ราล์ฟ ดี. วินเทอร์ ผู้บุกเบิกยุทธศาสตร์การประกาศข่าวประเสริฐสู่กลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึง
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้เปลี่ยนยุทธศาสตร์พันธกิจโลกจากการเน้นพรมแดนประเทศ (Country-based) เป็นการเน้นกลุ่มชาติพันธุ์ (People Group-based)
- บุกเบิกแนวคิดการศึกษาเทววิทยาทางไกล (Theological Education by Extension - TEE) ในกัวเตมาลา
- ผู้ก่อตั้งศูนย์พันธกิจโลกแห่งสหรัฐอเมริกา (USCWM) และโครงการศึกษา Perspectives
- ได้รับเลือกจากนิตยสาร Time ให้เป็นหนึ่งใน 25 ผู้มีอิทธิพลด้านคริสเตียนอีแวนเจลิคัลในอเมริกา ปี 2005
ราล์ฟ ดานา วินเทอร์ (Ralph Dana Winter; 8 ธันวาคม 1924 – 20 พฤษภาคม 2009) เป็นนักศาสนศาสตร์ด้านพันธกิจวิทยา (Missiologist) และมิชชันนารีชาวอเมริกันในสังกัดคริสตจักรเพรสไบทีเรียน ผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปยุทธศาสตร์การประกาศข่าวประเสริฐทั่วโลก โดยเขาเป็นผู้ผลักดันแนวคิดการมุ่งเน้นไปที่ "กลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึง" (Unreached People Groups) แทนการยึดตามพรมแดนทางการเมืองของประเทศ
วินเทอร์เป็นผู้ก่อตั้งองค์กรสำคัญหลายแห่ง ได้แก่ ศูนย์พันธกิจโลกแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Center for World Mission หรือ USCWM ซึ่งปัจจุบันคือ Frontier Ventures), มหาวิทยาลัยวิลเลียม แครี่ อินเตอร์เนชันแนล (William Carey International University) และสมาคมนานาชาติเพื่อพันธกิจวิทยาบุกเบิก (International Society for Frontier Missiology)

จุดเปลี่ยนสำคัญ ณ การประชุมโลซานน์ 1974
เหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพันธกิจโลกเกิดขึ้นในปี 1974 เมื่อวินเทอร์นำเสนอแนวคิดในการประชุมสภาเพื่อการประกาศข่าวประเสริฐโลก (Congress for World Evangelization) ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจัดโดยบิลลี่ แกรแฮม (Billy Graham)
ในการนำเสนอครั้งนั้น วินเทอร์เสนอว่ายุทธศาสตร์การส่งมิชชันนารีแบบเดิมที่เน้นการเข้าถึง "ประเทศ" ต่างๆ นั้นไม่เพียงพอ เพราะในหนึ่งประเทศอาจประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์และภาษาที่หลากหลาย ซึ่งบางกลุ่มอาจถูกละเลย วินเทอร์จึงเสนอให้เปลี่ยนเป้าหมายจากการเน้นพรมแดนประเทศ ไปสู่การเน้น "กลุ่มคน" (People Groups) ที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมและภาษา โดยระบุว่ามีกลุ่มคนจำนวนมหาศาลทั่วโลกที่ยังไม่เคยได้รับฟังข่าวประเสริฐ ซึ่งเขาเรียกว่า "กลุ่มคนที่ถูกซ่อนไว้" (Hidden Peoples) หรือต่อมาคือ "กลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึง" (Unreached People Groups)
ประวัติการศึกษาและการทำงานช่วงแรก
วินเทอร์เติบโตในพื้นที่ลอสแอนเจลิส บิดาของเขาคือ ฮิวโก วินเทอร์ วิศวกรผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบทางหลวงในลอสแอนเจลิส ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ราล์ฟศึกษาที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (Caltech) และได้รับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ (B.S.) เพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกนักบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ
หลังจากปลดประจำการ เขาได้ศึกษาต่อในระดับสูงจนได้รับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University), ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) และปริญญาทางเทววิทยา (B.Div.) จากสถาบันเทววิทยาพริ้นซ์ตัน (Princeton Theological Seminary)
การบุกเบิกการศึกษาเทววิทยาทางไกล (TEE)
ระหว่างปี 1956 ถึง 1966 วินเทอร์และครอบครัวรับใช้เป็นมิชชันนารีในประเทศกัวเตมาลา ที่นั่นเขาได้ร่วมกับพอล เอเมอรี (Paul Emery) และคณะ พัฒนาแนวคิด การศึกษาเทววิทยาโดยการขยายผล (Theological Education by Extension หรือ TEE)
แนวคิด TEE มีเป้าหมายเพื่อให้ศิษยาภิบาลในพื้นที่ชนบทสามารถรับการฝึกฝนทางเทววิทยาและได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสนาจารย์ได้โดยไม่ต้องย้ายครอบครัวเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงเป็นเวลานาน โดยนักเรียนสามารถเรียนในวิทยาเขตส่วนขยายใกล้บ้าน และเดินทางมาศึกษาที่สถาบันหลักในเมืองหลวงเพียงเดือนละครั้ง ซึ่งรูปแบบนี้ถือเป็นต้นแบบของการศึกษาทางไกล (Distance Education) และโมเดลวิทยาเขตหลายแห่งที่ใช้ในสถาบันเทววิทยาสมัยใหม่

บทบาททางวิชาการและการก่อตั้งองค์กร
ด้วยผลงานด้าน TEE และงานเขียนต่างๆ ทำให้โดนัลด์ แมคกาฟราน (Donald McGavran) เชิญวินเทอร์เข้าเป็นอาจารย์ที่สถาบันเทววิทยาฟูลเลอร์ (Fuller Theological Seminary) ระหว่างปี 1966 ถึง 1976 ซึ่งในช่วงนี้เขาได้สร้างผลงานสำคัญหลายประการ:
- ก่อตั้งห้องสมุดวิลเลียม แครี่ (William Carey Library) ซึ่งต่อมากลายเป็นสำนักพิมพ์วิลเลียม แครี่ (William Carey Publishing)
- ร่วมก่อตั้งสมาคมมิชชันนารีวิทยาแห่งอเมริกา (American Society of Missiology)
- ริเริ่มโครงการศึกษา Perspectives (Perspectives Study Program) เพื่อให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และยุทธศาสตร์พันธกิจโลก
หลังจากปี 1974 วินเทอร์ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ที่ฟูลเลอร์เพื่อทุ่มเทให้กับการก่อตั้งศูนย์พันธกิจโลกแห่งสหรัฐอเมริกา (USCWM) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการวิจัยและแก้ไขอุปสรรคทางวัฒนธรรมและภาษาในการประกาศข่าวประเสริฐ
คำถามที่พบบ่อย
ราล์ฟ ดี. วินเทอร์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อมิชชันนารีสมัยใหม่?
เขาเป็นผู้เสนอแนวคิด 'กลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึง' (Unreached People Groups) ซึ่งทำให้องค์กรมิชชันนารีทั่วโลกเปลี่ยนเป้าหมายจากการส่งคนไปตามประเทศต่างๆ มาเป็นการมุ่งเน้นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยังไม่มีคริสตจักรท้องถิ่นของตนเอง
การศึกษาเทววิทยาทางไกล (TEE) คืออะไร?
คือระบบการศึกษาที่ช่วยให้ผู้นำคริสตจักรในชนบทสามารถเรียนเทววิทยาได้โดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน โดยเรียนผ่านศูนย์ขยายผลในท้องถิ่นและเข้าพบอาจารย์ในเมืองหลวงเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการศึกษาทางไกลในปัจจุบัน
การประชุมโลซานน์ 1974 เกี่ยวข้องกับวินเทอร์อย่างไร?
เป็นเวทีที่วินเทอร์นำเสนอแนวคิดเรื่องกลุ่มคนที่ถูกซ่อนไว้ (Hidden Peoples) ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนและเปลี่ยนทิศทางการวางแผนพันธกิจโลกในศตวรรษที่ 20
วินเทอร์ก่อตั้งองค์กรใดบ้าง?
เขาเป็นผู้ก่อตั้ง U.S. Center for World Mission (USCWM), มหาวิทยาลัยวิลเลียม แครี่ อินเตอร์เนชันแนล และสมาคมนานาชาติเพื่อพันธกิจวิทยาบุกเบิก