← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Scooby Snacks บทเพลงฮิตจาก Fun Lovin' Criminals และการใช้ตัวอย่างเสียงจากภาพยนตร์ของควินติน แทแรนติโน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของวง Fun Lovin' Criminals จากอัลบั้ม Come Find Yourself (1996)
  • มีการใช้ตัวอย่างเสียงจากภาพยนตร์ Pulp Fiction และ Reservoir Dogs ของ Quentin Tarantino
  • ชื่อเพลง 'Scooby Snacks' เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกยา Valium ในคลับที่นิวยอร์ก
  • Quentin Tarantino ได้รับส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ 37% และเครดิตผู้เขียนเพลงจากการใช้ตัวอย่างเสียงในเพลง

Scooby Snacks เป็นผลงานเพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงดนตรีชาวอเมริกัน Fun Lovin' Criminals จากอัลบั้มเปิดตัวที่ชื่อว่า Come Find Yourself ซึ่งวางจำหน่ายในปี 1996 เพลงนี้มีความโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างการแร็ปในเนื้อหาหลักและการร้องในส่วนของท่อนฮุค นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักจากการนำตัวอย่างเสียง (Sample) จากภาพยนตร์ของ ควินติน แทแรนติโน (Quentin Tarantino) มาใช้ในเพลง ทำให้แทแรนติโนได้รับเครดิตในฐานะผู้เขียนเพลงร่วมด้วย

ที่มาและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์

จุดเริ่มต้นของเพลงนี้เกิดขึ้นจาก Brian Leiser นักดนตรีของวงที่ทำการทดลองเสียงและตัวอย่างเสียงในอพาร์ตเมนต์ที่บรูคลิน โดยในขณะที่เขากำลังสร้างสรรค์เพลง เขาได้เปิดภาพยนตร์เรื่อง Pulp Fiction ทิ้งไว้ในพื้นหลัง ซึ่งนำไปสู่การนำบทสนทนาจากภาพยนตร์มาใส่ในเพลง นอกจากนี้เขายังได้นำเสียงกีตาร์เทรโมโลจากเพลง "Movement of Fear" ของวง Tones on Tail (ปี 1984) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของดนตรี

สำหรับชื่อเพลง "Scooby Snacks" มีที่มาจากประสบการณ์ของ Leiser ขณะทำงานที่คลับ The Limelight ในนิวยอร์ก ซึ่งเจ้าของคลับยังมีคลับอีกแห่งชื่อ The Tunnel ซึ่งมักเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในคืนวันอาทิตย์ เพื่อลดความรุนแรง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบางคนจะมอบยาไดอะซีแพม (Diazepam) หรือที่รู้จักในชื่อ วาเลียม (Valium) ให้กับผู้ที่เข้ามาในคลับ โดยเรียกยาเหล่านี้ว่า "Scooby snacks" แรงบันดาลใจนี้จึงถูกนำมาสร้างเป็นเรื่องราวในเพลงเกี่ยวกับกลุ่มคนที่ปล้นธนาคารในขณะที่อยู่ในฤทธิ์ของยาดังกล่าว

การใช้ตัวอย่างเสียงและข้อตกลงทางกฎหมาย

เพลง Scooby Snacks มีการใช้ตัวอย่างเสียงจากภาพยนตร์สองเรื่องของควินติน แทแรนติโน ได้แก่ Pulp Fiction และ Reservoir Dogs ซึ่งนำไปสู่ข้อตกลงทางธุรกิจที่สำคัญ โดยแทแรนติโนได้เรียกร้องส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ (Royalties) ถึง 37% ของรายได้จากเพลงนี้ รวมถึงการได้รับเครดิตในฐานะผู้เขียนเพลงร่วม

ความสำเร็จทางชาร์ตและการจำหน่าย

เพลงนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในหลายประเทศ โดยติดอันดับ Top 40 ในออสเตรเลีย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, เนเธอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ (ซึ่งขึ้นไปถึงอันดับที่ 18) ในสหราชอาณาจักร เพลงนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 โดยขึ้นไปถึงอันดับที่ 22 แต่หลังจากมีการออกเวอร์ชันรีอิชชู (Reissue) ในเดือนมิถุนายน 1997 ซึ่งมาพร้อมกับเพลงคัฟเวอร์ "I'm Not in Love" ของวง 10cc เพลง Scooby Snacks ก็พุ่งขึ้นไปถึงอันดับที่ 12 บน UK Singles Chart

ในปี 2022 สมาคมอุตสาหกรรมเพลงบริติช (BPI) ได้รับรองระดับแผ่นเงิน (Silver certification) ให้กับเพลงนี้ เนื่องจากมียอดขายและยอดสตรีมมิ่งรวมกันมากกว่า 200,000 ยูนิต

รายละเอียดการผลิต

หัวข้อรายละเอียด
สตูดิโอบันทึกเสียงMagic Shop (นิวยอร์ก), Drunk Munk Studios (นิวยอร์ก)
การผสมเสียงPlatinum Island (นิวยอร์ก)
การมาสเตอร์ริ่งSterling Sound (นิวยอร์ก)
บุคลากรสำคัญFun Lovin' Criminals (เขียนเพลง/โปรดิวซ์), Quentin Tarantino (เขียนเพลงร่วม)

คำถามที่พบบ่อย

เพลง Scooby Snacks มีความหมายว่าอย่างไร?

ในบริบทของเพลงนี้ 'Scooby Snacks' เป็นการอ้างถึงยาไดอะซีแพม (Diazepam) หรือ วาเลียม (Valium) ซึ่งเป็นยาคลายเครียด

ทำไม Quentin Tarantino ถึงมีชื่อเป็นผู้เขียนเพลง Scooby Snacks?

เพราะเพลงนี้มีการนำตัวอย่างเสียงบทสนทนาจากภาพยนตร์เรื่อง Pulp Fiction และ Reservoir Dogs ของเขามาใช้ในเพลง

เพลง Scooby Snacks ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศใด?

เพลงนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในสหราชอาณาจักร โดยขึ้นไปถึงอันดับที่ 12 บน UK Singles Chart ในปี 1997 หลังจากออกเวอร์ชันรีอิชชู

แรงบันดาลใจของเพลงนี้มาจากไหน?

มาจากประสบการณ์ของ Brian Leiser ที่เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในคลับที่นิวยอร์กเรียกยา Valium ว่า 'Scooby snacks' เพื่อใช้ทำให้ลูกค้าในคลับสงบลง