← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระนาบแห่งการดำรงอยู่ทางไสยศาสตร์และรหัสยลัทธิ

สรุปใจความสำคัญ

  • ระนาบ (Plane) ในทางรหัสยลัทธิหมายถึงระดับของความจริงที่แบ่งตามความละเอียดและความหนาแน่นของพลังงาน
  • แนวคิดเรื่อง 7 ระนาบถูกทำให้แพร่หลายในยุคสมัยใหม่โดยลัทธิเทวปรัชญา (Theosophy) ของ H.P. Blavatsky
  • ระนาบกายภาพถือเป็นระนาบที่หนาแน่นที่สุด ในขณะที่ระนาบทางจิตวิญญาณมีความละเอียดสูงสุด
  • การเดินทางระหว่างระนาบสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านสภาวะทางจิต เช่น การถอดจิต หรือการทำสมาธิขั้นสูง

ในทางจักรวาลวิทยาแบบรหัสยลัทธิ (Esoteric Cosmology) ระนาบ (Plane) ถูกนิยามว่าเป็นสภาวะ ระดับ หรือภูมิภาคของความจริงที่มีความละเอียดแตกต่างกัน โดยแต่ละระนาบจะสอดคล้องกับประเภทหรือหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตและการดำรงอยู่ที่แตกต่างกัน

แนวคิดพื้นฐานและการก่อตัว

คำสอนทางศาสนาและรหัสยลัทธิจำนวนมากเสนอแนวคิดว่า มีชุดของระนาบละเอียดหรือมิติที่ซ้อนทับกัน (Interpenetrate) โดยมีศูนย์กลางร่วมกัน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โลกทางกายภาพ ระบบสุริยะ ไปจนถึงโครงสร้างทั้งหมดของจักรวาล การซ้อนทับนี้ถูกมองว่าเป็นกระบวนการที่จักรวาลแสดงออกผ่านขั้นตอนที่ค่อยๆ หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จากสภาวะที่ละเอียดที่สุดไปสู่สภาวะที่จับต้องได้หรือเป็นวัตถุ

ตามความเชื่อทางรหัสยลัทธิ การอุบัติขึ้นของจักรวาลเริ่มต้นจาก องค์พระผู้เป็นเจ้าสูงสุด (The Supreme Being) หรือ สัมบูรณ์ (The Absolute) ซึ่งส่งพลังงานสร้างสรรค์ในรูปแบบของแรงสั่นสะเทือนของเสียง (มักเรียกว่า "พระวจนะ" หรือ The Word) เข้าสู่ความว่างเปล่าของอวกาศ เพื่อก่อร่างสร้างสรรค์สรรพสิ่งในจักรวาล

ต้นกำเนิดของแนวคิด

คำว่า "ระนาบ" (Plane) ในบริบทนี้มีรากฐานมาจาก โปรคลัส (Proclus) นักปรัชญาลัทธิเนโอเพลโต (Neoplatonist) ในศตวรรษที่ 5 ซึ่งใช้คำว่า platos (ความกว้าง) เพื่ออธิบายระดับของความเป็นจริง ซึ่งต่อมาแนวคิดนี้ถูกนำมาปรับใช้ในลัทธิเทวปรัชญาและรหัสยลัทธิในศตวรรษที่ 19

การแพร่หลายในยุคสมัยใหม่

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 แนวคิดเรื่องระนาบถูกทำให้แพร่หลายโดย เฮเลนา เพทโรกฟสกายา บลาวัตสกี (H. P. Blavatsky) ผู้ก่อตั้งลัทธิเทวปรัชญา (Theosophy) ซึ่งได้นำเสนอจักรวาลวิทยาที่ซับซ้อนซึ่งประกอบด้วย 7 ระนาบและระนาบย่อย โดยเป็นการสังเคราะห์แนวคิดจากตะวันออกและตะวันตก ต่อมา แอนนี เบซันต์ (Annie Besant) และ ซี. ดับเบิลยู. ลีดบีตเตอร์ (C. W. Leadbeater) ได้นำระบบนี้มาจัดระเบียบให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น

นอกจากนี้ แม็กซ์ ไฮน์เดล (Max Heindel) ได้นำเสนอแนวคิดในหนังสือ The Rosicrucian Cosmo-Conception โดยพยายามสร้างสะพานเชื่อมระหว่างวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ (ซึ่งในขณะนั้นเริ่มศึกษาเรื่องระนาบอีเธอร์) กับศาสนา เพื่อตอบคำถามภายในจิตใจของมนุษย์ที่เกิดขึ้นจากการก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

ประเภทของระนาบการดำรงอยู่

แม้ว่าแต่ละสำนักจะใช้คำเรียกที่แตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปสามารถแบ่งระนาบการดำรงออกเป็นหมวดหมู่หลักๆ ได้ดังนี้:

1. ระนาบกายภาพ (Physical Plane)

คือความจริงที่สามารถมองเห็นได้ ประกอบด้วยอวกาศ เวลา พลังงาน และสสาร ในทางรหัสยลัทธิ ระนาบนี้ถือเป็นระดับที่ หนาแน่นที่สุด และต่ำที่สุดในบรรดาระนาบทั้งหมด ในลัทธิเทวปรัชญา ระนาบกายภาพยังรวมถึง ระนาบอีเธอร์ (Etheric Plane) ซึ่งเป็นตัวเชื่อมระหว่างสสารกับพลังงานที่ละเอียดกว่า

2. ระนาบแอสทรัล (Astral Plane)

หรือ "โลกแห่งความปรารถนา" เป็นระนาบที่จิตสำนึกจะเดินทางไปหลังจากการตายทางกายภาพ เชื่อกันว่ามนุษย์ทุกคนมี กายแอสทรัล (Astral Body) ซึ่งสามารถเดินทางผ่านระนาบนี้ได้ ระนาบนี้มักถูกบรรยายว่าเป็นที่อยู่อาศัยของทูตสวรรค์ วิญญาณ และสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีกายหยาบ ผู้ปฏิบัติทางจิตสามารถเข้าถึงระนาบนี้ได้ผ่านการถอดจิต (Astral Projection) การทำสมาธิ หรือประสบการณ์ใกล้ตาย (Near-Death Experience)

3. ระนาบทางจิตและระนาบวิญญาณ (Mental and Spiritual Planes)

เป็นระดับที่สูงขึ้นไปซึ่งเกี่ยวข้องกับความคิดบริสุทธิ์ สติปัญญา และความตระหนักรู้ในระดับสากล ระนาบเหล่านี้มีความละเอียดสูงกว่าระนาบแอสทรัล และเป็นที่อยู่ของรูปแบบต้นแบบ (Archetypes) และความจริงสูงสุดทางจิตวิญญาณ

คำถามที่พบบ่อย

ระนาบ (Plane) ในทางรหัสยลัทธิต่างจากมิติ (Dimension) อย่างไร?

แม้จะใช้แทนกันได้ในบางครั้ง แต่ 'ระนาบ' มักเน้นที่ 'ระดับความละเอียด' หรือ 'สภาวะของจิต' ในขณะที่ 'มิติ' มักถูกใช้ในเชิงเรขาคณิตหรือฟิสิกส์เพื่ออธิบายทิศทางและพื้นที่

กายแอสทรัลคืออะไร?

กายแอสทรัลคือร่างกายละเอียดที่เชื่อว่าห่อหุ้มกายหยาบไว้ และเป็นพาหนะที่ทำให้จิตสำนึกสามารถดำรงอยู่และเคลื่อนที่ในระนาบแอสทรัลได้หลังความตายหรือระหว่างการถอดจิต

ใครเป็นผู้เริ่มต้นใช้คำว่า 'ระนาบ' ในความหมายนี้?

โปรคลัส (Proclus) นักปรัชญาลัทธิเนโอเพลโตในศตวรรษที่ 5 เป็นผู้เริ่มใช้คำว่า platos (ความกว้าง) เพื่อสื่อถึงระดับของความเป็นจริง