← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ซามูเอล เฮนรี เครส ผู้ก่อตั้งอาณาจักรห้างสรรพสินค้าและผู้อุปถัมภ์ศิลปะระดับโลก

สรุปใจความสำคัญ

  • ซามูเอล เฮนรี เครส เป็นผู้ก่อตั้งเครือร้าน S. H. Kress & Co. ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าประเภท Five and Dime ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐฯ
  • เขาสร้างความมั่งคั่งจากการเปิดร้านค้าในเมืองขนาดเล็กทั่วสหรัฐอเมริกา แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงเมืองใหญ่
  • เขาเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะรายใหญ่ โดยบริจาคผลงานศิลปะยุคเรเนซองส์อิตาลีจำนวนมหาศาลให้แก่พิพิธภัณฑ์ 18 แห่งและหอศิลป์แห่งชาติในวอชิงตัน ดี.ซี.
  • มูลนิธิซามูเอล เอช เครส ยังคงมีบทบาทในการสนับสนุนองค์กรและสถาบันทางศิลปะจนถึงปัจจุบัน

ซามูเอล เฮนรี เครส (Samuel Henry Kress; 23 กรกฎาคม 1863 – 22 กันยายน 1955) เป็นนักธุรกิจ ผู้ใจบุญ และผู้ก่อตั้งเครือร้านค้า S. H. Kress & Co. ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าประเภท "ห้าเซนต์และสิบเซนต์" (five and ten cent store) ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา นอกจากความสำเร็จทางธุรกิจแล้ว เครสยังใช้ทรัพย์สินมหาศาลในการสะสมผลงานศิลปะยุคเรเนซองส์ของอิตาลีและศิลปะยุโรป ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในคอลเลกชันที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20 โดยในเวลาต่อมา มูลนิธิที่เขาก่อตั้งขึ้นได้บริจาคผลงานศิลปะจำนวน 776 ชิ้นให้แก่พิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับภูมิภาค 18 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960

ภาพพอร์ตเทรตของซามูเอล เฮนรี เครส
ซามูเอล เฮนรี เครส นักธุรกิจและผู้อุปถัมภ์ศิลปะ

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

เครสเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1863 ที่เมืองเชอร์รีวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย เป็นบุตรคนที่สองในบรรดาพี่น้องเจ็ดคนของ จอห์น แฟรงคลิน เครส และมาร์กาเร็ต ดอดสัน (นามสกุลเดิม คอนเนอร์) โดยบิดาของเขาประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าปลีก เครสได้รับการศึกษาในโรงเรียนที่เมืองสเลทิงตัน รัฐเพนซิลเวเนีย ทั้งนี้เขาไม่ได้สมรสและไม่มีบุตร

เส้นทางอาชีพและการสร้างอาณาจักรธุรกิจ

ในช่วงแรกของชีวิตการทำงาน เครสเคยทำงานในเหมืองหิน ก่อนจะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเมื่ออายุ 17 ปี และเริ่มทำงานเป็นครูในเมืองเอเมอรัลด์ รัฐเพนซิลเวเนีย โดยในตำแหน่งแรกเขาต้องดูแลนักเรียนถึง 80 คน และได้รับค่าจ้างเพียง 25 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเขาต้องเดินเท้าไปกลับโรงเรียนเป็นระยะทางรวม 6 ไมล์ต่อวัน

ในปี 1887 เครสได้เปิดร้านขายเครื่องเขียนและของเบ็ดเตล็ดในเมืองแนนทิโคค รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จ เขาจึงนำกำไรมาขยายสาขาและก่อตั้งเครือร้านค้าในชื่อ S. H. Kress & Co. ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ "Kress Five and Dime stores"

กลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญของเครสคือการไม่จำกัดการเปิดร้านเพียงแค่ในเขตเมืองใหญ่ แต่เขามุ่งเน้นการเปิดสาขาในเมืองขนาดเล็กใน 29 รัฐที่เขามองเห็นศักยภาพในการเติบโต ทำให้ร้าน Kress กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของเมืองเล็กๆ หลายแห่งที่เดิมมีเพียงร้านขายของชำทั่วไป

อาคาร Kress ในเมืองลับบ็อก
ตัวอย่างสถาปัตยกรรมของอาคาร Kress ในเมืองลับบ็อก
อาคาร Kress ในเมืองฮิวสตัน
อาคาร Kress ในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส

มรดกทางสถาปัตยกรรมของ S. H. Kress & Co.

เครือร้าน S. H. Kress & Co. ขยายสาขาไปมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และเป็นที่ยอมรับในด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ประณีต อาคารหลายแห่งได้รับการยกย่องจากสถาปนิกและถูกจัดให้เป็นโบราณสถาน (Landmarks) ในปัจจุบัน แม้ว่าหลายแห่งจะถูกเปลี่ยนการใช้งานไปแล้ว สาขาที่มีชื่อเสียง ได้แก่ สาขาฟิฟธ์อเวนิวในนิวยอร์ก, ถนนคาแนลในนิวออร์ลีนส์ และฮอลลีวูดบูเลอวาร์ดในลอสแอนเจลิส

ในปี 1964 บริษัท Genesco, Inc. ได้เข้าซื้อกิจการ Kress ต่อมาได้มีการเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเปิดร้านในใจกลางเมืองไปสู่ห้างสรรพสินค้า (Shopping Malls) และเริ่มทยอยปิดสาขาและชำระบัญชีธุรกิจในปี 1980

มูลนิธิซามูเอล เอช เครส และการอุปถัมภ์ศิลปะ

เครสเป็นผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิซามูเอล เอช เครส (Samuel H. Kress Foundation) เขาเป็นผู้หลงใหลในศิลปะและได้สะสมผลงานจิตรกรรมและประติมากรรม โดยเฉพาะผลงานในยุคเรเนซองส์ของอิตาลี ผ่านการแนะนำของนักประวัติศาสตร์ศิลปะ วิลเลียม ซุยดา และตัวแทนจำหน่ายศิลปะอย่าง อเลสซานโดร คอนตินี-โบนาโคสซี และ โจเซฟ ดูวีน

ในปี 1929 เครสได้บริจาคเงินจำนวนมากให้แก่รัฐบาลอิตาลีเพื่อบูรณะโบราณสถานทางสถาปัตยกรรมในอิตาลี และตั้งแต่ทศวรรษ 1930 เป็นต้นมา เขาได้ตัดสินใจบริจาคผลงานศิลปะในคอลเลกชันของเขาให้แก่พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ โดยมักจะบริจาคให้แก่เมืองขนาดเล็กที่เคยสร้างความมั่งคั่งให้กับเขาผ่านธุรกิจร้านค้า ซึ่งการบริจาคนี้ทำให้เมืองเหล่านั้นมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีผลงานคุณภาพสูงซึ่งเดิมไม่สามารถจัดหามาได้

วันที่ 17 มีนาคม 1941 เครสและพอล เมลลอน ได้บริจาคผลงานศิลปะจำนวนมากให้แก่ประชาชนชาวสหรัฐฯ และหอศิลป์แห่งชาติ (National Gallery of Art) ในวอชิงตัน ดี.ซี. โดยประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ เป็นผู้รับมอบด้วยตนเอง

คอลเลกชันภาพประวัติศาสตร์ของเครส (Kress Collection of Historic Images)

ปัจจุบัน หอศิลป์แห่งชาติได้จัดทำคอลเลกชันภาพประวัติศาสตร์ของเครส ซึ่งประกอบด้วยภาพสแกนมากกว่า 18,300 ภาพของผลงานจิตรกรรม ภาพวาด ประติมากรรม และศิลปะตกแต่ง ที่ซามูเอล เอช เครส และมูลนิธิของเขาเคยซื้อหรือพิจารณาซื้อ ข้อมูลเหล่านี้ถูกแปลงเป็นรูปแบบดิจิทัลเพื่อให้เหล่านักวิจัยทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายในสภาพการอนุรักษ์ต่างๆ ภาพเอกซเรย์ และภาพอินฟราเรด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ศิลปะและการอนุรักษ์ผลงานศิลปะ

คำถามที่พบบ่อย

ซามูเอล เฮนรี เครส คือใคร?

เขาเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งเครือร้าน S. H. Kress & Co. และเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะรายใหญ่ที่สะสมและบริจาคผลงานศิลปะยุคเรเนซองส์ของอิตาลีให้แก่พิพิธภัณฑ์ทั่วสหรัฐอเมริกา

ธุรกิจ S. H. Kress & Co. มีความโดดเด่นอย่างไร?

โดดเด่นในด้านการเลือกทำเลที่ตั้งในเมืองขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการเติบโต และการออกแบบสถาปัตยกรรมของอาคารร้านค้าที่สวยงามจนหลายแห่งได้รับการยกย่องเป็นโบราณสถาน

เครสบริจาคผลงานศิลปะให้แก่ที่ใดบ้าง?

เขาบริจาคผลงานศิลปะให้แก่พิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับภูมิภาค 18 แห่ง และหอศิลป์แห่งชาติ (National Gallery of Art) ในวอชิงตัน ดี.ซี. รวมถึงบริจาคเงินเพื่อการบูรณะสถาปัตยกรรมในอิตาลี

คอลเลกชันภาพประวัติศาสตร์ของเครสคืออะไร?

เป็นคอลเลกชันภาพสแกนดิจิทัลกว่า 18,300 ภาพของผลงานศิลปะที่เครสสะสม ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายทางเทคนิค เช่น ภาพเอกซเรย์และอินฟราเรด เพื่อประโยชน์ในการวิจัยทางประวัติศาสตร์ศิลปะ