← กลับไปยังบทความทั้งหมด

งบประมาณสาธารณะ การบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

สรุปใจความสำคัญ

  • งบประมาณสาธารณะมุ่งเน้นที่การบรรลุวัตถุประสงค์สาธารณะและสวัสดิการสังคมมากกว่าการแสวงหากำไร
  • สินค้าสาธารณะมีคุณสมบัติเด่นคือ การไม่สามารถกีดกันได้ (Nonexcludability) และการไม่เป็นคู่แข่งในการบริโภค (Nonrivalness)
  • การจัดทำงบประมาณสาธารณะสามารถมองได้จาก 4 มุมมองหลัก ได้แก่ มุมมองทางการเมือง, เศรษฐศาสตร์, บัญชี และการบริหารจัดการ

งบประมาณสาธารณะ เป็นสาขาหนึ่งของการบริหารรัฐกิจและเป็นระเบียบวินัยในการศึกษาทางวิชาการ โดยมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากการจัดสรรงบประมาณในภาคเอกชนอย่างสิ้นเชิง โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดสรรและจัดการเงินทุนสาธารณะโดยรัฐบาลหรือองค์กรสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของรัฐภายในระยะเวลาที่กำหนด

มุมมองต่อการจัดทำงบประมาณ

Robert W. Smith และ Thomas D. Lynch ได้อธิบายมุมมองต่อการจัดทำงบประมาณสาธารณะผ่าน 4 มุมมองหลัก ดังนี้:

  • มุมมองทางการเมือง: มองว่ากระบวนการงบประมาณเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางการเมืองเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง
  • มุมมองทางเศรษฐศาสตร์: มองว่าเป็นการจัดสรรทรัพยากรในแง่ของ ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) โดยการจัดสรรทรัพยากรให้ผู้บริโภครายหนึ่งจะทำให้ทรัพยากรสำหรับรายอื่นลดลง
  • มุมมองทางบัญชี: มุ่งเน้นที่ค่าความรับผิดชอบ (Accountability) โดยวิเคราะห์จำนวนเงินที่ตั้งงบประมาณไว้เปรียบเทียบกับรายจ่ายจริง เพื่อประเมินความเหมาะสมของนโยบายเดิม
  • มุมมองของผู้บริหารสาธารณะ: มองว่างบประมาณเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายในการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติให้เกิดผลจริง

ความแตกต่างระหว่างงบประมาณสาธารณะและงบประมาณเอกชน

การบริหารจัดการงบประมาณของภาครัฐและเอกชนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในด้านต่างๆ ดังนี้:

1. การบริหารจัดการทรัพยากร

งบประมาณสาธารณะมีขนาดใหญ่กว่ามากและมีความรับผิดชอบตกอยู่กับตัวแทนฝ่ายบริหารจำนวนไม่กี่คน โดยให้ความสำคัญกับ ความสำคัญลำดับแรก (Prioritisation), ประสิทธิภาพ, ความรับผิดชอบ, ความโปร่งใส และความยืดหยุ่น ในขณะที่ภาคเอกชนพึ่งพาความสามารถในการขายสินค้าในตลาดเพื่อความอยู่รอด

2. แรงจูงใจด้านกำไร

ภาคเอกชนขับเคลื่อนด้วยการแสวงหากำไรสูงสุด (Profit Maximisation) แต่ความสำเร็จของรัฐบาลไม่สามารถวัดได้ด้วยกำไร เนื่องจากกิจกรรมส่วนใหญ่ของรัฐบาลไม่ก่อให้เกิดกำไรในรูปตัวเงิน เช่น การวิจัยโรคมะเร็ง ซึ่งแม้จะไม่มีกำไรทางการเงินโดยตรง แต่ให้ผลตอบแทนมหาศาลในแง่ของคุณค่าชีวิตและประโยชน์ต่อสังคม

บทบาทของงบประมาณสาธารณะและสินค้าสาธารณะ

เป้าหมายหลักของงบประมาณสาธารณะคือการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์สาธารณะและส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน พร้อมทั้งสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน

สินค้าสาธารณะ (Public Goods)

สินค้าสาธารณะคือบริการของรัฐที่ให้ประโยชน์ร่วมกันแก่สังคมโดยรวม ซึ่งมีคุณสมบัติสำคัญ 2 ประการ:

  • การไม่สามารถกีดกันได้ (Nonexcludability): ไม่มีใครสามารถถูกห้ามไม่ให้ใช้บริการนั้นได้ เช่น ไฟถนน
  • การไม่เป็นคู่แข่งในการบริโภค (Nonrivalness): การที่คนหนึ่งใช้สินค้าสาธารณะ ไม่ได้ทำให้ปริมาณการใช้ของคนอื่นลดลง เช่น การป้องกันประเทศ

ผลกระทบภายนอก (Externalities)

ผลกระทบภายนอกคือผลที่เกิดขึ้นกับบุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายโดยตรงของบริการนั้นๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น:

  • ผลกระทบภายนอกเชิงบวก (Positive Externalities): เกิดขึ้นเมื่อการบริโภคหรือการผลิตสินค้าส่งผลดีต่อผู้อื่นโดยไม่มีค่าตอบแทน เช่น การศึกษาและการสาธารณสุข ซึ่งส่งผลดีต่อสังคมโดยรวม
  • ผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Negative Externalities): เกิดขึ้นเมื่อการผลิตหรือการบริโภคสร้างภาระหรือต้นทุนให้ผู้อื่น เช่น มลพิษทางอากาศ เสียงรบกวน และการจราจรติดขัด ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาแทรกแซงเพื่อจัดการ

คำถามที่พบบ่อย

งบประมาณสาธารณะแตกต่างจากงบประมาณเอกชนอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่วัตถุประสงค์ โดยงบประมาณเอกชนมุ่งเน้นการทำกำไรสูงสุด แต่งบประมาณสาธารณะมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรเพื่อประโยชน์ส่วนรวม สวัสดิการสังคม และการให้บริการสินค้าสาธารณะที่ตลาดไม่สามารถจัดหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สินค้าสาธารณะ (Public Goods) คืออะไร?

สินค้าสาธารณะคือสินค้าหรือบริการที่รัฐจัดหาให้ โดยที่ไม่มีใครสามารถถูกกีดกันจากการใช้งานได้ และการใช้งานของคนหนึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการปริมาณการใช้งานของผู้อื่น เช่น การป้องกันประเทศ หรือไฟส่องสว่างสาธารณะ

ผลกระทบภายนอก (Externalities) คืออะไรและรัฐบาลจัดการอย่างไร?

ผลกระทบภายนอกคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่สามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการธุรกรรมนั้นๆ โดยมีทั้งเชิงบวก (เช่น การศึกษาที่ส่งผลดีต่อสังคม) และเชิงลบ (เช่น มลพิษที่เกิดจากโรงงาน) รัฐบาลจะใช้การจัดทำงบประมาณและการออกกฎหมายเพื่อส่งเสริมผลกระทบเชิงบวกและลดผลกระทบเชิงลบ