สุนทรพจน์ 'จักรวรรดิปีศาจ' ของโรนัลด์ เรแกน จุดเปลี่ยนสงครามเย็น
สรุปใจความสำคัญ
- สุนทรพจน์นี้กล่าวเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 1983 ต่อสมาคมผู้เชื่อในพระเจ้า (National Association of Evangelicals)
- คำว่า 'Evil Empire' ถูกคิดค้นโดย Anthony R. Dolan ผู้เขียนสุนทรพจน์ของเรแกน
- เรแกนใช้สุนทรพจน์นี้เพื่อเปลี่ยนมุมมองจากความขัดแย้งทางการเมืองเป็นการต่อสู้ระหว่าง 'ความดีและความชั่ว'
สุนทรพจน์ "จักรวรรดิปีศาจ" (Evil Empire speech) เป็นหนึ่งในถ้อยคำที่ทรงพลังและเป็นที่จดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) ได้กล่าวต่อสมาคมผู้เชื่อในพระเจ้า (National Association of Evangelicals) เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1983 ท่ามกลางความตึงเครียดสูงสุดของสงครามเย็นและสงครามโซเวียต-อัฟกานิสถาน

เบื้องหลังและการกำเนิดของคำว่า "จักรวรรดิปีศาจ"
คำว่า "จักรวรรดิปีศาจ" ถูกคิดค้นโดย แอนโทนี อาร์. โดแลน (Anthony R. Dolan) หัวหน้าผู้เขียนสุนทรพจน์ของเรแกนในขณะนั้น แม้ว่าคำนี้จะเคยถูกตัดออกจากการร่างสุนทรพจน์ก่อนหน้านี้โดยผู้ตรวจสอบ แต่เรแกนกลับให้ความสนใจเป็นพิเศษกับคำว่า "จักรวรรดิ" หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ลี กวน ยู ของสิงคโปร์ เคยเรียกสหภาพโซเวียตว่าเป็น "จักรวรรดิที่แผ่ขยายไปทั่วทวีปยูเรเชีย" ในปี 1981
ในขั้นตอนการตรวจทานขั้นสุดท้าย เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางคนพยายามตัดวลีนี้ออกเพราะเกรงว่าจะรุนแรงเกินไป แต่เรแกนตัดสินใจคงคำนี้ไว้ และยังได้ปรับปรุงเนื้อหาในส่วนที่เกี่ยวกับประเด็นศีลธรรมภายในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงสิทธิในการมีชีวิตของทารกในครรภ์
เนื้อหาสำคัญของสุนทรพจน์
เรแกนกล่าวสุนทรพจน์นี้ที่โรงแรม Sheraton Twin Towers ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา โดยเขามองว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตไม่ใช่เพียงแค่ความขัดแย้งทางการเมืองหรือการแข่งขันทางอาวุธ แต่เป็น "การต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว"
- การปฏิเสธความรับผิดชอบร่วมกัน: เรแกนปฏิเสธแนวคิดที่ว่าทั้งสองประเทศมีส่วนรับผิดชอบต่อสงครามเย็นเท่าๆ กัน
- การระบุตัวตนของศัตรู: เขาเรียกสหภาพโซเวียตว่าเป็น "จุดศูนย์กลางของความชั่วร้ายในโลกสมัยใหม่" และเป็น "จักรวรรดิปีศาจ"
- การเรียกร้องให้ตื่นตัว: เขาเตือนให้ผู้ฟังระวังการถูกล่อลวงให้เชื่อว่าทั้งสองฝ่ายผิดพอๆ กัน ซึ่งจะทำให้ละเลยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และความก้าวร้าวของโซเวียต
ปฏิกิริยาและการตอบรับ
มุมมองจากภายในและภายนอกสหรัฐฯ
สื่อมวลชนในขณะนั้นบางส่วนวิจารณ์ว่าสุนทรพจน์นี้เป็นการยั่วยุและอาจส่งผลเสียต่อการเจรจาด้านอาวุธนิวเคลียร์ โดยหนังสือพิมพ์ Christian Science Monitor ระบุว่าวาทกรรมดังกล่าวอาจนำไปสู่สงครามในที่สุด
การตอบโต้จากสหภาพโซเวียต
ทางด้านสหภาพโซเวียตได้ตอบโต้ผ่านสำนักข่าว TASS โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ ต่างหากที่เป็นมหาอำนาจจักรวรรดินิยมที่ต้องการครอบครองโลก และวิจารณ์ว่ารัฐบาลเรแกนคิดแต่เรื่องการเผชิญหน้าและมีความเกลียดชังคอมมิวนิสต์อย่างบ้าคลั่ง
การเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา
เมื่อเวลาผ่านไป ทัศนคติของเรแกนเริ่มเปลี่ยนไปตามสถานการณ์โลก ในปี 1988 ระหว่างการเยือนมอสโกเพื่อพบกับ มิคาอิล กอร์บาชอฟ (Mikhail Gorbachev) ผู้นำโซเวียตสายปฏิรูป เรแกนยอมรับว่าเขาไม่เรียกสหภาพโซเวียตว่าจักรวรรดิปีศาจอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่านั่นเป็นเรื่องของ "อีกช่วงเวลาหนึ่ง อีกยุคสมัยหนึ่ง"
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมโรนัลด์ เรแกน ถึงเรียกสหภาพโซเวียตว่า 'จักรวรรดิปีศาจ'?
เพื่อเน้นย้ำว่าสหภาพโซเวียตเป็นจุดศูนย์กลางของความชั่วร้ายในโลกสมัยใหม่ และปฏิเสธแนวคิดที่ว่าทั้งสหรัฐฯ และโซเวียตมีความรับผิดชอบต่อสงครามเย็นเท่าๆ กัน
ปฏิกิริยาของสหภาพโซเวียตต่อสุนทรพจน์นี้เป็นอย่างไร?
สหภาพโซเวียตตอบโต้ว่าสหรัฐฯ เป็นจักรวรรดินิยมที่ต้องการครอบครองโลก และวิจารณ์ว่าเรแกนมีความเกลียดชังคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง
เรแกนยังคงใช้คำนี้จนจบวาระการดำรงตำแหน่งหรือไม่?
ไม่ ในปี 1988 ระหว่างการเยือนมอสโก เรแกนระบุว่าเขาไม่เรียกโซเวียตว่าจักรวรรดิปีศาจแล้ว เนื่องจากสถานการณ์และยุคสมัยได้เปลี่ยนไป
