ซอสเรกเก้ เรกเก้ (Reggae Reggae Sauce) - ซอสบาร์บีคิวรสจาไมก้าชื่อดัง
สรุปใจความสำคัญ
- ซอสเรกเก้ เรกเก้ เป็นซอสบาร์บีคิวรสจาไมก้าที่โด่งดังจากการนำเสนอในรายการ Dragons' Den
- Levi Roots ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้รับเงินลงทุนจาก Peter Jones และ Richard Farleigh
- ยอดขายในช่วงแรกประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมียอดขายต่อสัปดาห์เทียบเท่ากับยอดคาดการณ์รายปีในตอนแรก
- แบรนด์ได้ขยายไลน์สินค้าไปยังอาหารพร้อมทาน พิซซ่า และเครื่องดื่มสไตล์แคริบเบียน
ซอสเรกเก้ เรกเก้ เป็นซอสบาร์บีคิวที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศจาไมก้า (Jamaican jerk spice) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะหลังจากที่ผู้สร้างอย่าง Levi Roots ได้ปรากฏตัวในรายการ Dragons' Den ของช่อง BBC Two โดยเขาได้ใช้บทเพลงเพื่อนำเสนอสินค้าของเขาอย่างน่าประทับใจ

ประวัติความเป็นมา
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2007 Levi Roots ได้เข้าแข่งขันในรายการ Dragons' Den และสามารถโน้มน้าวให้ Peter Jones และ Richard Farleigh ลงทุน 50,000 ปอนด์ เพื่อแลกกับหุ้น 40% ของบริษัท เขาได้รับความสนใจอย่างมากจากการปรากฏตัวในโทรทัศน์ และในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2007 ห้างสรรพสินค้า Sainsbury's ได้ยืนยันความสนใจในการนำซอสนี้ไปวางจำหน่าย และเริ่มวางขายทั่วประเทศในวันที่ 7 มีนาคม 2007
นอกจากนี้ Roots ยังได้ปล่อยซิงเกิลเพลง "Reggae Reggae Sauce Song" ซึ่งเขาร้องขณะนำเสนอสินค้าในรายการ และต่อมาได้นำไปร้องในรายการ Harry Hill's TV Burp โดยรายได้จากการดาวน์โหลดเพลงนี้ได้มอบให้กับองค์กรการกุศล Comic Relief ในปี 2008 ซอสเรกเก้ เรกเก้ ได้รับการโหวตให้เป็น "CoolBrand" โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและสาธารณชนชาวอังกฤษ
ข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับที่มาของสูตร
ที่มาของสูตรซอสถูกโต้แย้งโดย Tony Bailey ผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารจาไมก้าในย่าน Brixton ลอนดอนใต้ ในปี 2010 Bailey ได้ยื่นคำร้องต่อศาลสูงเพื่อเรียกค่าเสียหายมากกว่า 300,000 ปอนด์ โดยอ้างว่าเขาเป็นผู้คิดค้นซอสนี้และควรได้รับส่วนแบ่งกำไร เนื่องจาก Roots และ Bailey เคยทำร้านขายไก่ย่างจาไมก้า (Jerk Chicken) ในงาน Notting Hill Carnival ร่วมกันเป็นเวลา 15 ปี
ในระหว่างการพิจารณาคดี Roots ยอมรับต่อศาลว่าคำกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ในรายการ Dragons' Den และในการตลาดที่ว่าสูตรซอสนี้เป็นสูตรของย่าเขานั้นไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษา Mark Pelling QC ได้ยกฟ้องคำร้องของ Bailey โดยระบุว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน และตัดสินว่า Roots มีสิทธิ์ได้รับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีคืน
การผลิตและการขยายตัวของแบรนด์
ซอสเรกเก้ เรกเก้ ผลิตโดย AB World Foods ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Associated British Foods แม้ว่า Roots จะต้องการให้การผลิตคงอยู่ในสหราชอาณาจักร แต่การผลิตได้ย้ายจากเวลส์ไปยังโปแลนด์ในเดือนมีนาคม 2007
ในตอนแรกซอสนี้วางจำหน่ายเฉพาะในห้าง Sainsbury's แต่ปัจจุบันมีวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ความสำเร็จของซอสนี้มีมากจนในตอนแรก Sainsbury's คาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 50,000 ขวดในปีแรก แต่กลับมียอดขายสูงถึง 40,000-50,000 ขวดต่อสัปดาห์
การขยายไลน์สินค้าและพันธมิตร
- สินค้าใหม่: Roots ได้เปิดตัว "Love Apple Tomato Sauce" (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Reggae Reggae Tomato Ketchup) และ "Fiery Guava Dipping Sauce" ในปี 2008 รวมถึงการออกหนังสือทำอาหาร Reggae Reggae Cookbook
- พันธมิตรทางธุรกิจ: ซอสนี้ถูกนำไปใช้ในเมนูของร้าน Subway, Hungry Horse และเครือผับ Slug and Lettuce และ Scream นอกจากนี้ Birds Eye ยังได้ออกผลิตภัณฑ์ไก่ย่างในซอสเรกเก้ เรกเก้ ในปี 2009
- ของว่างและอาหารพร้อมทาน: ในปี 2010 มีการเปิดตัวถั่วลิสงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์รสเรกเก้ เรกเก้ รวมถึงอาหารพร้อมทานสไตล์แคริบเบียน
- ความร่วมมือกับแบรนด์ดัง: ในปี 2011 Domino's Pizza ในสหราชอาณาจักรได้ออก "Reggae Reggae Pizza" รุ่นจำกัด และในปี 2012 KFC ได้ออกชุดอาหาร Reggae Reggae box meal
- สินค้าอื่นๆ: แบรนด์ได้ขยายไปยังเค้กขิงจาไมก้า (Jamaica Ginger Cake) และเครื่องดื่ม Caribbean Crush
นอกจากนี้ ในปี 2012 ได้มีการเปิดตัวซอสสูตร "รสเผ็ดน้อย" (Mild) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
คำถามที่พบบ่อย
ซอสเรกเก้ เรกเก้ คืออะไร?
เป็นซอสบาร์บีคิวที่ใช้เครื่องเทศจาไมก้า (Jamaican jerk spice) เป็นส่วนประกอบหลัก ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์สไตล์แคริบเบียน
Levi Roots มีชื่อเสียงโด่งดังได้อย่างไร?
เขากลายเป็นที่รู้จักจากการนำเสนอซอสของเขาในรายการ Dragons' Den โดยการร้องเพลงเพื่อนำเสนอสินค้า ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค
ซอสนี้มีวางจำหน่ายที่ไหนบ้าง?
มีวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำหลายแห่งในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ รวมถึงมีการร่วมมือกับแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น KFC และ Domino's Pizza