วารสาร PLOS One นวัตกรรมวารสารวิทยาศาสตร์แบบเปิดขนาดใหญ่
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นวารสารแบบ Open Access ประเภท Mega Journal ที่ครอบคลุมทุกสาขาวิทยาศาสตร์และแพทยศาสตร์
- ใช้เกณฑ์การรับบทความโดยเน้นความถูกต้องของระเบียบวิธีวิจัย (Technical Rigor) แทนการประเมินความสำคัญของเนื้อหา
- ก่อตั้งโดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำรวมถึง Harold Varmus เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อย่างเสรี
- ใช้โมเดลการเก็บค่าธรรมเนียมการประมวลผลบทความ (APC) จากผู้เขียนหรือสถาบันเพื่อให้นักวิจัยและสาธารณชนอ่านได้ฟรี
PLOS One (เขียนแบบเน้นสไตล์ว่า PLOS ONE) เป็นวารสารวิชาการแบบเปิด (Open Access) ประเภทเมกะจอร์นัล (Mega Journal) ที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviewed) จัดพิมพ์โดย Public Library of Science (PLOS) มาตั้งแต่ปี 2006 วารสารฉบับนี้มีจุดเด่นในการตีพิมพ์งานวิจัยปฐมภูมิจากทุกสาขาวิชาในด้านวิทยาศาสตร์และแพทยศาสตร์โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสาขาเฉพาะทาง
ประวัติและการพัฒนา
โครงการ Public Library of Science เริ่มต้นขึ้นในปี 2000 จากการริเริ่มยื่นคำร้องออนไลน์โดยบุคคลสำคัญทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ Harold Varmus ผู้ได้รับรางวัลโนเบลและอดีตผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH), Patrick O. Brown นักชีวเคมีจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และ Michael Eisen นักชีววิทยาเชิงคำนวณจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์
ในด้านการเงิน PLOS ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Gordon and Betty Moore Foundation จำนวน 9 ล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2002 และอีก 1 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2006 เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการเงินและเปิดตัววารสารด้านชีวการแพทย์แบบเข้าถึงฟรี
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
- ธันวาคม 2006: เปิดตัว PLOS One ในรูปแบบเวอร์ชันเบต้า (Beta) โดยเริ่มแรกใช้ชื่อว่า PLoS One
- กรกฎาคม 2007: เพิ่มฟังก์ชันการให้คะแนนบทความ
- สิงหาคม 2008: เปลี่ยนตารางการตีพิมพ์จากรายสัปดาห์เป็นรายวัน เพื่อให้บทความถูกเผยแพร่ทันทีที่พร้อม
- ตุลาคม 2008: สิ้นสุดช่วงเวอร์ชันเบต้าและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
- กันยายน 2009: เริ่มเปิดเผยข้อมูลการใช้งานออนไลน์อย่างละเอียด เช่น ยอดการเข้าชมหน้าเว็บ HTML และสถิติการดาวน์โหลด PDF หรือ XML ของทุกบทความ
- กลางปี 2012: เปลี่ยนชื่อจาก PLoS One เป็น PLOS One เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับภาพลักษณ์องค์กร (Rebranding) ของ PLOS

แนวคิดในการตีพิมพ์
PLOS One มีแนวคิดที่แตกต่างจากวารสารวิชาการแบบดั้งเดิม โดยไม่ใช้ "ความสำคัญที่รับรู้ได้" (Perceived Importance) ของงานวิจัยเป็นเกณฑ์ในการรับหรือไม่รับบทความ แต่จะมุ่งเน้นไปที่ ความถูกต้องทางวิชาการ (Technical Rigor) เป็นหลัก
เกณฑ์การพิจารณาของวารสารคือการตรวจสอบว่าการทดลองและการวิเคราะห์ข้อมูลถูกดำเนินการอย่างเข้มงวดและถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์หรือไม่ ส่วนการตัดสินว่างานวิจัยนั้นมีความสำคัญหรือมีผลกระทบเพียงใด จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชุมชนวิทยาศาสตร์ในการอภิปรายและวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่บทความถูกตีพิมพ์แล้ว
กระบวนการตรวจสอบ (Review Process)
- การตรวจสอบเบื้องต้น: ทีมงานและกองบรรณาธิการตรวจสอบความสอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานจริยธรรม ผลประโยชน์ทับซ้อน และการเปิดเผยข้อมูล
- การประเมินโดยบรรณาธิการวิชาการ: บรรณาธิการวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก (External Reviewer) ตรวจสอบหรือไม่
- การตัดสินใจ: บรรณาธิการสามารถตัดสินใจรับบทความ, ปฏิเสธ, หรือขอให้แก้ไข (Minor/Major Revision) ตามผลการประเมิน
รูปแบบการดำเนินงานและสถิติ
PLOS One เคยถูกประเมินว่าเป็นวารสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงปี 2010 และในปี 2011 พบว่า 1 ใน 60 ของบทความที่ถูกดัชนีใน PubMed มาจากวารสารฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังปี 2013 จำนวนบทความที่ตีพิมพ์เริ่มมีแนวโน้มลดลง และถูกวารสาร Scientific Reports แซงหน้าในด้านปริมาณผลงานในช่วงปลายปี 2017
ในด้านประสิทธิภาพการทำงาน ระยะเวลาการประเมิน (Median Review Time) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 37 วัน เป็น 125 วันในช่วง 10 ปีแรกของการดำเนินงาน ขณะที่ระยะเวลาตั้งแต่การตอบรับจนถึงการเผยแพร่ลดลงจาก 35 วัน เหลือ 15 วัน
โมเดลธุรกิจและการเข้าถึง
PLOS One ใช้โมเดล Open Access ซึ่งอนุญาตให้สาธารณชนเข้าถึงบทความได้ฟรีทันทีที่ตีพิมพ์ โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะถูกสนับสนุนผ่าน ค่าธรรมเนียมการประมวลผลบทความ (Article Processing Charge - APC) ซึ่งโดยปกติจะจ่ายโดยสถาบันต้นสังกัดของผู้เขียนหรือตัวผู้เขียนเอง
บทความทั้งหมดถูกเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons (CC) ซึ่งช่วยให้ผู้อื่นสามารถนำงานไปใช้ซ้ำได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
คำถามที่พบบ่อย
PLOS One แตกต่างจากวารสารวิชาการทั่วไปอย่างไร?
PLOS One ไม่ใช้ 'ความสำคัญ' หรือ 'ผลกระทบ' ของงานวิจัยเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจรับตีพิมพ์ แต่จะตรวจสอบเพียงว่างานวิจัยนั้นถูกดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและมีระเบียบวิธีวิจัยที่เข้มงวดหรือไม่
ใครเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์ใน PLOS One?
ค่าใช้จ่ายจะอยู่ในรูปแบบของค่าธรรมเนียมการประมวลผลบทความ (Article Processing Charge หรือ APC) ซึ่งโดยปกติจะได้รับการสนับสนุนจากสถาบันต้นสังกัดของผู้เขียน หรือผู้เขียนเป็นผู้ชำระเอง
บทความใน PLOS One เข้าถึงได้ฟรีหรือไม่?
ใช่ บทความทั้งหมดใน PLOS One เป็นแบบ Open Access ซึ่งหมายความว่าสาธารณชนสามารถเข้าถึง อ่าน และดาวน์โหลดได้ฟรีทันทีที่ตีพิมพ์
PLOS One ตีพิมพ์งานวิจัยสาขาใดบ้าง?
PLOS One ตีพิมพ์งานวิจัยปฐมภูมิจากทุกสาขาวิชาในด้านวิทยาศาสตร์และแพทยศาสตร์ โดยไม่มีการจำกัดสาขาเฉพาะทาง
กระบวนการ Peer Review ของ PLOS One เป็นอย่างไร?
เริ่มจากการตรวจสอบโดยทีมงานภายในและบรรณาธิการวิชาการ จากนั้นบรรณาธิการอาจส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกประเมิน เพื่อให้บรรณาธิการวิชาการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะรับหรือปฏิเสธบทความนั้นๆ