← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Sex O'Clock อัลบั้มสุดท้ายของ Anita Lane

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นอัลบั้มสตูดิโอชุดที่สองและชุดสุดท้ายของ Anita Lane วางจำหน่ายในปี 2001
  • ผลิตโดย Mick Harvey ซึ่งร่วมเขียนเพลงและเล่นเครื่องดนตรีส่วนใหญ่ในอัลบั้ม
  • ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ในด้านการผสมผสานดนตรีป๊อป R&B และการนำเสนอเรื่องเพศของผู้หญิงอย่างตรงไปตรงมา
  • มีการบันทึกเสียงในสตูดิโอชั้นนำทั้งในออสเตรเลีย อังกฤษ และฝรั่งเศส

Sex O'Clock เป็นอัลบั้มสตูดิโอชุดที่สองของ Anita Lane นักดนตรีชาวออสเตรเลีย ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2001 อัลบั้มนี้ถือเป็นผลงานชุดสุดท้ายของ Lane ก่อนที่เธอจะยุติบทบาทในการบันทึกเสียงและเสียชีวิตลงในอีก 20 ปีต่อมา

การผลิตและเบื้องหลัง

อัลบั้มนี้ผลิตโดย Mick Harvey สมาชิกวง Bad Seeds ซึ่งไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ แต่ยังร่วมเขียนเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มร่วมกับ Lane และรับหน้าที่เล่นเครื่องดนตรีเกือบทั้งหมดในผลงานชุดนี้

การบันทึกเสียงเกิดขึ้นในหลายสถานที่ทั่วโลก เพื่อให้ได้เสียงที่หลากหลาย ได้แก่:

  • AAV ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย (สำหรับการบันทึกเสียงลูป)
  • Abbey Road Studios ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ (สำหรับการบันทึกเสียงกลอง)
  • Atlantis Studios ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
  • The Instrument ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ (สำหรับการบันทึกเสียงร้อง)
  • Tricatel ในปารีส ประเทศฝรั่งเศส

การตอบรับจากนักวิจารณ์

Sex O'Clock ได้รับการตอบรับในเชิงบวกจากนักวิจารณ์ดนตรี โดยมีการวิเคราะห์ถึงสไตล์ดนตรีที่ผสมผสานระหว่างป๊อปที่มีกลิ่นอาย R&B และเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา

  • AllMusic ให้คะแนน 4.5 จาก 5 ดาว โดยระบุว่าอัลบั้มนี้เป็นการผสมผสานระหว่างเพลงป๊อปที่ทันสมัยและเนื้อหาที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาตามชื่ออัลบั้ม
  • Exclaim! บรรยายว่าแม้ภายนอกจะดูเหมือนอัลบั้มกระแสหลักที่ขี้เล่น แต่แท้จริงแล้วเป็นผลงานป๊อปที่หรูหราและเย้ายวน
  • Louder Than War ในโอกาสการนำอัลบั้มกลับมาวางจำหน่ายใหม่ครบรอบ 20 ปี ได้ให้คะแนน 8 จาก 10 โดยชื่นชมอิทธิพลของดนตรีฟังก์ (Funk) และแจ๊ส (Jazz) รวมถึงความเฉลียวฉลาดในการนำเสนอเรื่องเพศและความสัมพันธ์
  • musicOMH ตั้งข้อสังเกตว่าแม้ทุกเพลงจะมีธีมเกี่ยวกับเรื่องเพศ แต่บางเพลงมีความนุ่มนวลและเย้ายวน ในขณะที่บางเพลงกลับให้ความรู้สึกที่เย็นชาหรือขมขื่น
  • PopMatters เปรียบเทียบสไตล์การร้องของ Lane ว่ามีความคล้ายคลึงกับ Vanessa Daou โดยมีลักษณะเป็นการกึ่งพูดกึ่งร้อง (Spoken word) ที่ให้ความรู้สึกถึงความซับซ้อนของสังคมเมือง

นอกจากนี้ The Quietus ยังได้วิเคราะห์ในเชิงสังคมว่า การนำเสนอเรื่องเพศและความปรารถนาของผู้หญิงในอัลบั้มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ตัวตนของผู้หญิงในด้านนี้กลายเป็นเรื่องปกติ และช่วยส่งเสริมการสนทนาที่เปิดกว้างเกี่ยวกับธรรมชาติที่ซับซ้อนของเพศวิถีหญิง

บุคลากรที่เกี่ยวข้อง

ศิลปินหลัก

  • Anita Lane: ร้องนำ
  • Mick Harvey: เครื่องดนตรีและการผลิต

นักดนตรีสมทบ

มีการใช้เครื่องสายและเครื่องเป่าเพื่อเพิ่มมิติให้กับเสียงดนตรี เช่น Cyril Garac, Thierry Koehl และ Odile Ollagnon (ไวโอลิน) รวมถึง Christian Lechevretel (ทรัมเป็ตและฮอร์น) นอกจากนี้ สมาชิกวง Nick Cave & The Bad Seeds ยังได้ร่วมสร้างสรรค์การด้นสด (Improvisations) ในเพลง "The Next Man That I See" และ "Like Caesar Needs a Brutus"

ทีมงานเทคนิค

  • Bertrand Burgalat: เรียบเรียงเครื่องสายและบันทึกเสียงเครื่องสายและเสียงร้อง
  • Ross Cockle: มาสเตอริ่ง (Mastering) ที่ Sing Sing Studios
  • Flood: บันทึกเสียงกลองในเพลง "Home Is Where the Hatred Is" และ "I Hate Myself"
  • David McCluney: บันทึกเสียงและผสมเสียง (Mixing) ที่ Atlantis Studios

คำถามที่พบบ่อย

อัลบั้ม Sex O'Clock ของ Anita Lane วางจำหน่ายเมื่อใด?

วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2001

ใครเป็นโปรดิวเซอร์ของอัลบั้มนี้?

Mick Harvey สมาชิกวง Bad Seeds เป็นโปรดิวเซอร์ ผู้ร่วมเขียนเพลง และผู้เล่นเครื่องดนตรีหลักในอัลบั้มนี้

แนวเพลงของ Sex O'Clock คืออะไร?

นักวิจารณ์ระบุว่าเป็นดนตรีป๊อปที่มีกลิ่นอายของ R&B, ฟังก์ และแจ๊ส โดยมีสไตล์การร้องแบบกึ่งพูดกึ่งร้อง (Spoken word)

ทำไมอัลบั้มนี้ถึงมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ดนตรีของ Anita Lane?

เพราะเป็นอัลบั้มสตูดิโอชุดสุดท้ายของเธอ ก่อนที่เธอจะยุติการบันทึกเสียงและเสียชีวิตลงในอีก 20 ปีต่อมา