← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เจาะลึก Samsung Galaxy Z Fold 2 สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นบุกเบิก

สรุปใจความสำคัญ

  • ใช้หน้าจอ Ultra-Thin Glass (UTG) หนา 30 ไมโครเมตร เพื่อความทนทานที่มากกว่ารุ่นแรก
  • ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865+ ในทุกภูมิภาคทั่วโลก
  • รองรับอัตรารีเฟรชหน้าจอด้านในสูงสุด 120 Hz แบบ Adaptive
  • นำเสนอฟีเจอร์ Flex Mode สำหรับการใช้งานแอปพลิเคชันในรูปแบบพับครึ่งหน้าจอ

Samsung Galaxy Z Fold 2 เป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android พัฒนาโดย Samsung Electronics ซึ่งเป็นรุ่นที่สืบทอดต่อจาก Galaxy Fold รุ่นแรก โดยถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์พกพาที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบจากโทรศัพท์มือถือเป็นแท็บเล็ตได้ในเครื่องเดียว

การเปิดตัวและการวางจำหน่าย

Samsung เปิดตัว Galaxy Z Fold 2 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2020 ในงาน Galaxy Unpacked พร้อมกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในตระกูล Galaxy เช่น Note 20, Tab S7 และ Galaxy Watch 3 ต่อมาในวันที่ 1 กันยายน 2020 ได้มีการประกาศรายละเอียดด้านราคาและการวางจำหน่าย ก่อนจะเริ่มวางขายในตลาดหลักทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2020 เป็นต้นไป

อุปกรณ์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดจนกระทั่งถูกแทนที่ด้วย Galaxy Z Fold 3 ในวันที่ 11 สิงหาคม 2021 และได้สิ้นสุดการสนับสนุนด้านการอัปเดตความปลอดภัยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2024

ภาพแสดง Galaxy Z Fold 2 และ Z Flip ในสถานะกางออก
Galaxy Z Fold 2 และ Z Flip ในสถานะกางหน้าจอออกทั้งหมด

การออกแบบและวัสดุ

จุดเด่นที่สำคัญของ Galaxy Z Fold 2 คือการเปลี่ยนมาใช้หน้าจอที่ปกป้องด้วย Ultra-Thin Glass (UTG) ซึ่งมีความหนาเพียง 30 ไมโครเมตร พร้อมชั้นพลาสติกหุ้มด้านบน ซึ่งแตกต่างจากรุ่นแรกที่เป็นพลาสติกทั้งหมด วัสดุนี้ผลิตโดย Samsung ร่วมกับ Schott AG เพื่อเพิ่มความทนทานและความรู้สึกในการสัมผัสที่ใกล้เคียงกับกระจกมากขึ้น

โครงสร้างตัวเครื่องใช้เฟรมอะลูมิเนียมและแผงหลังเป็นกระจก Gorilla Glass ในส่วนของบานพับ (Hinge) ได้รับการปรับปรุงโดยใช้เส้นใยไนลอนเพื่อป้องกันฝุ่นละออง และสามารถกางหน้าจอค้างไว้ได้ในช่วงมุม 75 ถึง 115 องศา นอกจากนี้ ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องยังทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว

ภาพ Galaxy Z Fold 2 และ Z Flip ในสถานะพับหน้าจอ
ลักษณะของ Galaxy Z Fold 2 และ Z Flip เมื่อพับหน้าจอเข้าหากัน

ข้อมูลทางเทคนิคและฮาร์ดแวร์

หน้าจอและการแสดงผล

Galaxy Z Fold 2 มาพร้อมกับหน้าจอสองชุด ได้แก่:

  • หน้าจอด้านนอก (Cover Display): ขนาด 6.2 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นแรกอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ใช้งานเป็นโทรศัพท์ปกติได้สะดวกขึ้น
  • หน้าจอด้านใน (Main Display): ขนาด 7.6 นิ้ว พร้อมการเจาะรูขนาดเล็กที่มุมขวาบนแทนที่รอยบาก (Notch) และรองรับอัตรารีเฟรชแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Refresh Rate) สูงถึง 120 Hz ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนไหวบนหน้าจอลื่นไหลยิ่งขึ้น

ทั้งสองหน้าจอรองรับมาตรฐาน HDR10+

ประสิทธิภาพและการจัดเก็บข้อมูล

ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865+ ซึ่งถูกใช้ในทุกภูมิภาคทั่วโลก มาพร้อมกับ RAM LPDDR5 ขนาด 12 GB และหน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.1 ขนาด 256 GB หรือ 512 GB (ขึ้นอยู่กับประเทศที่วางจำหน่าย) โดยไม่รองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอก

แบตเตอรี่และการเชื่อมต่อ

ใช้ระบบแบตเตอรี่แบบแยกสองก้อนรวมความจุ 4,500 mAh รองรับการชาร์จเร็วผ่าน USB-C สูงสุด 25 วัตต์ และการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi สูงสุด 11 วัตต์

ระบบกล้อง

อุปกรณ์รุ่นนี้ติดตั้งกล้องทั้งหมด 5 ตัว ประกอบด้วย:

  • กล้องหลัง 3 เลนส์: ความละเอียด 12 MP (เลนส์หลัก), 12 MP (เลนส์เทเลโฟโต้) และ 12 MP (เลนส์มุมกว้างพิเศษ)
  • กล้องหน้าจอภายนอก: ความละเอียด 10 MP
  • กล้องหน้าจอภายใน: ความละเอียด 10 MP

Galaxy Z Fold 2 และ Z Flip ในสถานะกางออกบางส่วน
การใช้งาน Galaxy Z Fold 2 และ Z Flip ในลักษณะกางหน้าจอออกบางส่วน

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์พิเศษ

Galaxy Z Fold 2 เริ่มต้นด้วย Android 10 และ One UI โดยมีการนำเสนอ Flex Mode ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันในลักษณะแบ่งหน้าจอ (Split-screen) เมื่อพับหน้าจอในมุมที่กำหนด เช่น การดูวิดีโอ YouTube ในครึ่งบนและควบคุมในครึ่งล่าง

นอกจากนี้ยังมีระบบ Multi Window ที่ปรับปรุงให้สามารถเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันได้สูงสุด 3 แอปบนหน้าจอเดียว และแอปที่เปิดบนหน้าจอนอกจะสามารถขยายเป็นเลย์เอาต์แบบแท็บเล็ตได้ทันทีเมื่อกางหน้าจอออก

รุ่นพิเศษสำหรับตลาดจีน (Samsung W21 5G)

ในเดือนพฤศจิกายน 2020 Samsung ได้เปิดตัว Samsung W21 5G ซึ่งเป็นรุ่นหรูหราสำหรับตลาดประเทศจีนโดยเฉพาะ โดยมีสเปกและดีไซน์พื้นฐานเหมือนกับ Z Fold 2 แต่มีความสูงของตัวเครื่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รองรับ 2 SIM และมีสีพิเศษ "Glitter Gold" ที่ใช้ฟิล์มแสงนาโน 7 ชั้นเพื่อให้เกิดพื้นผิวที่มีมิติ

คำถามที่พบบ่อย

Samsung Galaxy Z Fold 2 ต่างจากรุ่นแรกอย่างไร?

รุ่นนี้มีการปรับปรุงหน้าจอด้านนอกให้ใหญ่ขึ้น (6.2 นิ้ว), เปลี่ยนมาใช้กระจก Ultra-Thin Glass (UTG) แทนพลาสติก, ปรับปรุงบานพับให้ป้องกันฝุ่นได้ดีขึ้น และรองรับอัตรารีเฟรช 120 Hz บนหน้าจอด้านใน

Galaxy Z Fold 2 รองรับการเพิ่มเมมโมรี่การ์ดหรือไม่?

ไม่รองรับ การจัดเก็บข้อมูลเป็นแบบ non-expandable UFS 3.1 ขนาด 256 GB หรือ 512 GB

Flex Mode คืออะไร?

Flex Mode คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแบ่งการทำงานของแอปพลิเคชันออกเป็นสองส่วนเมื่อพับหน้าจอในมุม 75-115 องศา เช่น การดูวิดีโอในส่วนบนและควบคุมในส่วนล่าง

Galaxy Z Fold 2 ยังได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์อยู่หรือไม่?

ปัจจุบันอุปกรณ์รุ่นนี้สิ้นสุดการสนับสนุนด้านการอัปเดตความปลอดภัยจาก Samsung แล้ว โดยสิ้นสุดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2024