Sack AS-6 เครื่องบินปีกวงกลมต้นแบบของเยอรมนี
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเครื่องบินต้นแบบปีกวงกลมที่สร้างขึ้นโดย Arthur Sack ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
- ใช้ชิ้นส่วนจากเครื่องบิน Messerschmitt Bf 109B และเครื่องยนต์ Argus As 10C-3
- ไม่เคยประสบความสำเร็จในการบินจริง โดยสามารถทำได้เพียงการลอยตัวขึ้นจากพื้นเพียงเล็กน้อยในทุกความพยายาม
- ถูกนำไปเชื่อมโยงกับทฤษฎีสมคบคิดเรื่องจานบินนาซีเนื่องจากรูปลักษณ์ที่แปลกตา
Sack AS-6 เป็นเครื่องบินต้นแบบที่มีลักษณะเด่นคือมีปีกเป็นรูปวงกลม ถูกสร้างขึ้นเป็นการส่วนตัวในประเทศเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองรูปแบบการบินที่แตกต่างจากเครื่องบินทั่วไปในยุคนั้น
การออกแบบและการพัฒนา
จุดเริ่มต้นของโครงการนี้เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1938 เมื่อ Arthur Sack เกษตรกรท้องถิ่นได้ส่งแบบจำลองเครื่องบินปีกวงกลมรุ่น AS-1 เข้าประกวดในงาน Reich-Wide Contest for Motorized Flying Models ที่เมืองไลพ์ซิก แม้ว่าแบบจำลองดังกล่าวจะมีคุณลักษณะการบินที่ไม่ดีและต้องใช้วิธีการปล่อยด้วยมือ แต่ Ernst Udet นายทหารระดับสูงของกองทัพอากาศเยอรมันในขณะนั้นได้ให้ความสนใจและสนับสนุนให้ Sack วิจัยเครื่องบินปีกวงกลมต่อไป เพื่อความเป็นไปได้ในการนำไปใช้เป็นเครื่องบินตรวจการณ์หรือเครื่องบินโจมตี
หลังจากสร้างแบบจำลองเพิ่มเติมอีก 4 รุ่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตามลำดับ Sack ได้สร้างเครื่องบินต้นแบบขนาดเต็มตัวในชื่อ AS-6 V1 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1944 โดยการผลิตดำเนินการโดย Mitteldeutsche Motorwerke และประกอบขั้นสุดท้ายที่โรงซ่อม Flugplatz-Werkstatt ณ ฐานทัพอากาศในเมือง Brandis ประเทศเยอรมนี

โครงสร้างของ AS-6 V1 มีการนำชิ้นส่วนจากเครื่องบินรุ่นอื่นมาประยุกต์ใช้ ดังนี้:
- ระบบฐานล้อ ห้องนักบิน และที่นั่งนักบิน: นำมาจาก Messerschmitt Bf 109B
- เครื่องยนต์: ใช้เครื่องยนต์ Argus As 10C-3 จาก Messerschmitt Bf 108 Taifun
- โครงสร้างปีก: ทำจากไม้อัด (Plywood)
ประวัติการทดสอบและการปฏิบัติการ
การทดสอบ AS-6 V1 เริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1944 โดยมี Rolf Baltabol เป็นนักบินทดสอบ ในช่วงการทดสอบการวิ่งบนทางวิ่ง (Taxi tests) พบว่าส่วนหางจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างมากเพื่อให้สามารถรองรับกำลังของเครื่องยนต์ As 10C-3 ขนาด 240 แรงม้าได้
มีการพยายามนำเครื่องบินขึ้นบินทั้งหมด 5 ครั้ง บนทางวิ่งยาว 1,250 เมตร ของฐานทัพอากาศ Brandis แต่เครื่องบินไม่สามารถทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ เนื่องจากพบข้อบกพร่องในพื้นผิวควบคุมการบิน และในการพยายามครั้งที่ 5 ระบบเบรกทั้งสองข้างเกิดขัดข้อง ส่งผลให้โครงสร้างเครื่องบินได้รับความเสียหาย
หลังจากซ่อมแซมแล้ว ได้มีการพยายามบินอีก 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ Sack เชื่อว่าปัญหาเกิดจากมุมปะทะ (Angle of attack) ที่ไม่เพียงพอ ในขณะที่ Baltabol มองว่าปัญหาเกิดจากกำลังเครื่องยนต์ที่ไม่เพียงพอ และเสนอให้ติดตั้งเครื่องยนต์ Daimler-Benz DB 605 ขนาด 2,000 แรงม้าจาก Bf 109 แทน
Sack ยังคงเชื่อมั่นในเรื่องมุมปะทะ จึงได้เลื่อนตำแหน่งฐานล้อถอยหลังไป 8 นิ้ว และบางแหล่งข้อมูลระบุว่าเลื่อนถอยหลังไปอีก 16 นิ้ว แต่มีความเป็นไปได้น้อย นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเบรกที่ดีขึ้นจาก Junkers Ju 88 และปรับปรุงส่วนหาง รวมถึงเพิ่มน้ำหนักถ่วงโลหะอีก 70 กิโลกรัม

วันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1944 มีการทดสอบบินอีกครั้ง เครื่องบินสามารถลอยตัวขึ้นจากพื้นได้เพียงเล็กน้อย (Hop) แต่ไม่สามารถบินได้จริง และพบว่าแรงบิดจากเครื่องยนต์ As 10C-3 ทำให้เกิดปัญหาด้านเสถียรภาพ ในการพยายามครั้งสุดท้าย ขาฐานล้อข้างหนึ่งเกิดหักพังลง ทำให้ Baltabol เลิกสนใจในโครงการนี้และเตือนว่าเครื่องบินมีความอันตราย โดยแนะนำให้ทำการทดสอบในอุโมงค์ลมก่อน
ในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1944 เมื่อหน่วย Jagdgeschwader 400 ซึ่งบินเครื่อง Messerschmitt Me 163B Komet ย้ายมาที่ Brandis Sack ได้ขอให้นักบินจากหน่วยนี้ช่วยทดสอบเครื่องบินที่เขาปรับปรุงใหม่ โดยมี Oberleutnant Franz Roszle เป็นผู้ควบคุมการบิน เครื่องบินลำนี้ได้รับฉายาจากนักบินว่า "Bussard" (นกเหยี่ยว) แต่ผลลัพธ์ยังคงเดิม คือเครื่องบินลอยตัวขึ้นได้เพียงเล็กน้อยและขาฐานล้อหักพังอีกครั้ง
แม้ว่าทาง Messerschmitt จะเสนอให้สร้างรุ่นปรับปรุงที่เรียกว่า AS-7 หรือ Me 600 แต่ Sack ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ในเวลาต่อมา เครื่องบิน AS-6 ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศ และคาดว่าถูกแยกชิ้นส่วนทำลายหลังจากนั้น เมื่อกองทัพสหรัฐฯ เข้ายึดฐานทัพ Brandis ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1945 จึงไม่พบร่องรอยของเครื่องบินลำนี้เหลืออยู่

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค (AS-6 V1)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ลูกเรือ | 1 คน |
| ความยาว | 6.4 เมตร |
| ช่วงปีก | 5 เมตร |
| ความสูง | 2.56 เมตร |
| พื้นที่ปีก | 19.62 ตารางเมตร |
| น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด | 900 กิโลกรัม |
| เครื่องยนต์ | Argus As 10C-3 (V8 กลับด้าน) 180 กิโลวัตต์ (240 แรงม้า) |
| ใบพัด | 2 กลีบ เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 เมตร |
| ภาระปีก (Wing loading) | 45.87 กิโลกรัมต่อตารางเมตร |
หมายเหตุ: เครื่องบินรุ่นนี้มักถูกนำไปเชื่อมโยงกับทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับ "จานบินนาซี" (Nazi UFOs) เนื่องจากรูปลักษณ์ที่แปลกตา แต่ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับว่าสามารถบินได้จริง
คำถามที่พบบ่อย
Sack AS-6 คืออะไร?
Sack AS-6 คือเครื่องบินต้นแบบปีกวงกลมที่สร้างขึ้นโดย Arthur Sack เกษตรกรชาวเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อทดสอบการออกแบบปีกรูปวงกลม
ทำไม Sack AS-6 ถึงบินไม่ได้?
ปัญหาหลักเกิดจากมุมปะทะที่ไม่เพียงพอ ข้อบกพร่องในพื้นผิวควบคุมการบิน และกำลังเครื่องยนต์ที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับน้ำหนักและรูปลักษณ์ของเครื่องบิน
Sack AS-6 เกี่ยวข้องกับทฤษฎีสมคบคิดเรื่องจานบินนาซีอย่างไร?
เนื่องจากมีปีกเป็นรูปวงกลมซึ่งดูคล้ายกับจานบิน ทำให้ผู้ที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดนำเครื่องบินลำนี้ไปอ้างว่าเป็นเทคโนโลยีลับของนาซีที่สามารถบินได้จริง
เครื่องบินลำนี้มีจุดจบอย่างไร?
เครื่องบินได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศ และถูกทำลายหรือแยกชิ้นส่วนทิ้งก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ จะเข้ายึดพื้นที่ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1945

