โรเบิร์ต เจย์ ชาร์ลสัน นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกด้านการบังคับทางภูมิอากาศและละอองลอย
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้ร่วมสร้างสมมติฐาน CLAW ที่อธิบายปฏิสัมพันธ์ระหว่างแพลงก์ตอนพืชในมหาสมุทรและภูมิอากาศโลก
- มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้เขียนหลักของรายงาน IPCC ปี 1995 เกี่ยวกับการบังคับทางรังสี
- เชี่ยวชาญด้านเคมีบรรยากาศ ฟิสิกส์ของละอองลอย และการพัฒนาเครื่องมือวัดทางบรรยากาศ
- ได้รับรางวัล Gerbier-Mumm จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกในปี 1988
โรเบิร์ต เจย์ ชาร์ลสัน (Robert Jay Charlson, 30 กันยายน 1936 – 28 กันยายน 2021) เป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศและภูมิอากาศชาวอเมริกัน ผู้มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกการศึกษาเรื่องการบังคับทางภูมิอากาศ (Climate Forcing) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเคมีบรรยากาศ ฟิสิกส์ของละอองลอย และปฏิสัมพันธ์ระหว่างละอองลอย เมฆ และภูมิอากาศ
ประวัติและการศึกษา
ชาร์ลสันเกิดที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 1936 เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยมีแฮโรลด์ เอส. จอห์นสตัน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในระดับปริญญาตรี สำหรับวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทของเขาเน้นไปที่เทคนิคการสลายตัวด้วยแสงความเร็วสูง (High Speed Flash Photolysis)
ต่อมาในปี 1964 เขาได้รับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์บรรยากาศจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันในซีแอตเทิล ภายใต้การดูแลของคอนราด บึทเนอร์ หลังจากนั้นเขาได้อุทิศตนให้กับการสอนและการวิจัย จนกระทั่งได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณ (Professor Emeritus) ในสาขาวิทยาศาสตร์บรรยากาศ เคมี และธรณีฟิสิกส์ ณ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ตั้งแต่ปี 1998
ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ
ชาร์ลสันเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการวิจัยเรื่องละอองลอย (Aerosols) และการสร้างเครื่องมือวัดทางบรรยากาศ ผลงานที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งคือการร่วมสร้าง สมมติฐาน CLAW (CLAW hypothesis) ซึ่งเสนอว่ามีกลไกการป้อนกลับระหว่างแพลงก์ตอนพืชในมหาสมุทร การปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ และการก่อตัวของเมฆ ซึ่งส่งผลต่อการสะท้อนแสงของโลกและช่วยควบคุมอุณหภูมิของโลกให้คงที่
บทบาทใน IPCC
เขามีส่วนร่วมอย่างมากในคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) โดยเป็นหนึ่งในผู้เขียนหลักของบทที่ 2 เรื่อง "การบังคับทางรังสีของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" (Radiative forcing of climate change) ในรายงานของกลุ่มทำงานปี 1995 นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้เขียนร่วมในรายงานการประเมินของ IPCC ปี 1990 และ 2001 ซึ่งผลงานของ IPCC ในการพิสูจน์ฐานทางวิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้องค์กรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2007
รางวัลและเกียรติยศ
ตลอดอาชีพการทำงาน ชาร์ลสันได้รับรางวัลและเกียรติยศมากมาย ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศทางวิชาการ เช่น:
- รางวัล Gerbier-Mumm จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ในปี 1988 สำหรับงานวิจัยสหวิทยาการด้านอุตุนิยมวิทยา
- ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม ในปี 1993
- ได้รับเลือกเป็น Fellow ของสมาคมอุตุนิยมวิทยาอเมริกัน (AMS) และสหภาพธรณีฟิสิกส์อเมริกัน (AGU) ในปี 1995
- รางวัล ASLI Choice Award ในปี 2009 สำหรับงานเขียนด้านการวิจัยเมฆในระบบภูมิอากาศที่ถูกรบกวน
นวัตกรรมและสิทธิบัตร
ชาร์ลสันไม่ได้เป็นเพียงนักทฤษฎี แต่ยังเป็นนักประดิษฐ์ที่สร้างเครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ โดยมีสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเนโฟโลมิเตอร์ (Nephelometer) ซึ่งใช้สำหรับวัดการกระเจิงของแสงโดยละอองลอยในบรรยากาศ เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเก็บข้อมูลเชิงปริมาณเกี่ยวกับอนุภาคในอากาศได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
สมมติฐาน CLAW คืออะไร?
สมมติฐาน CLAW คือทฤษฎีที่เสนอว่าแพลงก์ตอนพืชในมหาสมุทรปล่อยสารประกอบซัลเฟอร์ ซึ่งจะกลายเป็นละอองลอยในบรรยากาศและทำหน้าที่เป็นนิวเคลียสในการควบแน่นของเมฆ ทำให้เมฆสะท้อนแสงอาทิตย์กลับสู่ห้วงอวกาศมากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิโลกลดลง เป็นกลไกการควบคุมอุณหภูมิโลกโดยธรรมชาติ
โรเบิร์ต เจย์ ชาร์ลสัน มีบทบาทอย่างไรใน IPCC?
เขาเป็นผู้เขียนหลักในรายงานปี 1995 ของ IPCC ในบทที่ว่าด้วยการบังคับทางรังสีของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นผู้เขียนร่วมในรายงานปี 1990 และ 2001 ซึ่งเป็นงานที่ช่วยให้ IPCC ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2007
ผลงานด้านเครื่องมือวัดของชาร์ลสันคืออะไร?
เขาได้จดสิทธิบัตรเครื่องเนโฟโลมิเตอร์ (Nephelometer) หลายรุ่น ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวัดการกระเจิงของแสงโดยอนุภาคละอองลอยในบรรยากาศ เพื่อใช้ในการวิจัยด้านภูมิอากาศและมลพิษทางอากาศ