การกรีดยางพารา กระบวนการผลิตน้ำยางธรรมชาติอย่างยั่งยืน
สรุปใจความสำคัญ
- ต้นยางพาราต้องมีอายุประมาณ 6 ปีและมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 มม. จึงจะเริ่มกรีดได้
- การกรีดยางมักทำในตอนกลางคืนหรือเช้ามืดเพื่อให้น้ำยางไหลได้นานขึ้นก่อนการแข็งตัว
- การปลูกยางพาราในรูปแบบป่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการปลูกปาล์มน้ำมันหรือกาแฟ
การกรีดยางพาราเป็นกระบวนการเก็บรวบรวม น้ำยาง (Latex) จากต้นยางพารา โดยการกรีดเปลือกไม้ให้เป็นร่องลึกประมาณ 6.4 มิลลิเมตร (หนึ่งในสี่นิ้ว) ด้วยมีดกรีดยางชนิดพิเศษ เพื่อให้น้ำยางไหลออกมาตามร่องที่กรีดไว้ ทั้งนี้ ต้นยางพาราที่จะสามารถกรีดน้ำยางได้ต้องมีอายุประมาณ 6 ปีขึ้นไป และมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 150 มิลลิเมตร (6 นิ้ว)

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การกรีดยางพาราไม่ส่งผลเสียต่อป่าไม้ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้เพื่อสกัดน้ำยาง การปลูกยางพาราในป่า (Jungle rubber) ซึ่งเป็นป่าขั้นทุติยภูมิ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงกว่าการปลูกแบบพืชเชิงเดี่ยวอย่างมาก โดยพบว่ามีชนิดของต้นไม้ เถาวัลย์ และพืชอิงอาศัยจำนวนมาก รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ สวนยางพาราแบบพืชเชิงเดี่ยวยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น กาแฟ หรือปาล์มน้ำมัน
กระบวนการกรีดยาง
ในการกรีดยาง คนกรีดยางจะต้องลอกเปลือกไม้บางๆ ออกเป็นรูปก้นหอยครึ่งวงกลมลงมาตามลำต้น หากทำด้วยความระมัดระวังและมีทักษะ ร่องกรีดนี้จะสามารถให้น้ำยางไหลออกมาได้นานถึง 5 ชั่วโมง จากนั้นจะสลับไปกรีดด้านตรงข้ามเพื่อให้ด้านเดิมได้พักและรักษาแผล
การกรีดเป็นรูปก้นหอยช่วยให้น้ำยางไหลลงสู่ถ้วยเก็บน้ำยางได้สะดวก โดยปกติจะดำเนินการในช่วงกลางคืนหรือเช้ามืดก่อนที่อุณหภูมิจะสูงขึ้น เพื่อให้น้ำยางไหลได้นานขึ้นก่อนที่จะแข็งตัวและปิดรอยกรีด
การถนอมน้ำยางและการแปรรูป
ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ต้องการ อาจมีการเติมสารเคมีลงในถ้วยเก็บน้ำยางเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา เช่น สารละลายแอมโมเนีย ซึ่งช่วยป้องกันการแข็งตัวตามธรรมชาติและทำให้น้ำยางคงสถานะของเหลวไว้ได้
- น้ำยางข้น: ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ยางจุ่ม หรือการผลิตยางแผ่นรมควัน
- ยางก้อนถ้วย (Cup lump): คือน้ำยางที่แข็งตัวตามธรรมชาติในถ้วย ซึ่งจะถูกนำไปแปรรูปเป็นยางแท่ง (Technically Specified Rubbers - TSRs)
การกรีดแบบเข้มข้นและการกรีดแบบทำลาย
ในต้นยางที่มีอายุมากและใกล้จะถูกตัดทิ้ง จะมีการ กรีดแบบเข้มข้น (Intensive tapping) เพื่อเก็บน้ำยางให้ได้มากที่สุด โดยการกรีดบ่อยครั้งหรือกรีดซ้ำซ้อน ส่วน การกรีดแบบทำลาย (Slaughter tapping) เป็นวิธีการกรีดที่รุนแรงซึ่งเคยใช้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เพื่อสกัดน้ำยางปริมาณมหาศาลในระยะเวลาอันสั้นแต่ทำลายต้นไม้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องกรีดยางในตอนกลางคืนหรือเช้ามืด?
เพราะอุณหภูมิที่ต่ำช่วยให้น้ำยางไหลออกมาได้นานขึ้นก่อนที่จะเกิดการแข็งตัว (coagulation) ซึ่งจะไปปิดรอยกรีดและทำให้น้ำยางหยุดไหล
การกรีดยางทำลายต้นไม้หรือไม่?
การกรีดยางอย่างถูกวิธีไม่ทำลายต้นไม้และไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้เพื่อเอาน้ำยาง จึงถือเป็นวิธีการเก็บเกี่ยวที่ยั่งยืนกว่าการทำไม้
ยางก้อนถ้วยคืออะไร?
คือยางพาราที่ปล่อยให้แข็งตัวตามธรรมชาติในถ้วยเก็บน้ำยาง ซึ่งจะถูกนำไปแปรรูปเป็นยางแท่ง (TSRs) ต่อไป
