← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบบริการสุขภาพเอกชนในสหราชอาณาจักร

สรุปใจความสำคัญ

  • ระบบสุขภาพเอกชนในสหราชอาณาจักรทำหน้าที่เป็นบริการเสริม (Top-up) ให้กับระบบ NHS ที่ให้บริการฟรี
  • ความต้องการบริการเอกชนเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากระยะเวลาการรอคอยการรักษาในระบบ NHS ที่ยาวนาน โดยเฉพาะการผ่าตัดต้อกระจกและศัลยกรรมกระดูก
  • ลอนดอนเป็นศูนย์กลางหลักของบริการสุขภาพเอกชน โดยมีความต้องการตลาดสูงถึง 40% ของทั้งประเทศ
  • มีการใช้ประกันสุขภาพเอกชนเป็นแหล่งเงินทุนหลักสำหรับผู้ป่วยในสหราชอาณาจักรถึง 75% ในปี 2018

ในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service หรือ NHS) ที่ให้บริการดูแลสุขภาพแก่ประชาชนทุกคนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ จุดบริการ ระบบบริการสุขภาพเอกชนจึงมีลักษณะเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) โดยส่วนใหญ่จะทำหน้าที่เป็นบริการเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วหรือความสะดวกสบายเพิ่มเติมจากที่ NHS มอบให้

บริการสุขภาพเอกชนมักถูกใช้ในสองรูปแบบหลัก คือ การจ่ายเงินเองเพื่อรับการรักษาที่รวดเร็วขึ้น (Top-up) หรือการใช้สวัสดิการประกันสุขภาพที่นายจ้างจัดหาให้เป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจผลประโยชน์พนักงาน นอกจากนี้ ผู้ป่วยจำนวนมากที่เข้าถึงบริการเอกชนมักเป็นการส่งตัวจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในระบบ NHS เพื่อลดระยะเวลาการรอคอยการรักษาในบางกรณี

ภาพบรรยากาศสถานพยาบาลในสหราชอาณาจักร
สถานพยาบาลในสหราชอาณาจักรมีการผสมผสานระหว่างการดำเนินงานของภาครัฐและเอกชน

ความต้องการและมูลค่าตลาด

ข้อมูลจาก LaingBuisson ในปี 2018 ระบุว่าตลาดการดูแลสุขภาพเฉียบพลัน (Acute Healthcare) ภาคเอกชนมีมูลค่ารวม 1.47 พันล้านปอนด์ โดยความต้องการกว่า 40% กระจุกตัวอยู่ในลอนดอน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพทย์ที่สำคัญ ทั้งสำหรับชาวอังกฤษและผู้ป่วยจากต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ป่วยจากตะวันออกกลางที่เข้ามาใช้บริการในลอนดอนเป็นจำนวนมาก

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความต้องการบริการเอกชนคือ ความไม่สามารถของ NHS ในการบรรลุเป้าหมายระยะเวลาการรอคอยสำหรับการผ่าตัดตามกำหนดการ ส่งผลให้จำนวนผู้ที่ยอมจ่ายเงินเองเพื่อเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในด้านศัลยกรรมกระดูก (Orthopaedics) และการผ่าตัดต้อกระจก (Cataract Surgery) ซึ่งเป็นสาขาที่การรักษาในระบบ NHS เริ่มมีการจำกัดโควตามากขึ้น

การเงินและการสนับสนุน

  • การประกันสุขภาพ: ในปี 2018 พบว่า 75% ของบริการสุขภาพเอกชนสำหรับผู้ป่วยในสหราชอาณาจักรได้รับเงินสนับสนุนจากประกันสุขภาพเอกชน
  • การจ่ายเงินเอง: การจ่ายเงินส่วนตัวสำหรับการดูแลทางการแพทย์เฉียบพลันเพิ่มขึ้น 53% ระหว่างปี 2012 ถึง 2016 (จาก 454 ล้านปอนด์ เป็น 701 ล้านปอนด์) ไม่รวมศัลยกรรมความงาม
  • ผู้ป่วยต่างชาติ: ผู้ป่วยจากต่างประเทศมักเลือกใช้หน่วยผู้ป่วยเอกชน (Private Patient Units) ที่ดำเนินการโดย NHS Trust ในลอนดอน โดยส่วนใหญ่มีความต้องการการรักษาโรคมะเร็งมากกว่าศัลยกรรมกระดูก

ประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์

มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ระหว่างแพทย์ในระบบรัฐและเอกชน ข้อมูลในปี 2020 พบว่ามีที่ปรึกษาทางการแพทย์ 481 ราย ซึ่ง 73% เป็นพนักงานของ NHS ถือหุ้นในกิจการร่วมค้า (Joint Ventures) กับบริษัทดูแลสุขภาพที่แสวงหากำไรถึง 34 แห่ง

การถือหุ้นนี้สร้างเงินปันผลรวม 31 ล้านปอนด์ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา โดยสาขาที่มีการร่วมทุนสูงสุดคือ สาขาเนื้องอกวิทยา (Oncology) ตามด้วยศัลยกรรมกระดูกและศัลยกรรมทั่วไป ประเด็นที่น่ากังวลคือเมื่อ NHS Trust ทำสัญญากับบริษัทที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ Trust นั้นๆ มีส่วนได้ส่วนเสียในเชิงธุรกิจ

ประวัติและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

คณะกรรมาธิการหลวง (Royal Commission) ได้รายงานเกี่ยวกับเวชปฏิบัติเอกชนในสหราชอาณาจักรในปี 1979 โดยแบ่งประเภทบริการเอกชนออกเป็นหลายรูปแบบ เช่น โรงพยาบาลเอกชนจดทะเบียน, การรับผู้ป่วยเอกชนในโรงพยาบาล NHS (Pay beds), และการประกอบวิชาชีพโดยแพทย์ทั่วไปหรือทันตแพทย์ที่ให้บริการทั้งรัฐและเอกชน

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่สำคัญ ดังนี้:

  • ยุครัฐบาลแทตเชอร์: มีความพยายามขยายการประกันสุขภาพเอกชนโดยการให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี
  • พระราชบัญญัติการดูแลสุขภาพและสังคมปี 2012 (Health and Social Care Act 2012): ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถประมูลสัญญาการให้บริการสุขภาพได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มการแข่งขันและความหลากหลายของผู้ให้บริการ

ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพภาคเอกชนคิดเป็นประมาณ 20.5% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมดในสหราชอาณาจักร (ข้อมูลปี 2019)

คำถามที่พบบ่อย

บริการสุขภาพเอกชนในสหราชอาณาจักรแตกต่างจาก NHS อย่างไร?

NHS เป็นระบบบริการสุขภาพแห่งชาติที่ให้บริการฟรีแก่ประชาชน ณ จุดบริการ ส่วนบริการเอกชนเป็นระบบที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเงินเองหรือใช้ประกันสุขภาพ โดยมักใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการรอคอยที่ยาวนานในระบบ NHS หรือเพื่อต้องการความสะดวกสบายที่มากขึ้น

ทำไมผู้คนถึงเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนในอังกฤษ?

สาเหตุหลักคือความไม่พอใจในระยะเวลาการรอคอยการรักษาของ NHS สำหรับการผ่าตัดที่ไม่ได้เร่งด่วน (Planned Surgery) และความต้องการเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รวดเร็วกว่า

ประกันสุขภาพเอกชนมีความสำคัญอย่างไรในระบบนี้?

ประกันสุขภาพเอกชนเป็นแหล่งเงินทุนหลักสำหรับผู้ป่วยในประเทศ โดยในปี 2018 พบว่าการรักษาในภาคเอกชนกว่า 75% ได้รับการสนับสนุนจากประกันสุขภาพ

มีประเด็นเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในระบบนี้หรือไม่?

มีรายงานว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใน NHS จำนวนมากถือหุ้นในบริษัทสุขภาพเอกชน ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์เมื่อ NHS Trust ทำสัญญากับบริษัทเหล่านั้นในการให้บริการรักษาพยาบาล