← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การกำหนดตลาดที่เกี่ยวข้องในกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

สรุปใจความสำคัญ

  • ตลาดที่เกี่ยวข้องเกิดจากจุดตัดระหว่างตลาดผลิตภัณฑ์ (Product Market) และตลาดภูมิศาสตร์ (Geographic Market)
  • เกณฑ์หลักในการกำหนดตลาดผลิตภัณฑ์คือ 'ความสามารถในการทดแทนกันได้' (Substitutability) ในมุมมองของผู้บริโภค
  • การกำหนดตลาดที่เกี่ยวข้องเป็นขั้นตอนจำเป็นในการวิเคราะห์อำนาจเหนือตลาด (Market Power) และการผูกขาด
  • ในปัจจุบันมีการปรับปรุงแนวทางการกำหนดตลาดเพื่อให้ครอบคลุมถึงเศรษฐกิจดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์

ในทางกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ตลาดที่เกี่ยวข้อง (Relevant Market) คือขอบเขตของตลาดที่มีการซื้อขายสินค้าหรือบริการเฉพาะอย่าง ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่าง ตลาดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และ ตลาดภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง การกำหนดขอบเขตของตลาดที่เกี่ยวข้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นขั้นตอนแรกในการวิเคราะห์ว่าผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีอำนาจเหนือตลาด หรือมีการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่

แผนผังความสัมพันธ์ของแนวคิดด้านการแข่งขันทางการค้า
โครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการกำหนดตลาด อำนาจเหนือตลาด และพฤติกรรมการผูกขาด

ความสำคัญของการกำหนดตลาดที่เกี่ยวข้อง

แนวคิดเรื่องตลาดที่เกี่ยวข้องถูกนำมาใช้เพื่อระบุว่าผลิตภัณฑ์ใดและผู้ประกอบการรายใดที่แข่งขันกันโดยตรงในทางธุรกิจ หากไม่มีการกำหนดขอบเขตตลาดที่ชัดเจน การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าจะไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากระดับที่บริษัทสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าให้สูงกว่าระดับการแข่งขันปกติได้นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักสองประการคือ:

  • ความเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคจะหันไปใช้สินค้าทดแทน: หากมีสินค้าทดแทนจำนวนมาก ผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปใช้สินค้าอื่นเมื่อราคาสินค้าหลักสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถขึ้นราคาได้ตามใจชอบ
  • ความสามารถของคู่แข่งรายใหม่ในการเข้าสู่ตลาด: หากการเข้าสู่ตลาดทำได้ยาก (มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสูง) ผู้ประกอบการรายเดิมจะมีอำนาจในการควบคุมราคาได้มากขึ้น

ดังนั้น ตลาดที่เกี่ยวข้องจึงครอบคลุมถึงสินค้าทดแทนและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ทั้งหมดที่สร้างข้อจำกัดในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญต่อสินค้าและพื้นที่ที่กำลังพิจารณา

องค์ประกอบของตลาดที่เกี่ยวข้อง

การกำหนดตลาดที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยสองมิติหลัก ดังนี้:

1. ตลาดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง (Relevant Product Market)

คือกลุ่มของสินค้าและ/หรือบริการที่ผู้บริโภคมองว่าสามารถใช้ทดแทนกันได้ โดยพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้:

  • ลักษณะของผลิตภัณฑ์: คุณสมบัติทางกายภาพหรือการใช้งานที่คล้ายคลึงกัน
  • ราคา: ระดับราคาที่ใกล้เคียงกันจนผู้บริโภคยอมรับได้หากมีการเปลี่ยนแปลง
  • วัตถุประสงค์การใช้งาน: สินค้าที่ตอบสนองความต้องการเดียวกันของผู้บริโภค

2. ตลาดภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง (Relevant Geographic Market)

คือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดหาสินค้าหรือบริการ และเป็นพื้นที่ที่เงื่อนไขการแข่งขันมีความสอดคล้องกัน (Homogeneous) เช่น ราคา ค่าขนส่ง และพฤติกรรมของผู้บริโภคในพื้นที่นั้นๆ มีความใกล้เคียงกันจนสามารถมองเป็นตลาดเดียวกันได้

แนวทางปฏิบัติในระดับสากล

หน่วยงานกำกับดูแลในหลายภูมิภาคมีแนวทางที่ชัดเจนในการกำหนดตลาด:

  • สหรัฐอเมริกา: กรมยุติธรรม (DOJ) และคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) ใช้ แนวทางการควบรวมกิจการ (Merger Guidelines) เพื่อนำแนวทางทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการวิเคราะห์ตลาดในศาล
  • สหภาพยุโรป: คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้ออก ประกาศการกำหนดตลาด (Market Definition Notice) โดยมีการปรับปรุงล่าสุดในปี 2024 เพื่อให้ครอบคลุมถึงความท้าทายในตลาดดิจิทัลและอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งมีลักษณะการแข่งขันที่แตกต่างจากตลาดสินค้าดั้งเดิม

คำถามที่พบบ่อย

ตลาดที่เกี่ยวข้อง (Relevant Market) คืออะไร?

คือขอบเขตของตลาดที่รวมสินค้าหรือบริการที่สามารถทดแทนกันได้ และพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่การแข่งขันเกิดขึ้นจริง ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์ในการวิเคราะห์การผูกขาดตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

ทำไมต้องแยกตลาดผลิตภัณฑ์และตลาดภูมิศาสตร์?

เพราะสินค้าชนิดเดียวกันอาจมีการแข่งขันที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น น้ำดื่มบรรจุขวดอาจเป็นตลาดเดียวกันทั่วประเทศ แต่ธุรกิจร้านอาหารอาจมีตลาดภูมิศาสตร์จำกัดอยู่เพียงแค่ในเขตอำเภอหรือจังหวัด

สินค้าทดแทน (Substitute Products) มีผลอย่างไรต่อการกำหนดตลาด?

หากสินค้าสองชนิดสามารถทดแทนกันได้สมบูรณ์ ผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปใช้สินค้าที่ถูกกว่าทันที ทำให้สินค้าทั้งสองชนิดถูกจัดอยู่ในตลาดผลิตภัณฑ์เดียวกัน และลดอำนาจในการขึ้นราคาของผู้ผลิต