← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สงครามบารอนครั้งที่สอง การต่อสู้เพื่ออำนาจและรากฐานของรัฐสภาอังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นสงครามกลางเมืองระหว่างพระเจ้าเฮนรีที่ 3 และกลุ่มบารอนนำโดยไซมอน เดอ มอนต์ฟอร์ต
  • นำไปสู่การสร้างรากฐานของรัฐสภาอังกฤษโดยการให้สามัญชนมีส่วนร่วมเป็นครั้งแรก
  • จบลงด้วยคำสั่งแห่งเคนิลเวิร์ธ (Dictum of Kenilworth) และการยืนยันมหากฎบัตร Magna Carta
  • มีการสังหารหมู่ชาวยิวเพื่อทำลายหลักฐานหนี้สินของกลุ่มบารอน

สงครามบารอนครั้งที่สอง (ค.ศ. 1264–1267) เป็นสงครามกลางเมืองในอังกฤษที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มบารอนผู้ทรงอิทธิพล นำโดย ไซมอน เดอ มอนต์ฟอร์ต (Simon de Montfort) และกองกำลังฝ่ายรอยัลลิสต์ของ พระเจ้าเฮนรีที่ 3 (King Henry III) ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับการสนับสนุนโดยพระราชโอรส คือเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด (ต่อมาคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1)

เป้าหมายหลักของกลุ่มบารอนคือการบีบบังคับให้กษัตริย์ปกครองประเทศผ่านสภาที่ปรึกษาของเหล่าบารอน แทนที่จะใช้อำนาจผ่านกลุ่มคนสนิทหรือที่ปรึกษาชาวต่างชาติ ความขัดแย้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง แต่ยังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโครงสร้างการปกครองของอังกฤษ โดยเฉพาะการขยายสิทธิในการมีส่วนร่วมในรัฐสภาไปยังกลุ่มสามัญชนเป็นครั้งแรก

ภาพจำลองเหตุการณ์ในสงครามบารอนครั้งที่สอง
การเผชิญหน้าระหว่างกองกำลังฝ่ายบารอนและฝ่ายกษัตริย์ในช่วงศตวรรษที่ 13

สาเหตุของความขัดแย้ง

วิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญในรัชสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 เกิดจากปัจจัยหลายประการที่สะสมจนกลายเป็นความรุนแรง:

  • ความไม่พอใจในการบริหารงาน: เหล่าบารอนอังกฤษไม่พอใจที่พระเจ้าเฮนรีที่ 3 ทรงแต่งตั้งที่ปรึกษาชาวต่างชาติเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้ในโครงการส่วนพระองค์
  • ความขัดแย้งส่วนตัวของไซมอน เดอ มอนต์ฟอร์ต: เดิมทีเดอ มอนต์ฟอร์ต เป็นชาวฝรั่งเศสและเคยเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาชาวต่างชาติที่เหล่าบารอนเกลียดชัง แต่ต่อมาเขากลายเป็นผู้นำฝ่ายต่อต้านหลังจากมีความขัดแย้งกับพระเจ้าเฮนรีที่ 3 เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการในกาสกอนี (Gascony)
  • วิกฤตเศรษฐกิจและทุพภิกขภัย: ความอดอยากที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศทำให้ความตึงเครียดทางสังคมสูงขึ้น และทำให้การเรียกเก็บภาษีของกษัตริย์กลายเป็นประเด็นที่ยอมรับไม่ได้
  • ความทะเยอทะยานในซิซิลี: พระเจ้าเฮนรีที่ 3 ทรงพยายามจัดหาเงินทุนเพื่อทำสงครามกับราชวงศ์โฮเฮนสเตาเฟน (Hohenstaufen) เพื่อให้พระราชโอรสองค์ที่สองได้ครองราชย์ในอาณาจักรซิซิลี ซึ่งสร้างความกังวลให้เหล่าบารอนว่ากษัตริย์กำลังใช้อำนาจตามอำเภอใจเช่นเดียวกับพระเจ้าจอห์น (King John)

การต่อสู้ทางกฎหมายและข้อตกลงเบื้องต้น

ในปี ค.ศ. 1258 กลุ่มบารอนนำโดยเดอ มอนต์ฟอร์ต ได้บีบบังคับให้พระเจ้าเฮนรีที่ 3 ทรงยอมรับ ข้อกำหนดแห่งออกซฟอร์ด (Provisions of Oxford) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของแองโกล-นอร์มัน โดยกำหนดให้มีสภาบารอน 24 ท่านในการบริหารราชการ และต้องมีการประชุมสภาใหญ่ (Parliament) ทุก 3 ปี เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม พระเจ้าเฮนรีที่ 3 ทรงพยายามกอบกู้อำนาจคืน โดยการทำสนธิสัญญาปารีส (Treaty of Paris) กับพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส และได้รับพระราชสาส์นจากพระสันตะปาปาในปี ค.ศ. 1261 เพื่อยกเลิกคำสาบานที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งออกซฟอร์ด นำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารในที่สุด

การกวาดล้างชาวยิวและการใช้ประโยชน์ทางการเมือง

ในช่วงสงครามนี้ มีเหตุการณ์สะเทือนขวัญคือการสังหารหมู่ชาวยิวในหลายพื้นที่ โดยกลุ่มผู้สนับสนุนเดอ มอนต์ฟอร์ต และบุตรชายของเขาได้ใช้กระแสการต่อต้านยิว (Antisemitism) มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อทำลายหลักฐานการเป็นหนี้ของเหล่าบารอนที่มีต่อผู้ให้กู้ชาวยิว ซึ่งเป็นการสร้างฐานสนับสนุนจากกลุ่มเจ้าของที่ดินระดับกลางที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน

ธงประจำราชวงศ์อังกฤษ
สัญลักษณ์แห่งอำนาจของกษัตริย์ในยุคกลางที่ถูกท้าทายโดยกลุ่มบารอน

จุดจบของไซมอน เดอ มอนต์ฟอร์ต และผลลัพธ์ของสงคราม

เดอ มอนต์ฟอร์ต ประสบความสำเร็จในการสถาปนาระบอบปกครองชั่วคราว (Protectorate) หลังจากชัยชนะในสมรภูมิเลวิชาม (Battle of Lewes) และได้ขยายสิทธิการเลือกตั้งสมาชิกสภาไปยังกลุ่มสามัญชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของรัฐสภาอังกฤษในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม อำนาจของเขาสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1265 เมื่อกองกำลังของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดสามารถเอาชนะและสังหารเขาได้ใน สมรภูมิอีฟแชม (Battle of Evesham) หลังจากนั้นอำนาจของกษัตริย์ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง

สงครามสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการด้วย คำสั่งแห่งเคนิลเวิร์ธ (Dictum of Kenilworth) ในปี ค.ศ. 1267 ซึ่งเป็นข้อตกลงสันติภาพที่อนุญาตให้เหล่าบารอนที่ก่อกบฏสามารถไถ่ถอนที่ดินคืนได้ และมีการออก กฎหมายมาร์ลบอโร (Statute of Marlborough) เพื่อยืนยันความศักดิ์สิทธิ์ของมหากฎบัตร (Magna Carta) และสถานะของรัฐสภา

คำถามที่พบบ่อย

สงครามบารอนครั้งที่สองเกิดขึ้นเพราะอะไร?

เกิดจากความไม่พอใจของเหล่าบารอนต่อการบริหารงานของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ที่ทรงใช้ที่ปรึกษาชาวต่างชาติ เรียกเก็บภาษีสูง และพยายามใช้อำนาจเด็ดขาดโดยไม่ฟังเสียงที่ปรึกษา

ไซมอน เดอ มอนต์ฟอร์ต มีบทบาทสำคัญอย่างไร?

เขาเป็นผู้นำฝ่ายบารอนที่บีบให้กษัตริย์ยอมรับข้อกำหนดแห่งออกซฟอร์ด และเป็นผู้ริเริ่มให้สามัญชนได้เข้าสู่รัฐสภาเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างฐานสนับสนุนให้แก่ระบอบการปกครองของเขา

ผลลัพธ์สุดท้ายของสงครามนี้คืออะไร?

ฝ่ายรอยัลลิสต์ได้รับชัยชนะ ไซมอน เดอ มอนต์ฟอร์ต ถูกสังหารในสมรภูมิอีฟแชม แต่สงครามได้ทิ้งมรดกสำคัญคือการยอมรับบทบาทของรัฐสภาและมหากฎบัตร Magna Carta ในการจำกัดอำนาจกษัตริย์

ทำไมจึงมีการสังหารหมู่ชาวยิวในช่วงสงคราม?

กลุ่มผู้สนับสนุนเดอ มอนต์ฟอร์ต ใช้กระแสการต่อต้านยิวเพื่อปลุกระดมมวลชน และเพื่อทำลายเอกสารสัญญาเงินกู้ที่ชาวยิวถือครองอยู่ ซึ่งช่วยให้เหล่าบารอนไม่ต้องชำระหนี้คืน

สมรภูมิที่สำคัญที่สุดในสงครามนี้คืออะไร?

สมรภูมิอีฟแชม (Battle of Evesham) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฝ่ายบารอนพ่ายแพ้และไซมอน เดอ มอนต์ฟอร์ต ถูกสังหาร