ประวัติและข้อมูลทีมเบสบอล พิตส์เบิร์ก ไพเรตส์
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี 1881 ในชื่อ Allegheny Base Ball Club
- คว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์ทั้งหมด 5 สมัย (1909, 1925, 1960, 1971, 1979)
- เป็นทีมแรกในกีฬาอาชีพอเมริกาเหนือที่พลิกชนะจากที่ตามหลัง 3-1 เกมในรอบเพลย์ออฟ (ปี 1925)
- ทำสถิติแพ้ติดต่อกัน 20 ฤดูกาล (1993-2012) ซึ่งยาวนานที่สุดใน 4 ลีกกีฬาหลักของอเมริกาเหนือ
พิตส์เบิร์ก ไพเรตส์ (Pittsburgh Pirates) เป็นทีมเบสบอลอาชีพในสหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่ในเมืองพิตส์เบิร์ก โดยแข่งขันในเมเจอร์ลีกเบสบอล (Major League Baseball หรือ MLB) ในฐานะสมาชิกของลีกแห่งชาติ (National League - NL) กลุ่มดิวิชันกลาง (Central Division)

ประวัติการก่อตั้งและการเปลี่ยนชื่อ
สโมสรแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1881 ในชื่อ Allegheny Base Ball Club of Pittsburgh โดยเริ่มแข่งขันใน American Association ในปี 1882 ก่อนจะย้ายเข้าสู่ลีกแห่งชาติ (National League) ในปี 1887
ที่มาของชื่อ "ไพเรตส์" (Pirates) หรือโจรสลัด เกิดขึ้นในช่วงปี 1891 เมื่อทีมได้เซ็นสัญญาคว้าตัว Lou Bierbauer ผู้เล่นตำแหน่งเซคันด์เบสจากทีม Philadelphia Athletics ซึ่งทาง Athletics ได้ประท้วงว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการ "ขโมย" หรือมีลักษณะเป็น "โจรสลัด" (piratical) แม้ว่าในทางกฎหมายทีมจะไม่ได้รับความผิด แต่ฉายานี้กลับได้รับความนิยมในหน้าหนังสือพิมพ์และกลายเป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของทีมในเวลาต่อมา โดยปรากฏบนเครื่องแบบเป็นครั้งแรกในปี 1912
ความสำเร็จและเกียรติประวัติ
พิตส์เบิร์ก ไพเรตส์ เป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
- แชมป์เวิลด์ซีรีส์ (World Series): คว้าแชมป์ได้ทั้งหมด 5 สมัย ในปี 1909, 1925, 1960, 1971 และ 1979
- แชมป์ลีกแห่งชาติ (National League Pennants): 9 สมัย
- ความสำเร็จที่น่าจดจำ: ในปี 1925 ทีมเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์กีฬาอาชีพของอเมริกาเหนือที่สามารถพลิกกลับมาเอาชนะในรอบเพลย์ออฟหลังจากตามหลัง 3-1 เกม
- เหตุการณ์ประวัติศาสตร์: ในปี 1960 เกมที่ 7 ของเวิลด์ซีรีส์จบลงด้วยการตีโฮมรันแบบวอล์กออฟ (Walk-off home run) โดย Bill Mazeroski ซึ่งเป็นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่เกมที่ 7 ของเวิลด์ซีรีส์จบลงด้วยโฮมรัน

ผู้เล่นระดับตำนาน
ทีมไพเรตส์มีผู้เล่นที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกหลายคน เช่น Honus Wagner ผู้เป็นกำลังสำคัญในการคว้าแชมป์ปี 1909 และ Roberto Clemente ผู้เล่นชาวละตินอเมริกันคนแรกที่ได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศเบสบอลแห่งชาติ (National Baseball Hall of Fame) รวมถึง Willie Stargell ผู้นำทีมสู่ชัยชนะในปี 1979
ยุคแห่งความยากลำบากและสถิติ
หลังจากคว้าแชมป์ในปี 1979 ทีมต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:
- สถิติแพ้ต่อเนื่อง: ทีมทำสถิติแพ้ (losing record) ติดต่อกัน 20 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 1993 ถึง 2012 ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดในบรรดาสี่ลีกกีฬาอาชีพหลักของอเมริกาเหนือ
- การฟื้นตัว: ทีมสามารถกลับมามีผลงานดีขึ้นในช่วงปี 2013-2015 โดยสามารถผ่านรอบ Wild Card Game ในปี 2013 ได้สำเร็จ

สนามเหย้าและเอกลักษณ์ของทีม
ปัจจุบันทีมใช้สนาม PNC Park (ตั้งแต่ปี 2001) ซึ่งมีความจุ 39,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Allegheny ในย่าน North Side ของเมืองพิตส์เบิร์ก ก่อนหน้านี้ทีมเคยใช้สนาม Forbes Field (1909–1970) และ Three Rivers Stadium (1970–2000)
สีประจำทีมคือ สีดำ สีทอง และสีขาว ซึ่งนำมาจากสีของธงเมืองพิตส์เบิร์ก และเป็นสีเดียวกับทีมกีฬาอาชีพอื่น ๆ ในเมืองเดียวกันอย่าง Pittsburgh Steelers (NFL) และ Pittsburgh Penguins (NHL)
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมทีมถึงชื่อว่า 'ไพเรตส์' (Pirates)?
ชื่อนี้มีที่มาจากเหตุการณ์ในปี 1891 เมื่อทีมเซ็นสัญญาผู้เล่น Lou Bierbauer ซึ่งถูกทีมเก่าประท้วงว่าเป็นการกระทำที่เหมือน 'โจรสลัด' (piratical) จนกลายเป็นฉายาที่สื่อนำไปใช้และกลายเป็นชื่อทีมในที่สุด
พิตส์เบิร์ก ไพเรตส์ คว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์กี่ครั้ง?
ทีมคว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์ทั้งหมด 5 ครั้ง ได้แก่ปี 1909, 1925, 1960, 1971 และ 1979
สนามเหย้าปัจจุบันของทีมคือสนามอะไร?
สนามเหย้าปัจจุบันคือ PNC Park ซึ่งเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 2001
ใครคือผู้เล่นระดับตำนานของทีมที่โดดเด่นที่สุด?
ผู้เล่นที่โดดเด่น ได้แก่ Honus Wagner, Roberto Clemente และ Willie Stargell
สีประจำทีมคือสีอะไร และมีความสำคัญอย่างไร?
สีประจำทีมคือ สีดำ สีทอง และสีขาว ซึ่งเป็นสีเดียวกับธงเมืองพิตส์เบิร์กและทีมกีฬาอาชีพอื่นในเมืองพิตส์เบิร์ก เช่น Steelers และ Penguins
