← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ศูนย์สังคมจัดการตนเองในสหราชอาณาจักร

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำเนินงานตามหลักการจัดการตนเองและต่อต้านอำนาจนิยม โดยไม่รับเงินสนับสนุนจากรัฐ
  • มีรากฐานมาจากศูนย์อัตตาณัติในทศวรรษ 1980 และได้รับอิทธิพลจากขบวนการอนาธิปไตยและสังคมนิยมยูโทเปีย
  • กิจกรรมภายในมีความหลากหลายตั้งแต่การเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมไปจนถึงการสนับสนุนทางสังคมและผู้ย้ายถิ่นฐาน
  • รูปแบบการครอบครองอาคารมีผลโดยตรงต่อความยั่งยืน โดยศูนย์ที่เป็นสหกรณ์จะมีอายุการดำเนินงานยาวนานกว่าศูนย์ที่เกิดจากการบุกรุกพื้นที่

ศูนย์สังคมจัดการตนเองในสหราชอาณาจักร (Self-managed social centres in the United Kingdom) คือพื้นที่ทางสังคมที่ดำเนินงานภายใต้หลักการจัดการตนเอง (Self-management) และแนวคิดต่อต้านอำนาจนิยม (Anti-authoritarianism) โดยมีลักษณะเด่นคือการบริหารจัดการโดยอาสาสมัครและพึ่งพาตนเองทางการเงิน โดยไม่รับความช่วยเหลือจากรัฐ ซึ่งแตกต่างจากศูนย์ชุมชน (Community centres) ทั่วไปที่มักได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์เหล่านี้มีรูปแบบการครอบครองอาคารที่หลากหลาย ตั้งแต่การบุกรุกพื้นที่ว่าง (Squatting) การเช่า การจำนอง ไปจนถึงการเป็นเจ้าของอาคารอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเครือข่ายกระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั่วสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในลอนดอนซึ่งมีจำนวนมากที่สุดตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา

ประวัติความเป็นมาและอิทธิพล

รากฐานของศูนย์สังคมจัดการตนเองในสหราชอาณาจักรมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเครือข่ายศูนย์อัตตาณัติ (Autonomy centres) ในช่วงทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990 เช่น 121 Centre, Centro Iberico, Wapping Autonomy Centre และ Warzone รวมถึง 1 in 12 Club ในเมืองแบรดฟอร์ดที่ยังคงดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้:

  • ขบวนการทางสังคมในยุโรป: โดยเฉพาะศูนย์สังคมจัดการตนเองในอิตาลี และขบวนการบุกรุกพื้นที่ (Squatter movements) ในยุโรป
  • แนวคิดทางการเมืองและสังคม: แนวคิดอนาธิปไตย (Anarchism) เช่น Rose Street Club และชุมชนสังคมนิยมยูโทเปียของ Charles Fourier และ Robert Owen ในศตวรรษที่ 19
  • ขบวนการระดับโลก: ขบวนการเกษตรกรไร้ที่ดิน (MST) ในบราซิล และการยึดโรงงานในอาร์เจนตินา
  • เหตุการณ์ทางการเมืองในสหราชอาณาจักร: การประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายยุติธรรมทางอาญา (Criminal Justice Bill), การต่อต้านภาษีรายหัว (Poll Tax) และแผนการสร้างถนนของรัฐบาลในช่วงทศวรรษ 1990 รวมถึงขบวนการต่อต้านโลกาภิวัตน์ในช่วงทศวรรษ 2000

ลักษณะการดำเนินงานและกิจกรรม

เนื่องจากยึดหลักการจัดการตนเอง กิจกรรมภายในศูนย์แต่ละแห่งจึงถูกกำหนดโดยผู้เข้าร่วมและบริบทของท้องถิ่น ทำให้แต่ละศูนย์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่มักพบเห็นได้ทั่วไป ได้แก่:

  • พื้นที่บริการ: บาร์, คาเฟ่, ร้านหนังสือ (Infoshop) และร้านค้าฟรี (Free shop)
  • การเรียนรู้และวัฒนธรรม: ห้องสมุดแนวคิดก้าวหน้า (Radical library), พื้นที่จัดนิทรรศการ, โรงภาพยนตร์ และสถานที่จัดคอนเสิร์ต
  • การสนับสนุนชุมชน: เวิร์กช็อปซ่อมจักรยาน, ชั้นเรียนภาษา, พื้นที่ประชุม และการสนับสนุนผู้ย้ายถิ่นฐาน

ในเชิงสังคมวิทยา ศูนย์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางกายภาพสำหรับนักกิจกรรมในการพบปะและจัดระเบียบการรณรงค์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของ "ขบวนการอัตตาณัติ" (Autonomous movement) ที่ท้าทายลัทธิปัจเจกนิยมในชีวิตประจำวันและนำเสนอทางเลือกในการสร้างความเป็นพลเมืองรูปแบบใหม่

รูปแบบการครอบครองและความยั่งยืน

ความยั่งยืนของศูนย์สังคมจัดการตนเองมักขึ้นอยู่กับรูปแบบการถือครองอาคาร:

รูปแบบการครอบครองลักษณะและความยั่งยืนตัวอย่าง
การบุกรุกพื้นที่ (Squatted)มักถูกขับไล่ได้ง่าย จึงมักมีอายุการดำเนินงานระยะสั้นA-Spire (ลีดส์), Okasional Café (แมนเชสเตอร์)
การเป็นเจ้าของร่วม/สหกรณ์ (Co-operatively owned)มีความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวมากกว่า1 in 12 Club (แบรดฟอร์ด), Cowley Club (ไบรตัน), Sumac Centre (นอตทิงแฮม)

ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ได้เกิดการถกเถียงในกลุ่มนักกิจกรรมว่า การซื้ออาคารเป็นกลยุทธ์ต่อต้านทุนนิยมที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยฝ่ายหนึ่งมองว่าการเป็นเจ้าของทำให้ต้องเสียเวลากับเรื่องธุรการ เช่น แผนธุรกิจและการขอสินเชื่อ ในขณะที่อีกฝ่ายมองว่าความมั่นคงของสถานที่คือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมระยะยาว

ตัวอย่างศูนย์ที่สำคัญในสหราชอาณาจักร

  • 1 in 12 Club (แบรดฟอร์ด): หนึ่งในศูนย์ที่เก่าแก่ที่สุด มีบริการบาร์, คาเฟ่, ห้องสมุด และสตูดิโอบันทึกเสียง
  • Cowley Club (ไบรตัน): ก่อตั้งในปี 2002 เป็นศูนย์รวมกิจกรรมหลากหลายและมีสหกรณ์ที่พักอาศัยตั้งอยู่ด้านบน
  • Warzone Collective (เบลฟาสต์): ดำเนินงานในช่วงปี 1986-2003 และ 2011-2018 โดยเน้นดนตรีแนว Anarchopunk และคาเฟ่มังสวิรัติ

คำถามที่พบบ่อย

ศูนย์สังคมจัดการตนเองแตกต่างจากศูนย์ชุมชนทั่วไปอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่การบริหารจัดการ โดยศูนย์สังคมจัดการตนเองจะบริหารโดยอาสาสมัครตามหลักการต่อต้านอำนาจนิยมและพึ่งพาตนเองทางการเงิน 100% โดยไม่รับความช่วยเหลือจากรัฐ ในขณะที่ศูนย์ชุมชนทั่วไปมักได้รับงบประมาณหรือการสนับสนุนจากภาครัฐ

กิจกรรมที่มักพบในศูนย์เหล่านี้มีอะไรบ้าง?

กิจกรรมจะขึ้นอยู่กับผู้ดำเนินงานในแต่ละพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่มักมี คาเฟ่, บาร์, ห้องสมุดแนวคิดก้าวหน้า, พื้นที่จัดคอนเสิร์ต, เวิร์กช็อปซ่อมจักรยาน และการสนับสนุนผู้ย้ายถิ่นฐาน

ทำไมบางศูนย์ถึงเลือกที่จะบุกรุกพื้นที่ (Squat) แทนการซื้ออาคาร?

การบุกรุกพื้นที่เป็นรูปแบบหนึ่งของการประท้วงและเป็นการสร้างพื้นที่ใช้สอยจากอาคารที่ถูกทิ้งร้าง แม้จะมีความเสี่ยงที่จะถูกขับไล่ได้ง่าย แต่ก็เป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับแนวคิดต่อต้านทุนนิยมในบางกลุ่ม