← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ยุคหลังตะวันตก การเปลี่ยนผ่านของอำนาจโลกและระเบียบโลกใหม่

สรุปใจความสำคัญ

  • ยุคหลังตะวันตกคือช่วงเวลาที่อิทธิพลของประเทศตะวันตกในการกำหนดระเบียบโลกลดลง และถูกแทนที่ด้วยมหาอำนาจเอเชียและ Global South
  • การเติบโตของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในจีนและอินเดียเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้โลกเข้าสู่สภาวะพหุขั้วอำนาจ
  • เหตุการณ์อย่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน และสงครามในฉนวนกาซา ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานว่าตะวันตกไม่สามารถระดมความร่วมมือจากโลกส่วนใหญ่ได้เหมือนในอดีต
  • แนวคิด Easternization และ Southernization คือการที่ค่านิยมและอำนาจจากตะวันออกและกลุ่มประเทศทางใต้เคลื่อนเข้าสู่ศูนย์กลางของโลก

ยุคหลังตะวันตก (Post-Western era) หรือที่บางทัศนะเรียกว่า ยุคหลังอเมริกา (Post-American era) เป็นแนวคิดเชิงสมมติฐานเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เริ่มต้นขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นยุคที่กลุ่มประเทศตะวันตกไม่ได้มีอำนาจนำ (Dominance) ในการกำหนดทิศทางของโลกเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่เป็นช่วงเวลาที่อารยธรรมอื่น โดยเฉพาะในเอเชียและกลุ่มประเทศทางตอนใต้ของโลก (Global South) ก้าวขึ้นมามีบทบาทและอำนาจในการบริหารจัดการระเบียบโลกมากขึ้น

ในบริบทของการเติบโตของมหาอำนาจเอเชีย มักมีการใช้คำว่า "การทำให้เป็นตะวันออก" (Easternization) และในบริบทของการก้าวขึ้นมาของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา จะใช้คำว่า "การทำให้เป็นใต้" (Southernization) ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในลักษณะคู่ขนานกับคำว่า "การทำให้เป็นตะวันตก" (Westernization) ที่เคยครอบงำโลกในยุคก่อนหน้า

ภาพประกอบแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของอำนาจโลก
การเปลี่ยนผ่านจากระเบียบโลกที่มีตะวันตกเป็นศูนย์กลางไปสู่โลกพหุขั้วอำนาจ

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของยุคหลังตะวันตก

นักวิเคราะห์และนักวิชาการมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนของยุคนี้ โดยมีการระบุเหตุการณ์สำคัญในทศวรรษ 2020 ที่สะท้อนถึงลักษณะของโลกหลังตะวันตก ดังนี้:

  • สงครามรัสเซีย-ยูเครน: ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าตะวันตกไม่สามารถระดมความร่วมมือจากกลุ่มประเทศ Global South ให้สนับสนุนยูเครนได้อย่างเต็มที่ โดยหลายประเทศเลือกให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนเองมากกว่าการปฏิบัติตามระเบียบโลกที่นำโดยตะวันตก
  • การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการล่มสลายของรัฐบาลอัฟกานิสถาน: การกลับมาของกลุ่มตาลีบันในต้นทศวรรษ 2020 ถูกนำมาใช้เป็นตัวอย่างของการสิ้นสุดยุคที่สหรัฐอเมริกาเป็นมหาอำนาจเดี่ยว
  • สงครามในฉนวนกาซา (2023): สร้างความกังขาต่อความเป็นผู้นำของตะวันตกในระเบียบโลก เนื่องจากกลุ่มประเทศทางตอนใต้ของโลกกล่าวหาว่าตะวันตกใช้ "มาตรฐานสองมาตรฐาน" (Double Standard) ในการจัดการปัญหาความขัดแย้ง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเสื่อมถอยของอิทธิพลตะวันตก

ปัจจัยภายในกลุ่มประเทศตะวันตก

สัญลักษณ์ของสหภาพยุโรปและอำนาจตะวันตก
การปรับตัวของยุโรปและการเผชิญหน้ากับความท้าทายภายใน

มีการวิเคราะห์ว่ายุโรปเองกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะหลังตะวันตก โดยการบูรณาการประเทศที่มีความขัดแย้งในอดีตเข้าด้วยกันผ่านสหภาพยุโรป (EU) และเริ่มเปิดรับอิทธิพลจากอารยธรรมอื่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตะวันตกกำลังเผชิญกับความท้าทายทางโครงสร้างที่สำคัญ ได้แก่:

  • วิกฤตประชากร: สังคมผู้สูงอายุในตะวันตกส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพสูงขึ้น และมาตรฐานการครองชีพของประชากรรายได้ปานกลางลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถทางทหารและเศรษฐกิจในระยะยาว
  • การต่อต้านโลกาภิวัตน์: กระแสการต่อต้านโลกาภิวัตน์ภายในประเทศตะวันตกเอง เนื่องจากถูกมองว่าสร้างความเหลื่อมล้ำและเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มชนชั้นนำระดับโลก ทำให้ความต้องการที่จะรักษา "ระเบียบโลกที่อิงตามกฎเกณฑ์" (Rules-based order) ลดน้อยลง

การก้าวขึ้นมาของกลุ่มประเทศนอกตะวันตก (Non-West)

ภาพเมืองในเอเชียที่แสดงถึงความเจริญทางเทคโนโลยี
การเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในเอเชีย

ปัจจัยที่ชี้ให้เห็นถึงการลดลงของอำนาจตะวันตกและการผงาดขึ้นของขั้วอำนาจใหม่ ได้แก่:

  • โครงสร้างประชากรและเทคโนโลยี: ประชากรวัยหนุ่มสาวในเอเชียมีสัดส่วนสูงกว่าตะวันตก และประเทศอย่างจีนได้พัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งอาจถูกนำมาใช้เพื่อสร้างรูปแบบการปกครองที่แตกต่างจากประชาธิปไตยแบบตะวันตก (Techno-nationalism)
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (South-South Cooperation): ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา กลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีการค้าขายระหว่างกันเองมากกว่าการค้ากับกลุ่มประเทศ OECD
  • การปรับเปลี่ยนสถาบันโลก: ประเทศนอกตะวันตกที่มีระบอบอำนาจนิยมพยายามปรับเปลี่ยนสถาบันระหว่างประเทศเพื่อลดการกดดันเรื่องการบังคับใช้สิทธิมนุษยชน
  • โมเดลความเป็นกลางของอินเดีย: อินเดียกลายเป็นตัวอย่างของประเทศที่ดำเนินนโยบายเน้นผลประโยชน์แห่งชาติและรักษาความเป็นกลางในความขัดแย้งระดับโลก เพื่อมุ่งสู่โลกพหุขั้วอำนาจ (Multipolar world)

ผลกระทบต่อประเด็นระดับโลก

ภาพผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน
ความท้าทายในการจัดการปัญหาโลกร้อนในยุคที่อำนาจนำเปลี่ยนมือ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผู้สนับสนุนแนวคิดยุคหลังตะวันตกเชื่อว่าประเทศนอกตะวันตกอาจจัดการปัญหาโลกร้อนได้ดีกว่า เนื่องจากมองว่าต้นเหตุของปัญหาเกิดจากการกระทำของประเทศตะวันตกในอดีต ขณะที่ฝ่ายตะวันตกเองกำลังถกเถียงถึงวิธีการสร้างความร่วมมือกับประเทศนอกตะวันตกในยุคที่ตนเองไม่มีอำนาจนำในการสั่งการอีกต่อไป

บทบาทของศาสนาคริสต์

มีการวิเคราะห์ว่าการเสื่อมถอยของศาสนาคริสต์ในซีกโลกตะวันตกส่งผลให้ความสามารถในการส่งออกค่านิยมตะวันตกลดลง ในขณะเดียวกัน ศาสนาคริสต์ในกลุ่มประเทศ Global South กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่อาจมีรูปแบบความเชื่อและการปฏิบัติที่แตกต่างจากคริสต์ศาสนาแบบตะวันตก

คำถามที่พบบ่อย

ยุคหลังตะวันตก (Post-Western era) หมายถึงอะไร?

หมายถึงช่วงเวลาที่กลุ่มประเทศตะวันตก (เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป) ไม่ได้เป็นมหาอำนาจเดี่ยวหรือมีอำนาจนำในการกำหนดกฎเกณฑ์และค่านิยมของโลกเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นยุคที่อำนาจถูกกระจายไปยังขั้วอำนาจอื่น เช่น เอเชีย และกลุ่มประเทศ Global South

ปัจจัยใดที่ทำให้เกิดยุคหลังตะวันตก?

ปัจจัยหลักประกอบด้วย การเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของเอเชีย (โดยเฉพาะจีนและอินเดีย), วิกฤตประชากรและสังคมผู้สูงอายุในตะวันตก, และการลดลงของความเชื่อมั่นในค่านิยมประชาธิปไตยแบบตะวันตกในหลายประเทศ

คำว่า Easternization และ Southernization คืออะไร?

Easternization คือกระบวนการที่อิทธิพลทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมืองจากเอเชียแผ่ขยายออกไป ส่วน Southernization คือการที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในซีกโลกใต้ (Global South) มีบทบาทนำในการกำหนดทิศทางโลกมากขึ้น

โลกพหุขั้วอำนาจ (Multipolar world) เกี่ยวข้องอย่างไรกับยุคหลังตะวันตก?

โลกพหุขั้วอำนาจคือสภาวะที่โลกมีมหาอำนาจหลายขั้วที่สามารถคานอำนาจกันได้ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของยุคหลังตะวันตกที่ไม่มีใครสามารถครอบงำโลกได้เพียงฝ่ายเดียวเหมือนในยุคหลังสงครามเย็น

เหตุการณ์ปัจจุบันใดที่สะท้อนถึงยุคหลังตะวันตก?

เหตุการณ์อย่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งหลายประเทศใน Global South ไม่เลือกข้างตามตะวันตก หรือการที่อินเดียดำเนินนโยบายเป็นกลางเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ สะท้อนให้เห็นว่าระเบียบโลกที่นำโดยตะวันตกกำลังเสื่อมถอยลง