Regime Change เจาะลึกการใช้อำนาจในสมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์
สรุปใจความสำคัญ
- เขียนโดย Maggie Haberman และ Jonathan Swan ตีพิมพ์โดย Simon & Schuster ในปี 2026
- เนื้อหาเน้นการวิเคราะห์การใช้อำนาจบริหารที่กว้างขวางขึ้นในสมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์
- ผู้เขียนใช้การสัมภาษณ์แหล่งข่าวประมาณ 1,000 ราย ในช่วงระยะเวลา 2 ปี
Regime Change: Inside the Imperial Presidency of Donald Trump เป็นหนังสือสารคดีทางการเมืองที่เขียนโดยนักข่าวชื่อดัง Maggie Haberman และ Jonathan Swan จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Simon & Schuster ในเดือนมิถุนายน ปี 2026 หนังสือเล่มนี้มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์และนำเสนอเหตุการณ์ในช่วงปีแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงในวิธีการใช้อำนาจบริหารและการจัดการโครงสร้างภายในทำเนียบขาว

บทสรุปและเนื้อหาสำคัญ
ผู้เขียนนำเสนอว่า ประสบการณ์จากความท้าทายทางกฎหมาย การถูกตัดสินว่ามีความผิด และเหตุการณ์พยายามลอบสังหารในอดีต ได้ส่งผลต่อแนวทางการบริหารงานในสมัยที่สองของทรัมป์ โดยทำให้เขามีแนวโน้มที่จะกล้าเสี่ยงมากขึ้นและพยายามขยายอำนาจของฝ่ายบริหารให้กว้างขวางขึ้น
การขยายอำนาจและบรรยากาศในทำเนียบขาว
หนังสือระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในบรรยากาศของทำเนียบขาว โดยมีการลาออกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพและที่ปรึกษากฎหมายภายใน ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มคนที่คอยทัดทานคำสั่งของประธานาธิบดี ทรัมป์ถูกบรรยายว่าพยายามขยายอำนาจประธานาธิบดีผ่านการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากสภาคองเกรส การเพิกเฉยต่อคำสั่งศาล และการใช้สัญชาตญาณส่วนตัวในการตัดสินใจเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโลกและผู้นำต่างประเทศ
เหตุการณ์สำคัญที่หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ได้แก่ การหารือในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) เกี่ยวกับสงครามครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง การสั่งปิดพรมแดนสหรัฐฯ การส่งกองกำลัง National Guard เข้าสู่เมืองต่างๆ และเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
การบริหารงานและบุคคลใกล้ชิด
Haberman และ Swan เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสมัยแรกและสมัยที่สอง โดยชี้ให้เห็นว่าในสมัยที่สอง ทรัมป์ทำงานร่วมกับกลุ่มคนใกล้ชิดที่มีความจงรักภักดีสูงและสร้างระบบการปกครองแบบส่วนตัว ซึ่งแตกต่างจากสมัยแรกที่มีการแต่งตั้งบุคคลจากกลุ่มชนชั้นนำดั้งเดิม (Establishment) เช่น James Mattis และ John Kelly ซึ่งมักจะมีความเห็นขัดแย้งกับโลกทัศน์ของทรัมป์
ในสมัยนี้ ทรัมป์พึ่งพาผู้ช่วยที่ไว้วางใจเพียงไม่กี่คน โดยมี Susie Wiles หัวหน้าคณะทำงานที่คอยจัดการอารมณ์ของเขา และ Natalie Harp ผู้ช่วยบริหารที่คัดกรองข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอต่อประธานาธิบดี โดยเน้นเฉพาะข่าวในเชิงบวก
ความขัดแย้งภายในและการดำเนินนโยบาย
การตัดสินใจเชิงนโยบายมักถูกบรรยายว่าเป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอำนาจภายใน โดยมีการแข่งขันกันเพื่อดึงดูดความสนใจจากทรัมป์ ตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งด้านนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่าง Scott Bessent, Elon Musk, Howard Lutnick และ Peter Navarro รวมถึงความไม่พอใจของ Stephen Miller ที่มีต่ออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ Kristi Noem ในเรื่องการย้ายถิ่นฐาน
การเขียนและการตีพิมพ์
Haberman และ Swan เริ่มเขียนหนังสือเล่มนี้ในปี 2024 โดยใช้เวลาสองปีในการสัมภาษณ์แหล่งข่าวประมาณ 1,000 ราย เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก
ปฏิกิริยาและการตอบรับ
การตอบโต้จากโดนัลด์ ทรัมป์
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเรียก Maggie Haberman ว่า "Magot" และวิจารณ์ว่าเธอเป็นนักเขียนที่มีสติปัญญาต่ำ พร้อมทั้งระบุว่าเนื้อหาในหนังสือส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่กุขึ้นและเป็น "ข่าวปลอม" (Fake News)
คำวิจารณ์จากสื่อ
- The New York Times: ชื่นชมว่าผู้เขียนสามารถนำเสนอรายละเอียดที่ทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ดูสมจริง และสามารถดึงความจริงออกมาจากโลกแห่งภาพลวงตาที่ทรัมป์สร้างขึ้น
- The New Yorker: ระบุว่าหนังสือเล่มนี้ก้าวข้ามประเภทของหนังสือทั่วไป และเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารที่จะยังคงมีความสำคัญในอนาคต
- The Wall Street Journal: มีมุมมองที่แตกต่าง โดยวิจารณ์ว่าหนังสือเล่มนี้พยายามนำเสนอว่าทรัมป์เป็นภัยคุกคามต่อสาธารณรัฐ โดยอาศัยแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตน และมองว่าผู้เขียนหลงเชื่อในคำโอ้อวดของทรัมป์จนทำให้พลาดประเด็นสำคัญบางอย่างไป
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือ Regime Change เกี่ยวกับอะไร?
เป็นหนังสือที่เจาะลึกการทำงานและบรรยากาศภายในทำเนียบขาวในช่วงปีแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่สอง โดยเน้นเรื่องการขยายอำนาจบริหารและการพึ่งพาคนใกล้ชิดที่มีความจงรักภักดี
ความแตกต่างระหว่างการบริหารของทรัมป์ในสมัยที่ 1 และ 2 ตามที่หนังสือระบุคืออะไร?
ในสมัยแรกทรัมป์แต่งตั้งบุคคลจากกลุ่มชนชั้นนำดั้งเดิมที่มักคัดค้านแนวคิดของเขา แต่ในสมัยที่สองเขาหันมาใช้กลุ่มคนใกล้ชิดที่จงรักภักดีและมีสไตล์การปกครองแบบส่วนตัวมากขึ้น
โดนัลด์ ทรัมป์ มีปฏิกิริยาอย่างไรต่อหนังสือเล่มนี้?
ทรัมป์วิจารณ์หนังสือเล่มนี้ว่าเป็น 'ข่าวปลอม' และโจมตีผู้เขียน (Maggie Haberman) ว่าเป็นนักเขียนที่ไม่มีคุณภาพและกุเรื่องขึ้น
หนังสือเล่มนี้ใช้แหล่งข้อมูลอย่างไรในการเขียน?
ผู้เขียนทำการสัมภาษณ์แหล่งข่าวประมาณ 1,000 ราย ตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปี 2026 ก่อนการตีพิมพ์

