ถุงช้อปปิ้งแบบใช้ซ้ำได้
สรุปใจความสำคัญ
- ถุงใช้ซ้ำต้องใช้พลังงานในการผลิตสูงกว่าถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยใบเดียวอาจใช้พลังงานเท่ากับถุงพลาสติก 28 ใบ
- ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของถุงใช้ซ้ำขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่นำกลับมาใช้ โดยบางชนิดต้องใช้มากกว่า 100 ครั้งจึงจะคุ้มค่ากว่าพลาสติก
- Waitrose เป็นห้างแรกในสหราชอาณาจักรที่ริเริ่มโครงการ Bag For Life ในปี 1998 ซึ่งเป็นระบบรีไซเคิลแบบวงจรปิด
- วัสดุยอดนิยมสำหรับถุงใช้ซ้ำ ได้แก่ ผ้าแคนวาส, ปอ, เส้นใยสังเคราะห์ และพลาสติกชนิดหนา
ถุงช้อปปิ้งแบบใช้ซ้ำได้ (Reusable shopping bag) หรือที่ในสหราชอาณาจักรเรียกกันว่า "Bag for Life" คือถุงสำหรับใส่สินค้าที่ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง ซึ่งแตกต่างจากถุงกระดาษหรือถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic bags)
วัสดุที่นำมาผลิตถุงประเภทนี้มีความหลากหลาย โดยมักเป็นถุงทรงโท้ท (Tote bag) ที่ทำจากผ้าแคนวาส เส้นใยธรรมชาติ เช่น ปอ (Jute) เส้นใยสังเคราะห์แบบทอ หรือพลาสติกชนิดหนาที่มีความทนทานสูง นอกจากนี้ ผู้บริโภคบางส่วนยังเลือกใช้ถุงตาข่าย (String bag) หรือรถเข็นช้อปปิ้งแบบมีล้อลาก เพื่อความสะดวกในการขนย้ายสินค้า

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพลังงานในการผลิต
แม้ว่าถุงใช้ซ้ำจะมีจุดประสงค์เพื่อลดขยะพลาสติก แต่กระบวนการผลิตถุงเหล่านี้ต้องใช้พลังงานมากกว่าถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างมาก โดยมีการประมาณการว่าการผลิตถุงใช้ซ้ำหนึ่งใบต้องใช้พลังงานเทียบเท่ากับการผลิตถุงพลาสติกแบบดั้งเดิมถึง 28 ใบ หรือถุงกระดาษ 8 ใบ
ด้วยเหตุนี้ ประสิทธิภาพในการรักษาสิ่งแวดล้อมจึงขึ้นอยู่กับ จำนวนครั้งในการนำกลับมาใช้ซ้ำ จากการศึกษาที่ได้รับมอบหมายโดยหน่วยงานสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร (UK Environment Agency) ในปี 2005 พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วถุงผ้าฝ้ายจะถูกใช้งานเพียง 51 ครั้งก่อนจะถูกทิ้ง ในบางกรณี ถุงใช้ซ้ำจำเป็นต้องถูกใช้งานมากกว่า 100 ครั้ง จึงจะถือว่าส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

ประวัติและการปรับใช้ในระดับสากล
ในช่วงทศวรรษ 1990 รัฐบาลในหลายประเทศเริ่มนำมาตรการทางภาษีมาใช้กับการแจกจ่ายถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมการใช้งาน ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งส่งเสริมให้ผู้ซื้อเลิกใช้ถุงพลาสติกโดยการจำหน่ายถุงใช้ซ้ำในราคาประหยัด หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายที่พลาสติกก่อขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม
สหรัฐอเมริกา
ถุงพลาสติกสำหรับใส่สินค้าเริ่มแพร่หลายในสหรัฐฯ ช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 โดยเข้ามาแทนที่ถุงกระดาษ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งเริ่มหันมาส่งเสริมถุงใช้ซ้ำเพื่อเพิ่มกำไร เนื่องจากถุงแบบไม่ทอ (Non-woven bags) มีต้นทุนการผลิตต่ำ (ประมาณ 0.10–0.25 ดอลลาร์) แต่สามารถจำหน่ายได้ในราคา 0.99–3.00 ดอลลาร์
เพื่อจูงใจให้ลูกค้าลดการใช้ถุงพลาสติก ร้านค้าปลีกบางแห่ง เช่น Whole Foods Market และ Target ได้นำเสนอส่วนลดเงินสดสำหรับลูกค้าที่นำถุงใช้ซ้ำมาเอง รวมถึงโปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัลหรือคูปองส่วนลด

สหราชอาณาจักร
ในสหราชอาณาจักร ถุงใช้ซ้ำมีจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตเกือบทุกแห่ง โดยมักจำหน่ายในราคาต่ำ (เช่น 10 เพนซ์) และมีการรับประกันเปลี่ยนใบใหม่ให้ฟรีหากชำรุด เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยขยะบรรจุภัณฑ์และส่งเสริมการนำถุงกลับมารีไซเคิล
Waitrose เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในอังกฤษที่เปิดตัว "Bag For Life" ในปี 1998 ซึ่งเป็นโครงการรีไซเคิลแบบวงจรปิด (Closed-loop recycling) โดยถุงที่ชำรุดและถูกส่งคืนจะถูกนำไปแปรรูปเป็นม้านั่งสีดำสำหรับวางหน้าสาขาของ Waitrose ต่อมาห้างสรรพสินค้าอื่นๆ เช่น Sainsbury's ได้นำแนวคิดนี้ไปใช้ และในปี 2015 รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้เริ่มจัดเก็บภาษีถุงพลาสติกจากผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในราคาใบละ 5 เพนซ์

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ถุงที่ทำจากปอ (Jute) และถุงผสมระหว่างฝ้ายกับปอ (Juco) ซึ่งเป็นทางเลือกธรรมชาติที่ยั่งยืนกว่าพลาสติก โดยถุงประเภทนี้มีอายุการใช้งานประมาณ 3–4 ปี และกลายเป็นทั้งอุปกรณ์ช้อปปิ้งและเครื่องประดับแฟชั่นในปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย
ถุงใช้ซ้ำดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าถุงพลาสติกเสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไป เนื่องจากถุงใช้ซ้ำใช้พลังงานในการผลิตสูงกว่า หากนำมาใช้เพียงไม่กี่ครั้งแล้วทิ้ง จะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการนำกลับมาใช้ซ้ำให้ได้จำนวนครั้งที่มากที่สุด
ถุง Bag for Life คืออะไร?
เป็นชื่อเรียกถุงช้อปปิ้งแบบใช้ซ้ำได้ในสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูงและส่งเสริมให้ผู้บริโภคนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดขยะพลาสติก
วัสดุใดที่ถือเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดสำหรับถุงช้อปปิ้ง?
วัสดุจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ปอ (Jute) หรือผ้าฝ้าย มักถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าพลาสติก เนื่องจากย่อยสลายได้ง่ายกว่าและมีความทนทานสูง
ทำไมซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งถึงจำหน่ายถุงใช้ซ้ำ?
เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายและนโยบายรัฐบาล และในบางกรณีเพื่อเพิ่มกำไรจากการจำหน่ายถุงที่มีต้นทุนการผลิตต่ำแต่ขายได้ในราคาสูงกว่าถุงพลาสติกทั่วไป
