โครงการระเบียงขนส่งมวลชนเซปุลเวดา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นโครงการขนส่งมวลชนความเร็วสูงที่แบ่งเป็น 2 ระยะ เพื่อเชื่อมต่อหุบเขาซานเฟอร์นันโดกับลอสแอนเจลิสเบซินและสนามบิน LAX
- เป้าหมายหลักคือการลดความแออัดของทางหลวง I-405 ซึ่งเป็นหนึ่งในทางหลวงที่ยุ่งที่สุดในสหรัฐอเมริกา
- ระยะที่ 1 (IOS) ได้รับการอนุมัติในเดือนมกราคม 2026 และคาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงปี 2033-2035
- หากโครงการเสร็จสมบูรณ์ จะลดเวลาเดินทางจากสนามบิน LAX ถึง Van Nuys จาก 2 ชั่วโมงเหลือเพียง 45 นาที
โครงการระเบียงขนส่งมวลชนเซปุลเวดา (Sepulveda Transit Corridor) เป็นโครงการวางแผนสร้างเส้นทางขนส่งมวลชนความเร็วสูงแบบแบ่งเป็นสองระยะในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีหน่วยงาน Los Angeles Metro เป็นผู้ดำเนินการ เป้าหมายหลักของโครงการคือการสร้างทางเลือกในการเดินทางที่รวดเร็วเพื่อลดความแออัดของการจราจรบนทางหลวงระหว่างรัฐ I-405 ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ติดขัดที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านช่องเขาเซปุลเวดา (Sepulveda Pass)

รายละเอียดการดำเนินงานแบ่งตามระยะ
โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมือง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็นสองระยะหลัก ดังนี้:
- ระยะที่ 1: มุ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่างสาย G Line ในหุบเขาซานเฟอร์นันโด (San Fernando Valley) เข้ากับสาย D Line และ E Line ในย่านเวสต์ไซด์ (Westside) โดยส่วนเริ่มต้นของการดำเนินงาน (Initial Operating Segment - IOS) ซึ่งเป็นเส้นทางใต้ดินเชื่อมระหว่างสาย G Line และ D Line ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ Los Angeles Metro ในเดือนมกราคม 2026 คาดว่าระยะแรกจะเปิดให้บริการในช่วงปี 2033–2035 โดยใช้เงินทุนจากรายได้ของ Measure M และเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง
- ระยะที่ 2: เป็นการขยายเส้นทางลงไปทางใต้เพื่อเชื่อมต่อกับท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส (LAX) เพื่อให้การเดินทางจากตอนเหนือของเมืองสู่สนามบินมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
สถานการณ์การจราจรในปัจจุบัน
ปัจจุบันเส้นทางที่โครงการนี้จะตัดผ่านจะขนานไปกับทางหลวง I-405 ซึ่งเชื่อมต่อ US 101 ทางตอนเหนือกับ I-10 ทางตอนใต้ โดยทางหลวง I-405 มีปริมาณรถใช้งานสูงถึง 379,000 คันต่อวัน แม้จะมีการขยายถนนในปี 2014 ด้วยงบประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์ แต่ปัญหาการจราจรติดขัดยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน
ในปัจจุบัน การเดินทางในเส้นทางที่เทียบเท่ากับระยะที่ 1 ของโครงการ ถูกให้บริการโดยรถเมล์ด่วน Metro Rapid Line 761 ซึ่งใช้ถนนเซปุลเวดา (Sepulveda Boulevard) ในการข้ามช่องเขา โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงในการเชื่อมต่อระหว่างสาย E และ G Line ส่วนการเดินทางในระยะที่ 2 ถูกให้บริการโดยรถบัสของ Culver City (สาย 6 และ Rapid 6) ซึ่งเชื่อมต่อจากย่าน Westwood ไปยังสถานี Aviation/Imperial ของสาย C Line และเชื่อมต่อไปยังสนามบิน LAX ผ่านรถชัตเติลบัสหรือ SkyLink
หากโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ทั้งสองระยะ คาดว่าจะสามารถลดเวลาการเดินทางรวมจากสถานี Aviation/Imperial ถึงสถานี Van Nuys G Line จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (รวมเวลาต่อรถ) ให้เหลือเพียงประมาณ 45 นาที

ประวัติและการวางแผน
แนวคิดการสร้างเส้นทางขนส่งมวลชนผ่านช่องเขาเซปุลเวดาเป็นเป้าหมายที่มีมาอย่างยาวนาน โดยปรากฏอยู่ในแผนผังโครงการของ Proposition A ซึ่งผ่านการเห็นชอบในปี 1980 เพื่อนำภาษีการขายครึ่งเซนต์มาใช้พัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเขตลอสแอนเจลิส
ภายใต้มาตรการระดมทุน Measure M ทาง Los Angeles Metro มีงบประมาณเตรียมไว้สำหรับการก่อสร้างที่วางแผนจะเริ่มในปี 2026 โดยมีแผนการพัฒนาสามขั้นตอน ได้แก่ การเพิ่มเลนสำหรับรถบัสด่วนภายในปี 2028, การสร้างโครงการขนส่งมวลชนระยะทาง 8.8 ไมล์ (14.2 กม.) ระหว่างสถานี Van Nuys ของสาย G Line และสถานี Wilshire/Westwood ของสาย D Line ภายในปี 2035 และแผนการขยายเส้นทางไปยัง LAX ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2059
ทางเลือกด้านรูปแบบการขนส่ง
ในปี 2018 Metro ได้นำเสนอแนวคิดทางเลือกสำหรับระบบราง 6 รูปแบบ ซึ่งครอบคลุมการเชื่อมต่อระหว่างสาย G Line และสาย E Line รวมถึงการเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟรางเบาในหุบเขาซานเฟอร์นันโดตะวันออก โดยรูปแบบที่นำเสนอประกอบด้วย:
- ระบบรถไฟหนัก (Heavy Rail Transit - HRT) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทางใต้ดิน
- การขยายเส้นทางรถไฟรางเบา (Light Rail) จากโครงการ East San Fernando Valley
- ระบบรถไฟโมโนเรล (Monorail) หรือรถไฟล้อยาง (Rubber-tired metro) ซึ่งมีทั้งส่วนยกระดับและใต้ดิน
- การขยายสาย D Line (Heavy Rail) เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างหุบเขาซานเฟอร์นันโดและตัวเมืองลอสแอนเจลิส
คำถามที่พบบ่อย
โครงการระเบียงขนส่งมวลชนเซปุลเวดาคืออะไร?
เป็นโครงการสร้างเส้นทางขนส่งมวลชนความเร็วสูงในลอสแอนเจลิส เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่หุบเขาซานเฟอร์นันโดกับย่านเวสต์ไซด์และสนามบิน LAX โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการจราจรติดขัดบนทางหลวง I-405
ระยะที่ 1 ของโครงการจะเชื่อมต่อจุดใดบ้าง?
ระยะที่ 1 จะเชื่อมต่อสาย G Line ในหุบเขาซานเฟอร์นันโด เข้ากับสาย D Line และ E Line ในย่านเวสต์ไซด์ โดยมีส่วนเริ่มต้น (IOS) เป็นเส้นทางใต้ดิน
โครงการนี้จะช่วยลดเวลาการเดินทางได้อย่างไร?
ปัจจุบันการเดินทางระหว่างจุดดังกล่าวต้องใช้รถบัสและต่อรถ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะลดเวลาเหลือเพียง 45 นาที
งบประมาณของโครงการมาจากไหน?
โครงการจะใช้เงินทุนจากการจัดเก็บภาษีตามมาตรการ Measure M และการขอทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ