← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เซบาสเตียน บาร์เกอร์ กวีผู้สร้างสรรค์บทกวีเชิงนิมิตและจิตวิญญาณ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นกวีชาวอังกฤษที่มีสไตล์การเขียนเชิงนิมิต (Visionary poetry) ซึ่งถูกเปรียบเทียบกับ วิลเลียม เบลค
  • ผลงาน The Dream of Intelligence (1992) และ The Erotics of God (2005) ได้รับรางวัลหนังสือแห่งปีจากสื่อชั้นนำ
  • เคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมกวี (Poetry Society) และบรรณาธิการนิตยสาร London Magazine
  • มีความผูกพันกับประเทศกรีซ โดยได้บูรณะบ้านในหมู่บ้าน Sitochori เพื่อใช้เป็นสถานที่สร้างสรรค์งานเขียน

เซบาสเตียน สมาร์ท บาร์เกอร์ (Sebastian Smart Barker; 16 เมษายน 1945 – 31 มกราคม 2014) เป็นกวีชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงจากรูปแบบการเขียนเชิงนิมิต (Visionary manner) ซึ่งมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ วิลเลียม เบลค (William Blake) โดยเฉพาะการใช้บรรทัดกวีที่ยาวและเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก รวมถึงความสามารถในการใช้ถ้อยคำที่เรียบง่ายเพื่อถ่ายทอดความหมายที่ลึกซึ้ง

ภาพพอร์ตเทรตของ เซบาสเตียน บาร์เกอร์
เซบาสเตียน บาร์เกอร์ กวีชาวอังกฤษผู้มีผลงานโดดเด่นด้านบทกวีเชิงนิมิต

ประวัติและการศึกษา

บาร์เกอร์เป็นบุตรของ จอร์จ บาร์เกอร์ (George Barker) และ เอลิซาเบธ สมาร์ท (Elizabeth Smart) ซึ่งทั้งคู่เป็นกวีเช่นกัน เขาได้รับการศึกษาจาก The King's School ในเมืองแคนเทอร์เบอรี จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่ Corpus Christi College แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (ได้รับปริญญาโท) และมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย (ได้รับปริญญาโท)

เส้นทางอาชีพและบทบาทในวงการวรรณกรรม

บาร์เกอร์มีบทบาทสำคัญในองค์กรวรรณกรรมหลายแห่ง โดยเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมกวี (Poetry Society) ระหว่างปี 1988 ถึง 1992 และเป็นคณะกรรมการบริหารของ P.E.N. นอกจากนี้ ในปี 1997 เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก (Fellow) ของ Royal Society of Literature

ในปี 2002 เขาเข้ารับตำแหน่งบรรณาธิการของนิตยสาร London Magazine จนกระทั่งลาออกในปี 2008 หลังจากที่ Arts Council England ตัดงบประมาณสนับสนุนนิตยสาร บาร์เกอร์ยังเคยเป็นผู้อำนวยการเทศกาลวรรณกรรมหลายแห่ง รวมถึง Royal Berkshire Poetry Festival และเป็นกวีพำนัก (Writer-in-residence) ในเบิร์กเชียร์และลินคอล์นเชียร์

นอกเหนือจากงานด้านวรรณกรรม บาร์เกอร์ยังมีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย เช่น การเป็นช่างซ่อมเฟอร์นิเจอร์, ช่างไม้, พนักงานดับเพลิง และเจ้าหน้าที่จัดทำแคตตาล็อกที่สถาบันการประมูล Sotheby's ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ถูกรวบรวมไว้ในบทกวีอัตชีวประวัติที่ชื่อว่า "Curriculum Vitae"

ผลงานการเขียนที่สำคัญ

ผลงานในช่วงแรกของเขา เช่น On the Rocks (1977) และ A Nuclear Epiphany (1984) ถูกนำมารวบรวมในเล่ม Guarding the Border ซึ่งตีพิมพ์โดย Enitharmon Press ในปี 1992

ผลงานชิ้นสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้เขา ได้แก่:

  • The Dream of Intelligence (1992): บทกวีขนาดยาวที่อ้างอิงจากชีวิตและผลงานของ ฟรีดริช นีตเชอ (Friedrich Nietzsche) ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนังสือแห่งปี (Book of the Year) โดยทั้ง The Independent และ The Spectator
  • The Erotics of God (2005): ได้รับเลือกให้เป็นหนังสือแห่งปีโดยนิตยสาร The Tablet ในปี 2005
  • A Monastery of Light (2012): ชุดบทกวีเชิงนิมิตในช่วงปลายชีวิต ซึ่งเขียนขึ้นขณะที่เขาพำนักอยู่ในประเทศกรีซ

นอกจากนี้ เขายังเขียนชีวประวัติของ เอ็ดดี้ ลินเดน (Eddie Linden) นักเขียนชาวสกอตแลนด์ ซึ่งต่อมาถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครเวทีที่จัดแสดงที่ The Old Red Lion ในลอนดอน เมื่อปี 1995

ความเชื่อและชีวิตส่วนตัว

บาร์เกอร์เข้ารับศีลล้างบาปในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเมื่ออายุ 52 ปี ความเชื่อทางศาสนามีอิทธิพลอย่างมากต่อผลงานของเขา โดยเขามักสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าผ่านรูปแบบบทกวีที่ซับซ้อน เช่น การใช้รูปแบบ villanelle ในบทกวี "Holy the Heart on which We Hang Our Hope"

ในปี 1983 บาร์เกอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากกวีชาวกรีกสมัยใหม่ เช่น Odysseas Elytis จึงได้ซื้อบ้านร้างในหมู่บ้าน Sitochori ในแคว้นเมสเซเนีย ประเทศกรีซ และใช้เวลาเกือบ 30 ปีในการบูรณะบ้านหลังนี้ด้วยความช่วยเหลือจากคนในท้องถิ่น ซึ่งสถานที่แห่งนี้กลายเป็นบ้านหลังที่สองและเป็นสถานที่สร้างสรรค์ผลงานชิ้นสุดท้ายของเขา

บาร์เกอร์แต่งงานสามครั้ง มีบุตรสาวสองคนจากการแต่งงานครั้งแรก และมีบุตรชายหนึ่งคนและบุตรสาวหนึ่งคนจากการแต่งงานครั้งที่สอง โดยบุตรสาวของเขา Xanthi ได้ตีพิมพ์บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับบิดาในชื่อ Will This House Last Forever? ในปี 2021

เซบาสเตียน บาร์เกอร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2014 ด้วยอาการหัวใจหยุดเต้น หลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งปอด ในวัย 68 ปี

คำถามที่พบบ่อย

เซบาสเตียน บาร์เกอร์ มีสไตล์การเขียนบทกวีอย่างไร?

เขามีสไตล์การเขียนแบบเชิงนิมิต (Visionary manner) ที่โดดเด่นด้วยการใช้บรรทัดกวีที่ยาวและเปี่ยมด้วยอารมณ์ (ecstatic line) และสามารถใช้คำศัพท์ที่เรียบง่ายเพื่อสื่อความหมายที่ลึกซึ้งและซับซ้อน

ผลงานชิ้นใดของบาร์เกอร์ที่ได้รับรางวัลหนังสือแห่งปี?

ผลงานที่ได้รับรางวัลหนังสือแห่งปี ได้แก่ The Dream of Intelligence (1992) ซึ่งได้รับเลือกโดย The Independent และ The Spectator และ The Erotics of God (2005) ซึ่งได้รับเลือกโดย The Tablet

บาร์เกอร์มีความสัมพันธ์อย่างไรกับประเทศกรีซ?

เขาซื้อบ้านร้างในหมู่บ้าน Sitochori แคว้นเมสเซเนีย ประเทศกรีซ ในปี 1983 และใช้เวลาเกือบ 30 ปีในการบูรณะบ้านหลังนี้ ซึ่งกลายเป็นสถานที่พำนักและแหล่งสร้างสรรค์บทกวีชุด A Monastery of Light

บาร์เกอร์เคยทำงานอะไรบ้างนอกเหนือจากการเป็นกวี?

เขามีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ช่างซ่อมเฟอร์นิเจอร์, ช่างไม้, พนักงานดับเพลิง ไปจนถึงเจ้าหน้าที่จัดทำแคตตาล็อกที่สถาบันการประมูล Sotheby's