การขับรถแบบรุนแรงเพื่อทรมานผู้ต้องหา (Rough Ride)
สรุปใจความสำคัญ
- Rough Ride คือการขับรถอย่างรุนแรงเพื่อให้ผู้ต้องหาที่ถูกใส่กุญแจมือและไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัยกระแทกกับตัวรถ
- การกระทำนี้มักส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะและกระดูกสันหลัง หรืออาจถึงขั้นเป็นอัมพาตและเสียชีวิต
- พฤติกรรมนี้เคยแพร่หลายในสหรัฐฯ ช่วงปี 1980-1990 และลดลงเมื่อมีการใช้กล้องบันทึกภาพในรถตำรวจ
- มีการจ่ายค่าเสียหายทางแพ่งจำนวนหลายล้านดอลลาร์ในหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับแนวปฏิบัตินี้
Rough Ride คือรูปแบบหนึ่งของการใช้ความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ (Police Brutality) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผู้ต้องหาที่ถูกใส่กุญแจมือถูกนำตัวขึ้นรถตู้หรือรถสายตรวจของตำรวจโดยไม่มีการรัดเข็มขัดนิรภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ขับขี่จะขับรถอย่างรุนแรงและผิดปกติ เช่น การเลี้ยวโค้งอย่างรวดเร็วหรือการเบรกกะทันหัน เพื่อให้ผู้ต้องหาถูกเหวี่ยงไปมาภายในตัวรถและกระแทกกับผนังหรือพื้นรถอย่างรุนแรง
ลักษณะและผลกระทบของการกระทำ
การกระทำดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยทนายความ Phil Federico ระบุว่าพฤติกรรมนี้เป็นความตั้งใจอย่างชัดเจน เนื่องจากภายในรถตู้ตำรวจมักไม่มีวัสดุบุซับแรงกระแทก และผู้ต้องหาที่ถูกพันธนาการไม่สามารถป้องกันตนเองได้ ทำให้มักเกิดการบาดเจ็บรุนแรง โดยเฉพาะการบาดเจ็บที่ศีรษะและกระดูกสันหลังส่วนคอหัก
Marc Lamont Hill นักวิชาการและนักกิจกรรมจากฟิลาเดลเฟีย ได้นิยามการกระทำนี้ว่าเป็นการ "ทรมาน" ขณะที่ศาสตราจารย์ Geoffrey Alpert ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้กำลังของตำรวจจากมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา ระบุว่าแนวปฏิบัตินี้เคยแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 แต่เริ่มลดน้อยลงในปัจจุบันเนื่องจากการติดตั้งอุปกรณ์บันทึกวิดีโอภายในรถตำรวจที่มากขึ้น
คำศัพท์อื่นที่ใช้เรียก
ในแวดวงเจ้าหน้าที่หรือผู้ประสบเหตุ มีการใช้คำเรียกพฤติกรรมนี้ในหลายรูปแบบ เช่น:
- Nickel ride: อ้างอิงถึงเครื่องเล่นในสวนสนุก
- Cowboy ride: การขับแบบคาวบอย
- Joyride: การขับรถเที่ยวเล่น (ในเชิงประชดประชัน)
- Bringing them up front: การทำให้ผู้ต้องหาพุ่งไปด้านหน้าด้วยการเบรกกะทันหัน
- Screen test: การทำให้ศีรษะของผู้ต้องหากระแทกกับฉากกั้นระหว่างที่นั่งคนขับและผู้โดยสาร
กรณีศึกษาและเหตุการณ์ที่สำคัญ
เหตุการณ์ในเมืองบอลทิมอร์
เมืองบอลทิมอร์ รัฐแมริแลนด์ มีรายงานเหตุการณ์ Rough Ride หลายครั้งที่นำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาล:
- ปี 1980: John Wheatfall อายุ 58 ปี กระดูกคอหักและเป็นอัมพาตหลังจากถูกเหวี่ยงตกจากม้านั่งในรถตู้ตำรวจ
- ปี 2004: Jeffrey Alston ได้รับค่าชดเชยถึง 39 ล้านดอลลาร์ หลังจากกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงคอลงไป
- ปี 2005: Dondi Johnson Sr. เสียชีวิตจากโรคปอดบวมซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บที่กระดูกคอหักขณะถูกนำตัวส่งสถานีตำรวจ
- ปี 2015: กรณีของ Freddie Gray ซึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกจับกุม โดยพบว่าไขสันหลังของเขาถูกตัดขาดถึง 80% ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บที่สอดคล้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่รุนแรง แม้ว่าอัยการจะไม่ได้ระบุว่าเขาถูกกระทำ Rough Ride โดยตรง แต่มีการยอมรับว่าเขาไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัยซึ่งขัดต่อระเบียบของกรมตำรวจ
เหตุการณ์ในลอสแอนเจลิสและฟิลาเดลเฟีย
ในลอสแอนเจลิส ปี 1990 มีการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class-action lawsuit) โดย NAACP หลังจาก Fernando Martinez ผู้เยาว์ ถูกขับรถอย่างบ้าคลั่งจนศีรษะกระแทกฉากกั้น และถูกทำร้ายร่างกายเพิ่มเติมเมื่อถึงสถานีตำรวจ นำไปสู่การจ่ายค่าชดเชยรวม 6 ล้านดอลลาร์
ส่วนในฟิลาเดลเฟีย การสืบสวนของ The Philadelphia Inquirer ในปี 2001 พบว่ามีผู้บาดเจ็บจากการถูก Rough Ride ถึง 20 ราย โดย 3 รายบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังและ 2 รายเป็นอัมพาต นำไปสู่การที่กรมตำรวจฟิลาเดลเฟียเริ่มนำรถตู้ที่มีการบุผนังและติดตั้งเข็มขัดนิรภัยมาใช้ในเดือนธันวาคม ปี 2000
คำถามที่พบบ่อย
Rough Ride คืออะไร?
คือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถสายตรวจหรือรถตู้ขนส่งผู้ต้องหาอย่างรุนแรงและผิดปกติ เพื่อให้ผู้ต้องหาที่ถูกใส่กุญแจมือและไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัยถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับผนังหรือพื้นรถเพื่อเป็นการทำร้ายหรือทรมาน
ผลกระทบทางร่างกายที่พบบ่อยที่สุดจาก Rough Ride คืออะไร?
การบาดเจ็บที่ศีรษะ และการหักของกระดูกสันหลังส่วนคอ ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นอัมพาตถาวรหรือการเสียชีวิต
ทำไมปัจจุบันการทำ Rough Ride ถึงลดน้อยลง?
เนื่องจากมีการติดตั้งอุปกรณ์บันทึกวิดีโอ (Dashcams/In-car cameras) ภายในรถตำรวจมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถกระทำความรุนแรงได้โดยลับๆ เหมือนในอดีต
การกระทำนี้ถือเป็นเรื่องถูกกฎหมายหรือไม่?
ไม่ การกระทำนี้ถือเป็นการใช้ความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่ (Police Brutality) และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งและคดีอาญาในหลายกรณี
