← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

สรุปใจความสำคัญ

  • PIM คือกระบวนการจัดการข้อมูลที่บุคคลดำเนินการเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและบทบาทต่างๆ ของตนเอง
  • เป้าหมายของ PIM คือการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ในรูปแบบที่เหมาะสม และในเวลาที่ต้องการ
  • ข้อมูลส่วนบุคคลในบริบทของ PIM แบ่งออกเป็น 6 มิติ ได้แก่ ข้อมูลที่เป็นเจ้าของ, ข้อมูลเกี่ยวกับตัวฉัน, ข้อมูลที่ส่งถึงฉัน, ข้อมูลที่ส่งโดยฉัน, ข้อมูลที่ฉันประสบ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับฉัน

การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Information Management หรือ PIM) คือการศึกษาและการประยุกต์ใช้กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลดำเนินการเพื่อจัดหา สร้าง จัดเก็บ จัดระเบียบ บำรุงรักษา เรียกคืน และใช้รายการข้อมูล เช่น เอกสาร (ทั้งในรูปแบบกระดาษและดิจิทัล) หน้าเว็บ และข้อความอีเมล เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งในการทำงานและบทบาทต่างๆ ของบุคคล เช่น การเป็นพ่อแม่ พนักงาน เพื่อน หรือสมาชิกของชุมชน โดย PIM ถือเป็นการจัดการสารสนเทศที่มีขอบเขตอยู่ภายในตัวบุคคล (Intrapersonal scope)

เป้าหมายและบทบาทของ PIM

เป้าหมายหลักของ PIM คือการทำให้บุคคลสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ในสถานที่ที่เหมาะสม ในรูปแบบที่ต้องการ และมีความสมบูรณ์และคุณภาพเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการในขณะนั้น การนำเทคโนโลยีและเครื่องมือต่างๆ มาใช้ช่วยลดเวลาในกิจกรรมที่ซ้ำซ้อนและเสี่ยงต่อความผิดพลาด เช่น การค้นหาและการจัดระเบียบข้อมูล อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องมือเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะข้อมูลท่วมท้น (Information Overload) ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

รูปแบบการจัดการข้อมูลในบริบทต่างๆ

บุคคลจัดการข้อมูลในสภาพแวดล้อมและเหตุผลที่แตกต่างกัน โดยใช้ข้อมูลหลากหลายประเภท ตัวอย่างเช่น:

  • บริบทการทำงาน: พนักงานออฟฟิศแบบดั้งเดิมอาจจัดการเอกสารทางกายภาพในตู้เก็บเอกสาร โดยใช้แฟ้มแขวนที่จัดเรียงตามตัวอักษรของชื่อโครงการ ในขณะที่พนักงานยุคใหม่จะจัดระเบียบเอกสารดิจิทัลในโฟลเดอร์เสมือนของระบบไฟล์ในคอมพิวเตอร์ หรือใช้บริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage) เช่น Dropbox, Microsoft OneDrive หรือ Google Drive
  • บริบทส่วนตัว: พ่อแม่อาจเก็บรวบรวมและจัดระเบียบรูปถ่ายของลูกๆ ไว้ในอัลบั้มภาพ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งอัลบั้มกระดาษหรืออัลบั้มดิจิทัล

นอกจากวิธีการจัดเก็บแล้ว PIM ยังให้ความสำคัญกับวิธีการเรียกคืนข้อมูล (Retrieval) เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น การค้นหาเอกสารทางกายภาพโดยการระลึกถึงชื่อโครงการแล้วค้นหาตามตัวอักษร หรือการใช้ระบบค้นหาในอีเมล (Fielded Search) เช่น การค้นหาตามชื่อผู้ส่ง หัวข้อ หรือวันที่

มิติของข้อมูลส่วนบุคคล

ในการศึกษาด้าน PIM มีการแบ่งประเภทของข้อมูลที่ถือว่าเป็น "ข้อมูลส่วนบุคคล" ออกเป็น 6 มิติ ดังนี้:

  • ข้อมูลที่เป็นเจ้าของ (Owned by me): ข้อมูลที่บุคคลเป็นเจ้าของ เช่น เอกสารในห้องทำงาน อีเมลในบัญชีส่วนตัว หรือไฟล์ในคลาวด์ ซึ่งนำไปสู่ประเด็นเรื่องการเก็บรักษาข้อมูลระยะยาว (Personal Archiving) และการอนุรักษ์ข้อมูลดิจิทัล (Digital Preservation)
  • ข้อมูลเกี่ยวกับตัวฉัน (About me): ข้อมูลที่ผู้อื่นจัดเก็บเกี่ยวกับบุคคลนั้น เช่น ประวัติเครดิต ประวัติสุขภาพ หรือประวัติการค้นหา ซึ่งส่งผลต่อชื่อเสียงและการได้รับการปฏิบัติ และเกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นด้านความเป็นส่วนตัว (Privacy)
  • ข้อมูลที่ส่งถึงฉัน (Directed toward me): ข้อมูลที่ส่งมาถึงบุคคล เช่น อีเมล การโทรศัพท์ โฆษณาทางเว็บ หรือการแจ้งเตือนต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการความสนใจ (Attention Management) และการใช้ระบบกรองข้อมูล (Information Filtering)
  • ข้อมูลที่ส่งหรือโพสต์โดยฉัน (Sent/Posted by me): ข้อมูลที่บุคคลสร้างและเผยแพร่ เช่น อีเมลที่ส่งออก บล็อก โพสต์ในโซเชียลมีเดีย หรือบทความที่ตีพิมพ์ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ผู้อื่นมีต่อบุคคลนั้น
  • ข้อมูลที่ฉันประสบ (Experienced by me): ข้อมูลที่บันทึกประสบการณ์ของบุคคล เช่น ประวัติการเข้าชมเว็บ รูปถ่าย บันทึกประจำวัน หรือข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ (Lifelogging) เช่น Fitbit หรือ Apple Watch ซึ่งนำไปสู่แนวคิดเรื่อง "ตัวตนเชิงปริมาณ" (Quantified Self)
  • ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับฉัน (Relevant to me): ข้อมูลที่บุคคลอาจยังไม่ทราบแต่ควรทราบ ซึ่งมักถูกนำเสนอผ่านระบบแนะนำ (Recommender Systems) หรือผ่านเครือข่ายสังคมของเพื่อนและครอบครัว

คำถามที่พบบ่อย

PIM คืออะไร?

PIM ย่อมาจาก Personal Information Management คือการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นกิจกรรมที่บุคคลทำเพื่อจัดเก็บ จัดระเบียบ และเรียกใช้ข้อมูลต่างๆ เช่น เอกสาร อีเมล และหน้าเว็บ เพื่อใช้ในการทำงานหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน

การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลแตกต่างจากการจัดการความรู้ส่วนบุคคล (PKM) อย่างไร?

ในบางคำจำกัดความ การจัดการความรู้ส่วนบุคคล (Personal Knowledge Management หรือ PKM) ถูกมองว่าเป็นสาขาย่อยของ PIM โดย PIM จะเน้นที่การจัดการรายการข้อมูล (Informational items) ในขณะที่ PKM จะเน้นที่การสร้างและจัดการความรู้ที่เกิดจากการสังเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น

ภาวะข้อมูลท่วมท้น (Information Overload) เกี่ยวข้องกับ PIM อย่างไร?

แม้ว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้การจัดการข้อมูลสะดวกขึ้น แต่การเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ง่ายเกินไปอาจทำให้บุคคลเกิดภาวะข้อมูลท่วมท้น ซึ่งทำให้การตัดสินใจและการค้นหาข้อมูลที่ต้องการทำได้ยากขึ้น

ระบบแนะนำ (Recommender Systems) ช่วยในเรื่อง PIM ได้อย่างไร?

ระบบแนะนำช่วยให้บุคคลเข้าถึงข้อมูลในมิติ 'ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับฉัน' โดยการเรียนรู้ความชอบจากพฤติกรรมในอดีตและนำเสนอข้อมูลที่บุคคลนั้นอาจสนใจแต่ยังไม่ได้ค้นหาด้วยตนเอง