← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Plato's Dream การวิพากษ์ศาสนาผ่านเรื่องสั้นของ Voltaire

สรุปใจความสำคัญ

  • เขียนโดย Voltaire ในปี ค.ศ. 1756
  • ถือเป็นหนึ่งในงานเขียนยุคแรกของแนวไซไฟ (Science Fiction) สมัยใหม่
  • ใช้การเสียดสีเพื่อวิพากษ์แนวคิดเรื่องความสมบูรณ์แบบของจักรวาลและคำสอนทางศาสนา
  • ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงาน Timaeus ของเพลโต

Plato's Dream (หรือในชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า Songe de Platon) เป็นเรื่องสั้นที่เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1756 โดย Voltaire นักปรัชญาและนักเสียดสีชาวฝรั่งเศสผู้ทรงอิทธิพลในยุคแสงสว่าง (Enlightenment) ผลงานชิ้นนี้ร่วมกับ Micromégas (1752) ถูกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในงานเขียนยุคแรกๆ ของแนวไซไฟ (Science Fiction) สมัยใหม่ โดยใช้จินตนาการถึงสิ่งมีชีวิตนอกโลกและจักรวาลเพื่อตั้งคำถามถึงความเชื่อทางศาสนา

โครงเรื่องและเนื้อหา

เรื่องราวใน Plato's Dream ถูกนำเสนอในรูปแบบของความฝันของเพลโต (Plato) นักปรัชญาชาวกรีกผู้โด่งดัง โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างโลกของเหล่าสิ่งมีชีวิตระดับสูง (superbeings)

  • Demiurgos: สิ่งมีชีวิตระดับสูงที่ถูกเรียกว่า "ผู้สร้าง" หรือ "นักเรขาคณิตนิรันดร์" ซึ่งมอบหมายให้สิ่งมีชีวิตระดับรองลงมาสร้างโลกของตนเอง
  • Demogorgon: หนึ่งในผู้สร้างที่ได้รับมอบหมายให้สร้างโลกมนุษย์ (โลก) เขาเชื่อมั่นในความสมบูรณ์แบบของผลงานตนเองอย่างมาก จนคิดว่าไม่มีใครสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้

อย่างไรก็ตาม Demogorgon กลับต้องเผชิญกับการเยาะเย้ยจากสิ่งมีชีวิตระดับสูงตนอื่นๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์แบบของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัดส่วนของความดีและความชั่ว ซึ่งหากโลกนี้สมบูรณ์แบบจริง มนุษย์ไม่ควรต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานมากมายขนาดนี้

บทสรุปและการเสียดสี

เรื่องราวปิดท้ายด้วยการโต้เถียงกันระหว่างเหล่าผู้สร้างที่ต่างเยาะเย้ยความล้มเหลวของกันและกัน จนกระทั่ง Demiurgos พยายามยุติการทะเลาะด้วยการประกาศว่า "ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถสร้างสิ่งที่สมบูรณ์แบบและเป็นอมตะได้" ซึ่ง Demogorgon ได้ตอบกลับอย่างประชดประชันว่า "พวกเราเองใช่ไหม?" การโต้ตอบนี้เป็นการเสียดสีแนวคิดเรื่องจักรวาลที่กลมกลืนและสมบูรณ์แบบตามคำสอนของศาสนาหลายแห่ง

Voltaire กับปรัชญากรีกโบราณ

ในยุคแสงสว่าง นักคิดชาวฝรั่งเศสพยายามปลดแอกตนเองจากความงมงายและความเชื่อทางเหนือธรรมชาติ โดยหันมาใช้เหตุผลและวิทยาศาสตร์เป็นรากฐานของความรู้ ซึ่ง Voltaire เองก็มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับปรัชญากรีกโบราณ

มุมมองต่อโซกราตีส (Socrates)

แม้ว่า Voltaire จะเขียนบทละครเรื่อง Socrate และได้รับอิทธิพลจากโซกราตีสในฐานะสัญลักษณ์ของการใช้เหตุผล แต่เขาก็มีความรู้สึกก้ำกึ่งต่อตัวบุคคล โดยเขามักจะใช้โซกราตีสเป็นเครื่องมือในการวิพากษ์วิจารณ์สังคมและศาสนาในยุคของเขา

มุมมองต่อเพลโต (Plato)

Voltaire และนักคิดในยุคแสงสว่างหลายคนมองว่าเพลโตเป็น "โซฟิสต์" (Sophist) และวิจารณ์ว่างานเขียนของเพลโตมีความคลุมเครือและเข้าใจยาก (inintelligibility) โดยเฉพาะในผลงานอย่าง Timaeus (ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิด Plato's Dream) และ The Republic ซึ่ง Voltaire มองว่ามีคำสอนทางอภิปรัชญาที่ซับซ้อนและหยิ่งยโสจนเกินไป

ธีมหลักของเรื่อง

การวิพากษ์ศาสนา

Plato's Dream เป็นการสำรวจทางปรัชญาที่วิพากษ์คำสอนหลักของศาสนา โดยเฉพาะเรื่องการมีอยู่ของพระเจ้าและการสร้างโลก Voltaire ใช้ความไม่สมบูรณ์แบบและความทุกข์ทรมานในโลกความเป็นจริงเป็นหลักฐานเพื่อโต้แย้งว่า ผู้สร้างโลกนี้ไม่สามารถเป็นทั้งผู้ทรงสรรพานุภาพและเปี่ยมด้วยความเมตตาในเวลาเดียวกันได้

ความไม่สมบูรณ์แบบของจักรวาล

ผ่านตัวละคร Demogorgon และการโต้เถียงของเหล่าสิ่งมีชีวิตระดับสูง Voltaire ชี้ให้เห็นว่าจักรวาลไม่ได้ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยความผิดพลาดและความไร้ระเบียบ ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิดทางศาสนาที่ว่าโลกนี้คือแผนการอันประเสริฐของพระเจ้า

คำถามที่พบบ่อย

Plato's Dream คืออะไร?

เป็นเรื่องสั้นเชิงปรัชญาและเสียดสีที่เขียนโดย Voltaire ในปี 1756 ซึ่งใช้เรื่องราวความฝันของเพลโตเพื่อวิพากษ์วิจารณ์คำสอนทางศาสนาเกี่ยวกับผู้สร้างโลกและความสมบูรณ์แบบของจักรวาล

ทำไมเรื่องนี้ถึงถูกจัดเป็นไซไฟยุคแรก?

เพราะมีการนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตระดับสูง (superbeings) และการสร้างโลกและจักรวาลในลักษณะที่ท้าทายความเชื่อดั้งเดิมโดยใช้จินตนาการเชิงโครงสร้างจักรวาล

Voltaire มีมุมมองอย่างไรต่อเพลโต?

Voltaire มองว่าเพลโตมีความคลุมเครือในงานเขียนและมีแนวคิดที่หยิ่งยโส โดยเขามีความเห็นไม่เห็นด้วยกับแนวคิด Platonism ที่สนับสนุนโครงสร้างทางสังคมแบบลำดับชั้นซึ่งขัดกับอุดมการณ์ของยุคแสงสว่าง