สถาปัตยกรรมสไตล์ควีนแอนน์ในสหรัฐอเมริกา เอกลักษณ์และประวัติศาสตร์
สรุปใจความสำคัญ
- สถาปัตยกรรมสไตล์ควีนแอนน์ในสหรัฐฯ ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงปี ค.ศ. 1880 ถึง 1910
- ลักษณะเด่นคือความไม่สมมาตรของตัวอาคาร การมีหอคอย และระเบียงหน้าบ้านแบบล้อมรอบ
- สไตล์ควีนแอนน์ของอเมริกาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสไตล์ควีนแอนน์ดั้งเดิมในอังกฤษ
- Carson Mansion ในแคลิฟอร์เนียถือเป็นหนึ่งในบ้านสไตล์ควีนแอนน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐอเมริกา
สถาปัตยกรรมสไตล์ควีนแอนน์ (Queen Anne style) เป็นหนึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมวิกตอเรียนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริการะหว่างปี ค.ศ. 1880 ถึง 1910 โดยมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มสถาปัตยกรรมฟื้นฟูควีนแอนน์แห่งโลกใหม่ (New World Queen Anne Revival) สไตล์นี้เกิดขึ้นตามหลังสไตล์ Second Empire และ Stick และเป็นต้นแบบก่อนจะเข้าสู่ยุค Richardsonian Romanesque และ Shingle

ความแตกต่างจากสไตล์ควีนแอนน์ของอังกฤษ
เป็นเรื่องน่าสนใจที่สไตล์ควีนแอนน์ในอเมริกาแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมควีนแอนน์ดั้งเดิมในอังกฤษ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ลดทอนความหรูหราจากบารอกอังกฤษ (English Baroque) ที่ใช้สำหรับบ้านของชนชั้นสูงในช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีแอนน์ (ค.ศ. 1702-1714) สไตล์ในอเมริกาเน้นความสวยงามแบบ picturesque และรายละเอียดแบบ "Free Renaissance" ซึ่งไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัวแต่เป็นการผสมผสานองค์ประกอบที่หลากหลาย
ลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมควีนแอนน์แบบอเมริกัน
อาคารสไตล์ควีนแอนน์ในสหรัฐฯ เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงทศวรรษ 1880 โดยเข้ามาแทนที่สไตล์ Second Empire แม้ความนิยมในรูปแบบดั้งเดิมจะลดลงในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แต่บางองค์ประกอบ เช่น ระเบียงหน้าบ้านแบบล้อมรอบ (wrap-around porch) ยังคงปรากฏให้เห็นจนถึงทศวรรษ 1920

คุณสมบัติทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญ
- รูปทรงอาคาร: หน้ากากอาคารแบบไม่สมมาตร (asymmetrical façade) และมักมีหอคอยทรงกลม ทรงเหลี่ยม หรือทรงหลายเหลี่ยม
- หลังคาและหน้าจั่ว: มีหน้าจั่วด้านหน้าที่โดดเด่น มักยื่นออกมาจากผนัง และมีชายคาที่ยื่นยาว
- ระเบียง: มีระเบียงที่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนหน้าของบ้าน รวมถึงระเบียงชั้นสองหรือระเบียงแบบมีหน้าบัน (pedimented porches)
- พื้นผิวผนัง: การใช้พื้นผิวที่แตกต่างกัน เช่น ไม้แปะเกล็ด (shingles) ลายเกล็ดปลา, กระเบื้องดินเผา (terra cotta) หรือการใช้ไม้ทับบนอิฐ
- รายละเอียดตกแต่ง: การใช้เสาแบบคลาสสิก, งานไม้แกะสลัก (spindle work), หน้าต่างแบบ Oriel และ Bay windows รวมถึงปล่องไฟขนาดใหญ่
ตัวอย่างอาคารที่สำคัญ
สไตล์นี้เริ่มเข้าสู่มหานครนิวยอร์กผ่านอาคาร New York House and School of Industry (ค.ศ. 1878) และ Astral Apartments ในบรูคลิน ซึ่งใช้การผสมผสานระหว่างอิฐสีแดงและดินเผา นอกจากนี้ สถานีรถไฟของ Baltimore and Ohio Railroad ที่ออกแบบโดย E. Francis Baldwin ก็เป็นตัวอย่างที่คุ้นตา


หนึ่งในบ้านสไตล์ควีนแอนน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในอเมริกาคือ Carson Mansion ในเมืองยูเรกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งออกแบบและสร้างขึ้นระหว่างปี 1884-1886 โดย Newsom and Newsom สำหรับ William Carson มหาเศรษฐีด้านไม้รายใหญ่ของแคลิฟอร์เนีย

รูปแบบย่อย (Variants)
Free Classic
หลังปี 1885 การตกแต่งแบบ Eastlake เริ่มเปลี่ยนไปสู่สไตล์ "Free Classic" หรือ Colonial Revival ซึ่งมีการใช้หน้าบันเหนือทางเข้าและหน้าต่างแบบ Palladian
Queen Anne Cottage
นอกจากคฤหาสน์หลังใหญ่แล้ว สไตล์ควีนแอนน์ยังปรากฏในบ้านขนาดเล็กที่เรียบง่ายกว่า เช่น บ้าน William G. Harrison ซึ่งเป็นตัวอย่างของบ้านพักอาศัยขนาดเล็กในสไตล์นี้

คำถามที่พบบ่อย
สถาปัตยกรรมสไตล์ควีนแอนน์ในอเมริกามีความเกี่ยวข้องกับควีนแอนน์ของอังกฤษหรือไม่?
แทบไม่มีความเกี่ยวข้องเลย สไตล์ในอเมริกาเน้นความสวยงามแบบ picturesque และรายละเอียดแบบ Free Renaissance ในขณะที่ของอังกฤษเป็นรูปแบบที่ลดทอนจากบารอกอังกฤษ
ลักษณะเด่นที่สังเกตได้ง่ายที่สุดของบ้านสไตล์ควีนแอนน์คืออะไร?
ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดคือรูปทรงอาคารที่ไม่สมมาตร การมีหอคอย (Tower) และระเบียงหน้าบ้านที่กว้างและล้อมรอบตัวบ้าน
สไตล์ Free Classic คืออะไร?
เป็นรูปแบบย่อยของสไตล์ควีนแอนน์ที่เกิดขึ้นหลังปี 1885 โดยเปลี่ยนจากการตกแต่งแบบ Eastlake มาใช้การตกแต่งแบบ Colonial Revival เช่น หน้าต่างแบบ Palladian และหน้าบันเหนือทางเข้า