สถาบันกิจการระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักร (แชทแธมเฮาส์)
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นคลังสมองด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีสำนักงานใหญ่ในลอนดอน
- เป็นผู้ริเริ่ม 'กฎแชทแธมเฮาส์' (Chatham House Rule) เพื่อส่งเสริมการสนทนาอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ระบุตัวตนผู้พูด
- ดำเนินงานผ่านโปรแกรมวิจัย 13 ด้าน แบ่งเป็นเชิงประเด็น 6 ด้าน และเชิงภูมิภาค 7 ด้าน
- ผลิตวารสารวิชาการระดับโลกอย่าง International Affairs
สถาบันกิจการระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักร (The Royal Institute of International Affairs) หรือที่รู้จักกันในชื่อ แชทแธมเฮาส์ (Chatham House) เป็นคลังสมอง (Think Tank) อิสระระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีพันธกิจหลักในการสนับสนุนรัฐบาลและสังคมทั่วโลกเพื่อสร้างโลกที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยุติธรรมอย่างยั่งยืน
ประวัติและความเป็นมา
สถาบันก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการวิเคราะห์และให้คำแนะนำด้านนโยบายต่างประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 10 St James's Square ในลอนดอน ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 18 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานระดับ Grade I อาคารแห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของนายกรัฐมนตรีอังกฤษถึง 3 ท่าน รวมถึง วิลเลียม พิตต์ เอิร์ลแห่งแชทแธมที่ 1 (William Pitt, 1st Earl of Chatham) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกขานสถาบันในปัจจุบัน
ในปี ค.ศ. 1923 ร.ท. รูเบน เวลส์ เลโอนาร์ด และ เคท โรว์แลนด์ส เลโอนาร์ด นักการกุศลชาวแคนาดา ได้ซื้ออาคารหลังนี้และบริจาคให้แก่สถาบันเพื่อใช้เป็นสำนักงานใหญ่ ส่งผลให้ชื่อ "แชทแธมเฮาส์" กลายเป็นชื่อเรียกแทนสถาบัน (Metonym) ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

กฎแชทแธมเฮาส์ (Chatham House Rule)
หนึ่งในมรดกที่สำคัญที่สุดของสถาบันคือการริเริ่ม กฎแชทแธมเฮาส์ ซึ่งเป็นกฎการไม่ระบุตัวตนที่ใช้ในการประชุมระดับสูงทั่วโลก โดยมีหลักการสำคัญคือ "ผู้เข้าร่วมการประชุมสามารถนำเนื้อหาของการหารือไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ห้ามเปิดเผยชื่อหรือระบุตัวตนของผู้ที่เข้าร่วมประชุม รวมถึงห้ามระบุว่าใครเป็นผู้กล่าวถ้อยคำใด"
กฎนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการสนทนาอย่างตรงไปตรงมาในประเด็นที่ละเอียดอ่อนหรือเป็นที่ถกเถียง ซึ่งช่วยให้ผู้พูดสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลถึงผลกระทบทางการเมืองหรือภาพลักษณ์ส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม การประชุมส่วนใหญ่ของสถาบันในปัจจุบันมักเป็นการประชุมแบบเปิดเผย (On the record) มากกว่าการใช้กฎนี้
โครงสร้างการวิจัยและผลงานทางวิชาการ
แชทแธมเฮาส์แบ่งโครงสร้างการวิจัยออกเป็น 13 โปรแกรมหลัก ประกอบด้วย:
โปรแกรมเชิงประเด็น (Thematic Programmes)
- สิ่งแวดล้อมและสังคม (Environment and Society) ซึ่งรวมถึงโครงการ Sustainability Accelerator
- เศรษฐกิจโลกและการเงิน (Global Economy and Finance)
- สาธารณสุขโลก (Global Health)
- กฎหมายระหว่างประเทศ (International Law)
- ความมั่นคงระหว่างประเทศ (International Security)
- สังคมดิจิทัล (Digital Society)
โดยโปรแกรมด้านกฎหมาย ความมั่นคง สาธารณสุข และดิจิทัล จะถูกรวมอยู่ภายใต้ศูนย์ธรรมาภิบาลและความมั่นคงโลก (Global Governance and Security Centre)
โปรแกรมเชิงภูมิภาค (Regional Programmes)
- แอฟริกา
- เอเชียแปซิฟิก
- ยุโรป
- ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
- รัสเซียและยูเรเซีย
- สหรัฐอเมริกาและทวีปอเมริกา
- สหราชอาณาจักรในบริบทโลก
นอกจากนี้ สถาบันยังเป็นผู้ผลิตวารสารวิชาการด้านนโยบาย International Affairs (ตั้งแต่ปี 1922), Journal of Cyber Policy (ตั้งแต่ปี 2016) และนิตยสารกิจการโลกรายไตรมาส The World Today (ตั้งแต่ปี 1945)
สมาชิกและเครือข่าย
สถาบันมีสมาชิกประมาณ 6,000 ราย ซึ่งประกอบด้วยบุคคลทั่วไป องค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา สถานทูตกว่า 60 แห่ง และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) โดยมีพันธมิตรและสมาชิกองค์กรรายใหญ่ เช่น BP, Shell, ExxonMobil, Apple, McKinsey & Company, HSBC, รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลอย่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักร
แม้จะได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่สถาบันเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นเรื่องความเป็นชนชั้นนำ (Elitism) ความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน และความเชื่อมโยงกับนโยบายต่างประเทศเชิงแทรกแซง รวมถึงความสัมพันธ์กับลัทธิจักรวรรดินิยมอังกฤษในยุคแรกเริ่ม
คำถามที่พบบ่อย
กฎแชทแธมเฮาส์ (Chatham House Rule) คืออะไร?
คือกฎการประชุมที่อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมนำข้อมูลจากการประชุมไปใช้ได้ แต่ห้ามเปิดเผยชื่อหรือระบุตัวตนของผู้เข้าร่วมประชุมและผู้พูด เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างอิสระและตรงไปตรงมา
แชทแธมเฮาส์แตกต่างจากสถาบันวิจัยทั่วไปอย่างไร?
แชทแธมเฮาส์เป็นคลังสมอง (Think Tank) ที่เน้นการเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยเชิงวิชาการกับการนำไปใช้จริงในนโยบายต่างประเทศ โดยมีเครือข่ายสมาชิกที่ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมทั่วโลก
ใครเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินของสถาบัน?
สถาบันได้รับเงินสนับสนุนจากค่าบำรุงสมาชิกรายปี และพันธมิตรองค์กรรายใหญ่จากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น พลังงาน การเงิน เทคโนโลยี และองค์กรการกุศลระดับโลก
สถาบันมีบทบาทอย่างไรในด้านสิ่งแวดล้อม?
สถาบันมีศูนย์สิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงโครงการ Sustainability Accelerator ที่มุ่งเน้นการนำหลักฐานทางวิชาการมาผสมผสานกับแนวทางของผู้ประกอบการเพื่อหาทางออกด้านความยั่งยืน