นกแก้วโรดริเกส นกแก้วที่สูญพันธุ์จากเกาะโรดริเกส
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนกแก้วถิ่นเดียวของเกาะโรดริเกสในหมู่เกาะมาสคารีน
- มีลักษณะเด่นคือส่วนหัวและจะงอยปากขนาดใหญ่ และมีขนสีเขียว
- สูญพันธุ์ไปในช่วงหลังปี ค.ศ. 1761 เนื่องจากปัจจัยจากการล่า การตัดไม้ และสัตว์ผู้ล่าต่างถิ่น
- ถูกจัดจำแนกในสกุล Necropsittacus ซึ่งหมายถึง 'นกแก้วที่ตายแล้ว'
นกแก้วโรดริเกส (ชื่อวิทยาศาสตร์: Necropsittacus rodricanus) หรือที่รู้จักในชื่อ นกแก้วของเลกวาท (Leguat's parrot) เป็นนกแก้วสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งเป็นสัตว์ถิ่นเดียว (Endemic species) ของเกาะโรดริเกสในหมู่เกาะมาสคารีน ข้อมูลเกี่ยวกับนกชนิดนี้ได้มาจากการศึกษาซากดึกดำบรรพ์ (Subfossil bones) และบันทึกจากผู้เดินทางในสมัยก่อน
ในด้านการจัดจำแนก นกแก้วโรดริเกสถูกจัดอยู่ในเผ่า Psittaculini ร่วมกับนกแก้วชนิดอื่น ๆ ในหมู่เกาะมาสคารีน โดยมีความคล้ายคลึงกับนกแก้วปากกว้างของมอริเชียส และอาจมีความสัมพันธ์ทางสายวิวัฒนาการใกล้ชิดกัน

ลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรม
นกแก้วโรดริเกสมีขนสีเขียว มีลักษณะเด่นคือส่วนหัวและจะงอยปากที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับสัดส่วนร่างกาย และมีหางยาว คาดว่ามีความยาวลำตัวประมาณ 50 เซนติเมตร ถือเป็นนกแก้วที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะโรดริเกส และมีส่วนหัวที่ใหญ่ที่สุดในบรรดานกแก้วกลุ่มมาสคารีนทั้งหมด
ในช่วงก่อนการสูญพันธุ์ นกชนิดนี้มักอาศัยและทำรังบนเกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเกาะโรดริเกส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีหนูที่ถูกนำเข้ามาโดยมนุษย์ โดยพวกมันกินเมล็ดของพุ่มไม้ชนิด Fernelia buxifolia เป็นอาหารหลัก

ประวัติการค้นพบและการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธาน
หลักฐานแรกที่กล่าวถึงนกชนิดนี้ปรากฏในบันทึกปี ค.ศ. 1708 ของ ฟร็องซัว เลกวาท (François Leguat) นักเดินทางชาวฝรั่งเศส รวมถึงบันทึกของ จูเลียน ทัฟฟอเรต (Julien Tafforet) ในปี ค.ศ. 1726 และ อเล็กซองดร์ แปงเกร (Alexandre Pingré) ในปี ค.ศ. 1761 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่มีการกล่าวถึงนกชนิดนี้ ก่อนที่จะสูญพันธุ์ไปในเวลาต่อมา
ในปี ค.ศ. 1867 อัลฟองส์ มิลน์-เอ็ดเวิร์ดส์ (Alphonse Milne-Edwards) นักสัตววิทยาชาวฝรั่งเศส ได้บรรยายลักษณะของซากกระดูกนกที่ได้รับจาก อัลเฟรด นิวตัน (Alfred Newton) โดยระบุว่าเป็นนกแก้วชนิดใหม่และตั้งชื่อว่า Psittacus rodricanus ต่อมาในปี ค.ศ. 1873 เขาได้ย้ายนกชนิดนี้ไปยังสกุลใหม่ที่ตั้งขึ้นเองคือ Necropsittacus ซึ่งมาจากภาษากรีกคำว่า nekros (ตาย) และ psittakos (นกแก้ว) เพื่อสื่อถึงการที่นกชนิดนี้สูญพันธุ์ไปแล้ว

ข้อถกเถียงทางวิชาการ
มีการถกเถียงกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับบันทึกของเลกวาท เนื่องจากเขากล่าวถึงนกแก้วสีเขียวและสีน้ำเงินในประโยคเดียวกัน ทำให้ จูเลียน ฮูม (Julian Hume) เสนอในปี ค.ศ. 2007 ว่าอาจเป็นการกล่าวถึงนกแก้วโรดริเกสและนกแก้วนิวตัน (Newton's parakeet) พร้อมกัน หรืออาจเป็นนกแก้วนิวตันที่มีสองสี (Color morphs)
สาเหตุการสูญพันธุ์
เชื่อกันว่านกแก้วโรดริเกสสูญพันธุ์ไปเนื่องจากปัจจัยร่วมหลายประการ ได้แก่:
- การล่าโดยมนุษย์: การถูกล่าเพื่อนำมาเป็นอาหารหรือการค้า
- การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย: การตัดไม้ทำลายป่าบนเกาะโรดริเกส
- สัตว์ผู้ล่าที่ถูกนำเข้ามา: การนำเข้าสัตว์ต่างถิ่น เช่น หนู ซึ่งทำลายไข่และลูกนกในรัง
คำถามที่พบบ่อย
นกแก้วโรดริเกสสูญพันธุ์เมื่อไหร่?
มีการกล่าวถึงนกชนิดนี้เป็นครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1761 และคาดว่าสูญพันธุ์ไปหลังจากนั้นไม่นาน
นกแก้วโรดริเกสมีลักษณะอย่างไร?
มีขนสีเขียว มีส่วนหัวและจะงอยปากขนาดใหญ่เป็นพิเศษเมื่อเทียบกับสัดส่วนร่างกาย และมีหางยาว โดยมีความยาวลำตัวประมาณ 50 เซนติเมตร
ทำไมจึงตั้งชื่อสกุลว่า Necropsittacus?
ชื่อสกุลมาจากภาษากรีกคำว่า nekros (ตาย) และ psittakos (นกแก้ว) เพื่อระบุว่านกชนิดนี้ถูกค้นพบและบรรยายลักษณะจากซากดึกดำบรรพ์เนื่องจากมันสูญพันธุ์ไปแล้ว
นกแก้วโรดริเกสอาศัยอยู่ที่ไหน?
เป็นนกถิ่นเดียวที่พบได้บนเกาะโรดริเกส และเกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเกาะในหมู่เกาะมาสคารีน
สาเหตุหลักที่ทำให้นกแก้วโรดริเกสสูญพันธุ์คืออะไร?
เกิดจากปัจจัยร่วมกันระหว่างการล่าโดยมนุษย์ การตัดไม้ทำลายป่า และการรุกรานของสัตว์ต่างถิ่น เช่น หนู ที่เข้ามากินไข่และลูกนก