← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ไรน์ฮาร์ด เซลเทน บิดาแห่งเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองและผู้บุกเบิกทฤษฎีเกม

สรุปใจความสำคัญ

  • ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1994 ร่วมกับ จอห์น ฮาร์ซานี และ จอห์น แนช
  • เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสาขาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง (Experimental Economics) และผู้ก่อตั้ง BonnEconLab
  • โดดเด่นในเรื่องการศึกษาความสมเหตุสมผลที่จำกัด (Bounded Rationality) และทฤษฎีเกม
  • เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวเยอรมันคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

ไรน์ฮาร์ด เซลเทน (Reinhard Selten; 5 ตุลาคม 1930 – 23 สิงหาคม 2016) เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวเยอรมันผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทฤษฎีเกม (Game Theory) และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสาขาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง (Experimental Economics) ผลงานของเขาได้รับการยอมรับในระดับสากลจนได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1994 ร่วมกับ จอห์น ฮาร์ซานี (John Harsanyi) และ จอห์น แนช (John Nash)

ภาพพอร์ตเทรตของไรน์ฮาร์ด เซลเทน
ไรน์ฮาร์ด เซลเทน นักเศรษฐศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลโนเบล

ประวัติและการศึกษา

เซลเทนเกิดที่เมืองเบรสเลา (Breslau) ในแคว้นโลเวอร์ไซลีเซีย (ปัจจุบันคือเมืองวรอตสวัฟ ประเทศโปแลนด์) เขาเป็นบุตรของอดอล์ฟ เซลเทน พ่อที่เป็นชาวเยิวและเป็นคนขายหนังสือที่ตาบอด และแคเธอรีน ลูเธอร์ แม่ที่เป็นโปรเตสแตนต์ โดยตัวเขาเองถูกเลี้ยงดูมาในศาสนาโปรเตสแตนต์

ในช่วงวัยเรียน เซลเทนเริ่มสนใจทฤษฎีเกมหลังจากได้อ่านบทความในนิตยสาร Fortune ที่เขียนโดย จอห์น ดี. แมคโดนัลด์ (John D. McDonald) ซึ่งจุดประกายให้เขานำความรู้ด้านเรขาคณิตและพีชคณิตพื้นฐานมาประยุกต์ใช้ในการคิดแก้ปัญหา ต่อมาเขาเข้าศึกษาด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเกอเธ่ แฟรงก์เฟิร์ต (Goethe University Frankfurt) และได้รับประกาศนียบัตรในปี 1957 จากนั้นได้ทำงานเป็นผู้ช่วยทางวิทยาศาสตร์ให้กับ ไฮนซ์ เซาเออร์มันน์ (Heinz Sauermann) จนถึงปี 1967 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดียวกันในปี 1961 โดยวิทยานิพนธ์ของเขามุ่งเน้นไปที่การประเมินเกมที่มีผู้เล่นหลายคน (n-person games)

เส้นทางวิชาการและผลงาน

เซลเทนมีประสบการณ์การสอนในหลายสถาบันชั้นนำ เขาเคยเป็นศาสตราจารย์อาคันตุกะที่มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ (UC Berkeley) และสอนที่มหาวิทยาลัยเสรีเบอร์ลิน (Free University of Berlin) ระหว่างปี 1969 ถึง 1972 และที่มหาวิทยาลัยบีเลเฟลด์ (University of Bielefeld) ระหว่างปี 1972 ถึง 1984 ก่อนจะย้ายไปดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยบอนน์ (University of Bonn)

ที่มหาวิทยาลัยบอนน์ เซลเทนได้ก่อตั้ง BonnEconLab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการวิจัยเศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง โดยเขาได้ใช้สถานที่แห่งนี้ในการทดสอบทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ผ่านการทดลองจริงกับมนุษย์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เศรษฐศาสตร์เปลี่ยนจากการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เพียงอย่างเดียวไปสู่การสังเกตพฤติกรรมจริง

การมีส่วนร่วมในทฤษฎีเกมและความสมเหตุสมผลที่จำกัด

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเซลเทนคือการวิเคราะห์ความสมเหตุสมผลในสถานการณ์การตัดสินใจ เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากงานวิจัยเรื่อง ความสมเหตุสมผลที่จำกัด (Bounded Rationality) ซึ่งเสนอว่ามนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจอย่างสมบูรณ์แบบตามหลักเหตุผลเสมอไป แต่มีข้อจำกัดด้านข้อมูลและขีดความสามารถในการประมวลผล

นอกจากนี้ เขายังได้พัฒนาตัวอย่างเกมที่ชื่อว่า "Selten's Horse" ซึ่งเป็นรูปแบบการนำเสนอเกมในลักษณะ Extensive Form และเป็นผู้บุกเบิกการศึกษาเกมแบบรวมกลุ่ม (Aggregative Games) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการวิเคราะห์กลยุทธ์ในทางเศรษฐศาสตร์

ชีวิตส่วนตัวและความสนใจอื่น

นอกเหนือจากงานวิชาการ เซลเทนเป็นผู้สนับสนุนภาษาเอสเปรันโต (Esperanto) มาตั้งแต่ปี 1959 และได้พบกับภรรยาของเขา เอลิซาเบธ ลังไกรเนอร์ (Elisabeth Langreiner) ผ่านขบวนการเคลื่อนไหวของภาษาเอสเปรันโต ในปี 2009 เขาได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งอันดับหนึ่งของพรรค Europe – Democracy – Esperanto สาขาเยอรมนี สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป

คำถามที่พบบ่อย

ไรน์ฮาร์ด เซลเทน ได้รับรางวัลโนเบลจากผลงานอะไร?

เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1994 จากผลงานการวิจัยและพัฒนาทฤษฎีเกม (Game Theory) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในสถานการณ์ที่ผู้เล่นหลายคนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน

เศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง (Experimental Economics) คืออะไร และเซลเทนมีบทบาทอย่างไร?

เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองคือการใช้การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบสมมติฐานทางเศรษฐศาสตร์กับพฤติกรรมมนุษย์จริง เซลเทนเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสาขานี้และได้สร้าง BonnEconLab เพื่อใช้ในการวิจัยเชิงทดลอง

แนวคิดเรื่อง 'ความสมเหตุสมผลที่จำกัด' (Bounded Rationality) คืออะไร?

เป็นแนวคิดที่เสนอว่ามนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจโดยใช้เหตุผลอย่างสมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ แต่มีข้อจำกัดด้านเวลา ข้อมูล และความสามารถในการประมวลผลของสมอง ทำให้การตัดสินใจจริงอาจแตกต่างจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ