← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ปีเตอร์ สตริงเฟลโลว์ ผู้บุกเบิกธุรกิจไนท์คลับระดับโลก

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ก่อตั้งไนท์คลับชื่อดังหลายแห่ง เช่น Stringfellows ในลอนดอน และ Mojo Club ในเชฟฟิลด์
  • เป็นผู้จัดคอนเสิร์ตให้ศิลปินระดับตำนานอย่าง The Beatles, Pink Floyd และ Jimi Hendrix ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ
  • เปลี่ยนวิกฤตจากการถูกจำคุกในข้อหาลักทรัพย์ให้กลายเป็นแรงผลักดันในการสร้างธุรกิจบันเทิงของตนเอง
  • บุกเบิกแนวคิด 'ซูเปอร์คลับ' (Super Club) ที่ผสมผสานความหรูหราและดนตรีสมัยใหม่ในสหราชอาณาจักร

ปีเตอร์ เจมส์ สตริงเฟลโลว์ (Peter James Stringfellow; 17 ตุลาคม 1940 – 7 มิถุนายน 2018) เป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงจากการเป็นเจ้าของและผู้บริหารไนท์คลับหลายแห่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นที่ให้ศิลปินดนตรีชื่อดังระดับโลกได้แสดงผลงานในช่วงเริ่มต้นของอาชีพ

ชีวิตช่วงต้นและการเริ่มต้น

สตริงเฟลโลว์เกิดที่โรงพยาบาลซิตี้ เจนเนอรัล ในเมืองเชฟฟิลด์ ยอร์กเชียร์ เป็นบุตรชายคนโตในบรรดาพี่น้องสี่คน พ่อของเขาเป็นคนงานในโรงงานเหล็กและเคยรับราชการในกองทัพ Royal Scots Greys ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ในด้านการศึกษา เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนประถมศึกษา Pye Bank Church of England และต่อมาเข้าเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคเชฟฟิลด์เซ็นทรัล (Sheffield Central Technical College) โดยสำเร็จการศึกษาและได้รับประกาศนียบัตรทางเทคนิคในวัย 15 ปี

เส้นทางอาชีพและการเข้าสู่ธุรกิจคลับ

ก่อนจะเข้าสู่ธุรกิจบันเทิง สตริงเฟลโลว์เคยทำงานหลากหลายประเภท ตั้งแต่พนักงานโรงภาพยนตร์ พนักงานขายเนคไท และเคยเป็นเด็กฝึกงานในกองเรือพาณิชย์ (Merchant Navy) เป็นเวลาสองปี อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเขาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 1962 เมื่อเขาถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาสองสัปดาห์ที่เรือนจำ Armley และหกสัปดาห์ที่เรือนจำ Ford ในข้อหาจำหน่ายพรมที่ถูกขโมยมา

ความยากลำบากในการหางานทำหลังจากพ้นโทษ กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาหันมาเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง โดยเริ่มจากการเช่าหอประชุมโบสถ์เซนต์ไอดันส์ (St Aidan's Church Hall) ในเมืองเชฟฟิลด์ทุกคืนวันศุกร์เพื่อเปิด Black Cat Club ซึ่งเป็นสถานที่ที่วงดนตรีหลายวงได้มาแสดง รวมถึง Screaming Lord Sutch และ Gene Vincent

การสร้างชื่อเสียงและศิลปินระดับโลก

จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจเกิดขึ้นเมื่อ The Beatles มาแสดงที่คลับของเขาในวันที่ 2 เมษายน 1963 ซึ่งสร้างความต้องการบัตรเข้าชมอย่างมหาศาล จนทำให้สตริงเฟลโลว์ต้องย้ายไปใช้สถานที่ที่ใหญ่กว่าคือ Azena Ballroom

ต่อมาเขาได้เปิดคลับอื่น ๆ ในเชฟฟิลด์ เช่น Blue Moon และ Mojo Club (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น King Mojo Club) โดย Mojo Club กลายเป็นสถานที่สำคัญที่วงดนตรีระดับตำนานอย่าง The Who, Pink Floyd, และ Jimi Hendrix Experience ได้มาแสดง รวมถึงศิลปินจากค่าย Tamla/Motown ซึ่งเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้มาแสดงในสหราชอาณาจักร

การขยายอาณาจักรสู่ซูเปอร์คลับ

ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 และ 1970 สตริงเฟลโลว์ได้ขยายธุรกิจไปยังเมืองลีดส์และแมนเชสเตอร์ โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:

  • Cinderella's (1970): ซูเปอร์คลับแห่งแรกในลีดส์ที่ผสมผสานดนตรีบันทึกเสียงและวงดนตรีสด
  • Rockafella's (1972): คลับแนวคาบาเรต์ระดับหรู ซึ่งต่อมาได้รวมเข้ากับ Cinderella's กลายเป็น Cinderella Rockafella's
  • Millionaire Club (1976): หลังจากขายธุรกิจในลีดส์ เขาได้ย้ายไปแมนเชสเตอร์และเปิดคลับแห่งนี้โดยเน้นการใช้ดีเจชื่อดังแทนวงดนตรีสด

ความสำเร็จในลอนดอนและยุคทอง

ในปี 1980 สตริงเฟลโลว์ย้ายครอบครัวไปยังลอนดอนและเปิด Stringfellows Covent Garden ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว กลายเป็นจุดนัดพบของเหล่าคนดังระดับโลก ทั้งดาราภาพยนตร์ นักร้องร็อก นางแบบ และสื่อมวลชน ตลอดระยะเวลา 15 ปีต่อมา

นอกจากนี้ เขายังได้เข้าซื้อกิจการคลับคาบาเรต์เก่าที่ปิดตัวลงและนำมาเปิดใหม่ในชื่อ Hippodrome ซึ่งเขาขนานนามว่าเป็น "ดิสโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" และยังได้ก่อตั้ง Hippodrome Records เพื่อสนับสนุนศิลปิน เช่น Dusty Springfield

คำถามที่พบบ่อย

ปีเตอร์ สตริงเฟลโลว์ คือใคร?

เขาเป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษผู้บุกเบิกธุรกิจไนท์คลับและผู้สนับสนุนศิลปินดนตรีชื่อดังระดับโลกหลายท่านในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1980

ศิลปินชื่อดังคนใดบ้างที่เคยแสดงในคลับของสตริงเฟลโลว์?

ศิลปินระดับโลกอย่าง The Beatles, Pink Floyd, The Who, Jimi Hendrix และศิลปินจากค่าย Motown เคยแสดงในคลับของเขา

Stringfellows Covent Garden มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นไนท์คลับในลอนดอนที่กลายเป็นศูนย์กลางการสังสรรค์ของเหล่าเซเลบริตี้และคนดังระดับโลกในช่วงทศวรรษ 1980