กระบวนการเพลตติงในทางธรณีวิทยา
สรุปใจความสำคัญ
- เพลตติงเป็นสมมติฐานที่อธิบายการแข็งตัวของเนื้อโลกชั้นฐานธรณีภาคใต้เปลือกโลก
- เมื่อเกิดเพลตติง เนื้อโลกส่วนที่แข็งตัวจะยึดติดกับเปลือกโลกและเคลื่อนที่ไปด้วยกัน
- กระบวนการนี้ทำให้เนื้อโลกส่วนนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชั้นธรณีภาค
- เดลามิเนชันเป็นกระบวนการที่ทำงานในทิศทางตรงกันข้ามหรือส่งเสริมกันกับเพลตติง
ในทางธรณีวิทยา เพลตติง (Plating) คือกระบวนการที่ถูกตั้งสมมติฐานขึ้นเพื่ออธิบายการที่เนื้อโลกชั้นฐานธรณีภาค (Asthenospheric mantle) เกิดการแข็งตัวขึ้นภายใต้ชั้นวัสดุของเปลือกโลก ส่งผลให้เนื้อโลกส่วนนั้นยึดติดกับเปลือกโลก และเคลื่อนที่ไปพร้อมกันในฐานะส่วนหนึ่งของชั้นธรณีภาค (Lithosphere)
ความสัมพันธ์กับกระบวนการเดลามิเนชัน
กระบวนการเพลตติงมีความเกี่ยวข้องและเป็นส่วนเติมเต็มกับกระบวนการที่เรียกว่า เดลามิเนชัน (Delamination) ซึ่งเป็นการแยกตัวหรือการหลุดลอกของส่วนล่างของชั้นธรณีภาคออกไปสู่เนื้อโลกที่ลึกกว่า อย่างไรก็ตาม กระบวนการเดลามิเนชันไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อโลกชั้นบนเสมอไป แต่เป็นกลไกที่ช่วยในการปรับสมดุลของเปลือกโลกและส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางธรณีสัณฐานในระดับภูมิภาค
คำถามที่พบบ่อย
เพลตติง (Plating) คืออะไร?
คือสมมติฐานทางธรณีวิทยาที่ว่าเนื้อโลกชั้นฐานธรณีภาคแข็งตัวและยึดติดกับเปลือกโลก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นธรณีภาคที่เคลื่อนที่ไปด้วยกัน
เพลตติงแตกต่างจากเดลามิเนชันอย่างไร?
เพลตติงคือการที่เนื้อโลกแข็งตัวและยึดติดกับเปลือกโลก (เพิ่มความหนาของธรณีภาค) ในขณะที่เดลามิเนชันคือการที่ส่วนล่างของธรณีภาคแยกตัวและจมลงสู่เนื้อโลก (ลดความหนาของธรณีภาค)
กระบวนการนี้ส่งผลอย่างไรต่อโครงสร้างโลก?
ส่งผลให้ชั้นธรณีภาคมีความหนาเพิ่มขึ้นและเปลี่ยนแปลงลักษณะการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกในระบบธรณีแปรสัณฐาน


