← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ราล์ฟ เอ็ม. วิลต์เกน ผู้บันทึกประวัติศาสตร์สังคายนาวาติกันครั้งที่ 2

สรุปใจความสำคัญ

  • ราล์ฟ เอ็ม. วิลต์เกน เป็นบาทหลวงและมิชชันนารีชาวอเมริกันผู้เขียนหนังสือวิเคราะห์สังคายนาวาติกันครั้งที่ 2
  • เขาก่อตั้งสำนักข่าว Divine Word News Service เพื่อรายงานข่าวสารจากวาติกันให้ทั่วโลกได้รับทราบ
  • ทฤษฎีในหนังสือ The Rhine Flows Into the Tiber เสนอว่าการประชุมสังคายนาเกิดจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มเสรีนิยมจากประเทศแถบแม่น้ำไรน์และกลุ่มอนุรักษนิยม

ราล์ฟ ไมเคิล วิลต์เกน (17 ธันวาคม 1921 – 6 ธันวาคม 2007) เป็นบาทหลวงคาทอลิกชาวอเมริกัน มิชชันนารี และนักข่าวผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเขียนหนังสือ The Rhine Flows Into the Tiber ซึ่งเป็นบันทึกเหตุการณ์และบทวิเคราะห์บทสรุปของสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 (Second Vatican Council) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ศาสนจักรคาทอลิก

ประวัติและการทำงาน

วิลต์เกนเกิดที่เมืองอีแวนสตัน รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ในปี 1921 เขาเข้าสู่เส้นทางของมิชชันนารีแห่งพระวจนะ (Divine Word Missionary) ในปี 1938 และได้รับศีลบวชเป็นบาทหลวงในปี 1950

นอกจากความสนใจในด้านการเขียนและการสื่อสาร เขายังได้เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับศาสนจักรคาทอลิก เช่น The Religious Life Defined, Founding of the Roman Catholic Church in Oceania, 1825–50 และ Gold Coast Mission History ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์และมิชชันนารี

การก่อตั้งสำนักข่าว Divine Word News Service

ในช่วงที่เขาพำนักอยู่ในกรุงโรมเพื่อติดตามการประชุมสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 เขาพบว่าสำนักงานข่าวของวาติกันทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงได้ตัดสินใจก่อตั้ง "Divine Word News Service" ซึ่งเป็นสำนักข่าวอิสระที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีผู้ติดตามถึง 3,100 รายใน 108 ประเทศทั่วโลก

ผลงานที่โดดเด่น The Rhine Flows Into the Tiber

ผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขาคือหนังสือ The Rhine Flows Flows Into the Tiber ซึ่งนำเสนอทฤษฎีที่ว่าการประชุมสังคายนาครั้งนี้เป็นความขัดแย้งทางเทววิทยาที่แบ่งแยกกลุ่มผู้มีแนวคิดแบบเสรีนิยม (Liberal) และกลุ่มอนุรักษนิยม (Traditionalist) โดยวิลต์เกนวิเคราะห์ว่ากลุ่มเสรีนิยมคือกลุ่มคริสตจักรในประเทศที่แม่น้ำไรน์ไหลผ่าน (ออสเตรีย, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, และเบลเยียม)ริเริ่มการเปลี่ยนแปลง own และปะทะกับกลุ่มอนุรักษนิยม (กลุ่มประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ, สเปน, โปรตุเกส และอิตาลี)

ชื่อหนังสือเล่มนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคำกล่าวของจูเวนัล (Juvenal) นักเขียนชาวโรมันในศตวรรษที่ 2 ที่บ่นถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากซีเรียที่หลั่งไหลเข้าสู่กรุงโรม โดยวิลต์เกนใช้การเปรียบเทียบนี้เพื่อสื่อถึงอิทธิพลของยุโรปเหนือและตะวันตกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในวาติกัน

หนังสือเล่มนี้ได้รับตราประทับ Nihil Obstat และ Imprimatur (การรับรองจากผู้มีอำนาจในศาสนจักร) ในปี 1966 โดยคาร์ดินัลเทอเรนซ์ คุก (Terence Cooke) แม้ว่าเนื้อหาในเล่มจะนำเสนอภาพลักษณ์ของสมาชิกบางคนในศาสนจักรในแง่ลบก็ตาม

ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ยังคงถูกนำมาพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง โดยฉบับล่าสุดที่พิมพ์โดย TAN Books ในปี 2014 ใช้ชื่อว่า The Inside Story of Vatican II

คำถามที่พบบ่อย

ราล์ฟ เอ็ม. วิลต์เกน คือใคร?

เขาเป็นบาทหลวงคาทอลิกชาวอเมริกัน มิชชันนารี และนักข่าวผู้มีชื่อเสียงจากการเขียนหนังสือบันทึกเหตุการณ์สังคายนาวาติกันครั้งที่ 2

หนังสือ The Rhine Flows Into the Tiber มีความสำคัญอย่างไร?

หนังสือเล่มนี้วิเคราะห์ว่าการประชุมสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 เป็นการต่อสู้ทางเทววิทยาระหว่างกลุ่มเสรีนิยมจากยุโรปเหนือและยุโรปตะวันตกกับกลุ่มอนุรักษนิยม

Divine Word News Service คืออะไร?

เป็นสำนักข่าวที่วิลต์เกนก่อตั้งขึ้นในกรุงโรมเพื่อรายงานข่าวสารจากการประชุมสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 ให้กับผู้ติดตามใน 108 ประเทศทั่วโลก