← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติคริสตจักรเพรสไบทีเรียนปฏิรูป, เจเนอรัล ซินอด

สรุปใจความสำคัญ

  • เกิดจากการแบ่งแยกของกลุ่ม Covenanters ระหว่างกลุ่ม Old Light และ New Light ในปี 1833
  • เคยประสบความสำเร็จในการส่งมิชชันนารีไปยังอินเดียในช่วงแรก
  • ควบรวมกับคริสตจักรเพรสไบทีเรียนอีแวนเจลิคัลในปี 1965 กลายเป็น RPCES
  • สุดท้ายได้ควบรวมเข้ากับคริสตจักรเพรสไบทีเรียนในอเมริกา (PCA) ในปี 1982

คริสตจักรเพรสไบทีเรียนปฏิรูป, เจเนอรัล ซินอด เป็นนิกายเพรสไบทีเรียนในสหรัฐอเมริกาที่เกิดจากการแบ่งแยกภายในกลุ่ม Covenanters หรือกลุ่มผู้ทำพันธสัญญา ซึ่งมีบทบาทในช่วงปี ค.ศ. 1833 ถึง 1965

ประวัติความเป็นมา

การแบ่งแยกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1833 ระหว่างกลุ่ม Old Light และ New Light ของชาว Covenanters โดยกลุ่ม Old Light ปฏิเสธที่จะสาบานตนเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ เพื่อเป็นพลเมือง ซึ่งทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักในชื่อ คริสตจักรเพรสไบทีเรียนปฏิรูปแห่งอเมริกาเหนือ (Reformed Presbyterian Church of North America) ในขณะที่กลุ่ม New Light ตัดสินใจอนุญาตให้ทำได้ และกลายเป็น คริสตจักรเพรสไบทีเรียนปฏิรูป, เจเนอรัล ซินอด (Reformed Presbyterian Church, General Synod)

การเติบโตและความขัดแย้ง

ในช่วงแรก คริสตจักรแห่งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก รวมถึงการส่งมิชชันนารีไปยังประเทศอินเดีย และการนำหนังสือระเบียบวินัย (Book of Discipline) และคู่มือการนมัสการสาธารณะ (Directory for Public Worship) มาใช้ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งภายในเริ่มเกิดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มในฟิลาเดลเฟียที่มองว่าคริสตจักรใช้เวลาไปกับการถกเถียงเรื่องหลักข้อเชื่อทางศาสนามากเกินไป แทนที่จะมุ่งเน้นการรวมตัวกับนิกายเพรสไบทีเรียนอื่นๆ

ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นจากการถกเถียงในประเด็นเรื่องการใช้บทเพลงสดุดีเพียงอย่างเดียว (exclusive psalmody) การใช้เครื่องดนตรีในการนมัสการ และการปฏิเสธแผนการรวมตัวกับคริสตจักรเพรสไบทีเรียนสหรัฐอเมริกาเหนือ (United Presbyterian Church of North America) ในปี ค.ศ. 1859 ซึ่งนำไปสู่การแบ่งแยกภายในคริสตจักร

การลดลงและการฟื้นตัว

ในช่วงศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 จำนวนสมาชิกและคริสตจักรลดลงอย่างมาก จนถึงจุดต่ำสุดที่มีคริสตจักรเพียง 9 แห่งเท่านั้น แต่ในช่วงทศวรรษ 1940 และ 1950 ด้วยการนำของศิษยาภิบาลคนใหม่ๆ คริสตจักรเริ่มกลับมาเติบโตและมีการบุกเบิกคริสตจักรใหม่ๆ ในสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1965 มีคริสตจักรทั้งหมด 28 แห่ง

การควบรวมกับคริสตจักรเพรสไบทีเรียนอีแวนเจลิคัล

ในช่วงทศวรรษ 1950 คริสตจักรเพรสไบทีเรียนปฏิรูป, เจเนอรัล ซินอด เริ่มถอยห่างจากมรดกของชาว Covenanter รวมถึงการยกเลิกหลักการปฏิรูป (Reformation Principles Exhibited) ในปี ค.ศ. 1959 และเริ่มมองหาการควบรวมกับนิกายอื่น

ด้วยอิทธิพลของบุคคลสำคัญ เช่น กอร์ดอน คลาร์ก (Gordon Clark) ได้มีการเจรจากับคริสตจักรเพรสไบทีเรียนไบเบิล (Bible Presbyterian Church-Columbus Synod) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น คริสตจักรเพรสไบทีเรียนอีแวนเจลิคัล (Evangelical Presbyterian Church)

ในปี ค.ศ. 1965 หลังจากมีการปรับปรุงคำสอนใน Westminster Larger Catechism เพื่อให้เปิดรับแนวคิด Premillennial eschatology และการออกมติที่ต่อต้านแอลกอฮอล์ ทั้งสองนิกายได้รวมตัวกันที่วิทยาลัยพันธสัญญา (Covenant College) ในรัฐจอร์เจีย โดยใช้ชื่อว่า คริสตจักรเพรสไบทีเรียนปฏิรูป, อีแวนเจลิคัล ซินอด (Reformed Presbyterian Church, Evangelical Synod) ซึ่งในเวลาต่อมาได้ควบรวมเข้ากับคริสตจักรเพรสไบทีเรียนในอเมริกา (Presbyterian Church in America) ในปี ค.ศ. 1982

คำถามที่พบบ่อย

คริสตจักรเพรสไบทีเรียนปฏิรูป, เจเนอรัล ซินอด เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เกิดขึ้นจากการแบ่งแยกของกลุ่ม Covenanters ในปี 1833 โดยกลุ่ม New Light ที่อนุญาตให้สมาชิกสาบานตนเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ได้ สามารถจัดตั้งคริสตจักรนี้ขึ้นมา

ประเด็นความขัดแย้งหลักภายในคริสตจักรคืออะไร?

ความขัดแย้งหลักคือเรื่องการใช้บทเพลงสดุดีเพียงอย่างเดียวในการนมัสการ การใช้เครื่องดนตรี และความต้องการที่จะรวมตัวกับนิกายเพรสไบทีเรียนอื่นๆ

คริสตจักรนี้ควบรวมกับกลุ่มใดในที่สุด?

ในปี 1965 ได้ควบรวมกับคริสตจักรเพรสไบทีเรียนอีแวนเจลิคัล กลายเป็น RPCES และต่อมาในปี 1982 ได้ควบรวมเข้ากับคริสตจักรเพรสไบทีเรียนในอเมริกา (PCA)