำแหน่งเสนาธิการทหารบกสหรัฐฯ และต้องการปรับโฉมกองทัพบกให้ดู "ทันสมัย" และมี "เสน่ห์" ตามคำแนะนำของประธานาธิบดีดไวท์ ไอเซนฮาวร์ เขาจึงออกแบบแนวคิดเพนโทมิกเพื่อลดขั้นตอนการสื่อสารระหว่างโครงสร้างการบังคับบัญชาที่ซับซ้อน ซึ่งมักก่อให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติการ

นายพลวิลเลียม เวสต์มอร์แลนด์ (William Westmoreland) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการกองพลส่งทางอากาศที่ 101 (101st Airborne Division) ซึ่งเป็นหน่วยแรกที่ถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างเป็นแบบเพนโทมิก แม้ว่าในทางปฏิบัติ นายทหารหลายนายจะมองว่าแผนนี้เป็นความล้มเหลวและเป็นเพียงความพยายามของนายพลเทย์เลอร์ในการเพิ่มจำนวนกองพลในกระดาษโดยการลดกำลังพลจริงในแต่ละหน่วย

การจัดการสายการบังคับบัญชาและประเพณี

การปรับโครงสร้างแบบเพนโทมิกส่งผลให้ระบบกรม (Regiment) แบบดั้งเดิมถูกยกเลิกไป ซึ่งสร้างปัญหาในการรักษาประวัติศาสตร์และเกียรติยศของหน่วยรบ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ กองทัพบกสหรัฐฯ จึงได้นำระบบ U.S. Army Combat Arms Regimental System (CARS) มาใช้ในปี 1957 เพื่อให้สามารถรักษาประเพณีและสายการบังคับบัญชาทางประวัติศาสตร์ไว้ได้ แม้ว่าโครงสร้างทางยุทธวิธีจะเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมของยุคสมัย

การยอมรับในระดับสากล

นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่นำโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับแบบเพนโทมิกมาใช้ชั่วคราวในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามนิวเคลียร์ ได้แก่ ฝรั่งเศส (เริ่มตั้งแต่ปี 1955), ออสเตรเลีย, ตุรกี และสเปน

คำถามที่พบบ่อย

โครงสร้างแบบเพนโทมิกคืออะไร?

คือการจัดโครงสร้างกองพลของกองทัพบกสหรัฐฯ ที่แบ่งหน่วยย่อยออกเป็น 5 กลุ่มรบ (Battle Groups) แทนการใช้กองพลน้อยแบบเดิม เพื่อให้สามารถกระจายตัวและปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วในสมรภูมิที่อาจมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี

ทำไมต้องใช้โครงสร้าง 5 ส่วน (Penta)?

เพื่อลดการรวมตัวของกำลังพลจำนวนมากในจุดเดียว ซึ่งจะทำให้ตกเป็นเป้าหมายที่ง่ายต่ออาวุธนิวเคลียร์ และเพื่อให้มีความคล่องตัวในการรุกและรับมากกว่าโครงสร้างแบบเดิม

ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดนี้?

นายพลแมกซ์เวลล์ ดี. เทย์เลอร์ (Maxwell D. Taylor) เสนาธิการทหารบกสหรัฐฯ ในขณะนั้น เป็นผู้เสนอแนวคิดนี้เพื่อปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและรับมือกับสงครามยุคนิวเคลียร์

ประเทศอื่นนำแนวคิดนี้ไปใช้หรือไม่?

ใช่ มีหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ตุรกี และสเปน ที่นำโครงสร้างที่คล้ายคลึงกันมาใช้ในช่วงเวลาเดียวกัน

ทำไมโครงสร้างนี้ถึงถูกยกเลิกในเวลาต่อมา?

เนื่องจากมีข้อบกพร่องในทางปฏิบัติและไม่ได้รับความเห็นชอบจากนายทหารระดับปฏิบัติการ ซึ่งนายพลวิลเลียม เวสต์มอร์แลนด์ ได้แนะนำให้ยกเลิกหลังจากสิ้นสุดการบังคับบัญชากองพลส่งทางอากาศที่ 101 ในปี 1960