← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ต้นชัยพฤกษ์ (Pterocarpus indicus)

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Fabaceae ที่มีความสูงได้ถึง 40 เมตร
  • เนื้อไม้มีสีม่วง ทนปลวก และนิยมใช้ทำเฟอร์นิเจอร์หรูหราและเครื่องดนตรี
  • ใบมีสารฟลาโวนอยด์ที่ใช้ในทางการแพทย์พื้นบ้านเพื่อต้านการอักเสบ
  • เป็นต้นไม้ประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์

ต้นชัยพฤกษ์ หรือที่รู้จักในชื่อภาษาอังกฤษว่า Amboyna wood, Malay padauk หรือ Philippine mahogany (ชื่อวิทยาศาสตร์: Pterocarpus indicus) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ถั่ว (Fabaceae) มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสตราเลเซียตอนเหนือ และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก พบกระจายพันธุ์ในหลายประเทศ เช่น ไทย กัมพูชา เวียดนาม ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และจีนตอนใต้

ต้นชัยพฤกษ์ขนาดใหญ่ที่มีพุ่มใบกว้าง
ลักษณะทรงพุ่มของต้นชัยพฤกษ์ที่ให้ร่มเงาได้กว้างขวาง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้นชัยพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ มีความสูงได้ถึง 30–40 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นกว้างสูงสุด 2 เมตร และมีทรงพุ่มกว้างประมาณ 12–34 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก (Pinnate) ยาว 12–22 เซนติเมตร ประกอบด้วยใบย่อย 5–11 ใบ โดยทั่วไปสายพันธุ์นี้จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ป่าดิบชื้น

ดอกของต้นชัยพฤกษ์สีเหลืองทอง
ดอกชัยพฤกษ์มีสีเหลืองหรือส้มเหลืองและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ

ดอกและผล

ดอกออกเป็นช่อ (Panicles) ยาว 6–13 เซนติเมตร กลีบดอกมีสีเหลืองหรือส้มเหลืองและมีกลิ่นหอม ในฟิลิปปินส์และบอร์เนียวมักออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม

ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปครึ่งวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2–3 เซนติเมตร ล้อมรอบด้วยปีกบางๆ (Membranaceous wing) กว้าง 4–6 เซนติเมตร ซึ่งช่วยในการกระจายพันธุ์โดยอาศัยลม ภายในฝักมีเมล็ด 1–2 เมล็ด ฝักจะไม่แตกเมื่อแก่ และจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเมื่อแห้ง

การใช้ประโยชน์

ด้านอุตสาหกรรมไม้

เนื้อไม้ของต้นชัยพฤกษ์มีสีม่วง มีคุณสมบัติทนทานต่อปลวกและมีกลิ่นหอมคล้ายกุหลาบ ในอินโดนีเซีย เนื้อไม้ส่วนที่เป็นปุ่มปม (Burl) จะถูกเรียกว่า Amboyna ซึ่งนิยมนำมาฝานเป็นแผ่นบางๆ เพื่อใช้เป็นวีเนียร์ (Veneer) สำหรับตกแต่งเฟอร์นิเจอร์หรูหราและใช้ทำลิ่มของเครื่องดนตรีมาริมบา (Marimba)

นอกจากนี้ยังเป็นไม้เกรดพรีเมียมที่ใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง ไม้อัดสำหรับการก่อสร้างเบา การแกะสลัก และการสร้างเครื่องดนตรี

ด้านสมุนไพรและการแพทย์

ในทางการแพทย์พื้นบ้าน ใบของต้นชัยพฤกษ์ (โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ที่เรียกว่า Narra) ถูกนำมาใช้รักษาโรคต่างๆ เนื่องจากมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านการแพ้ และเชื่อว่าช่วยป้องกันความเสียหายของไตได้

ในอดีตช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 18 เนื้อไม้ของต้นชัยพฤกษ์ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของ Lignum nephriticum ซึ่งเป็นยาขับปัสสาวะแบบดั้งเดิมในยุโรป

สถานะและการอนุรักษ์

ปัจจุบันประชากรของต้นชัยพฤกษ์ในหลายพื้นที่กำลังเผชิญกับภาวะคุกคามอย่างรุนแรง โดยในบางประเทศ เช่น เวียดนาม และอาจรวมถึงศรีลังกาและมาเลเซียคาบสมุทร พบว่าสายพันธุ์นี้ได้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้ว

สัญลักษณ์สถานะใกล้สูญพันธุ์
สถานะการอนุรักษ์ของ Pterocarpus indicus ในบางพื้นที่อยู่ในระดับที่น่ากังวล

ในฟิลิปปินส์ ต้นชัยพฤกษ์ (Narra) ได้รับการประกาศให้เป็นต้นไม้ประจำชาติในปี พ.ศ. 2477 โดยผู้ว่าการ Frank Murphy

คำถามที่พบบ่อย

ต้นชัยพฤกษ์แตกต่างจากไม้พะยูงอย่างไร?

แม้จะอยู่ในสกุล Pterocarpus เหมือนกัน แต่ Pterocarpus indicus (ชัยพฤกษ์) มักมีลักษณะทรงพุ่มกว้างและใบที่แตกต่างจาก Pterocarpus macrocarpus ซึ่งเป็นไม้พะยูงที่พบมากในพม่าและมีเนื้อไม้ที่แข็งกว่า

ประโยชน์ของเนื้อไม้ Amboyna คืออะไร?

Amboyna คือเนื้อไม้ส่วนปุ่มปมของต้นชัยพฤกษ์ ซึ่งมีลวดลายสวยงามมาก นิยมนำมาทำเป็นวีเนียร์ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ระดับสูงและชิ้นส่วนเครื่องดนตรี

ต้นชัยพฤกษ์มีสรรพคุณทางยาอย่างไร?

ใบของต้นชัยพฤกษ์มีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านการอักเสบ และในอดีตเนื้อไม้ถูกใช้เป็นยาขับปัสสาวะในยุโรป