← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เชช พอล ไวต์ อดีตผู้อำนวยการตำรวจแห่งรัฐจัมมูและแคชเมียร์

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการตำรวจ (DGP) แห่งรัฐจัมมูและแคชเมียร์ ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2561
  • ได้รับเหรียญตำรวจผู้กล้าหาญ (President's Police Medal for Gallantry) จากการนำปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันและปราบปรามกลุ่มติดอาวุธ Al-Badr
  • สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์ก่อนจะเข้าสู่บริการตำรวจอินเดีย (IPS) ในปี พ.ศ. 2529
  • มีบทบาทสำคัญในการจัดการเหตุการณ์จี้เครื่องบิน IC-814 ในปี พ.ศ. 2542

เชช พอล ไวต์ (Shesh Paul Vaid) หรือที่รู้จักในชื่อ เอส. พี. ไวต์ (S. P. Vaid) เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของอินเดีย และอดีตผู้อำนวยการตำรวจ (Director General of Police - DGP) แห่งรัฐจัมมูและแคชเมียร์ โดยดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 จนถึงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561

เหรียญตราเกียรติยศของ S. P. Vaid
เหรียญตราและรางวัลเกียรติยศที่ S. P. Vaid ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่

ประวัติส่วนตัวและการศึกษา

ไวต์เกิดและเติบโตในเมืองมะหันปุระ (Mahanpur) เขตคธูอา (Kathua) ในเขตจัมมูของรัฐจัมมูและแคชเมียร์ เมื่อปี พ.ศ. 2502 ในครอบครัวชาวโดกรา (Dogra) เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาด้านสัตวแพทยศาสตร์ (B.V.Sc) จากวิทยาลัยสัตวแพทย์มัทราส (Madras Veterinary College) ในเมืองเจนไน รัฐทมิฬนาดู และต่อมาได้เข้ารับการฝึกอบรมที่สถาบันตำรวจแห่งชาติ Sardar Vallabhbhai Patel (Sardar Vallabhbhai Patel National Police Academy) ในเมืองไฮเดอราบัด รัฐอานธรประเทศ

ไวต์สอบผ่านการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนและได้รับแต่งตั้งให้เข้าสู่บริการตำรวจอินเดีย (Indian Police Service - IPS) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2529 โดยสังกัดหน่วยงานในรัฐจัมมูและแคชเมียร์

ในด้านชีวิตครอบครัว ไวต์สมรสกับ ภารตี ไวต์ (Bharti Vaid) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในบริการข้อมูลข่าวสารของอินเดีย (Indian Information Service) และมีบุตรสาวหนึ่งคนชื่อ ศิวางกี (Shivangi)

เส้นทางการรับราชการ

ในช่วงปี พ.ศ. 2531 ถึง 2533 ไวต์ดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการตำรวจในเขตบัดกัม (Badgam) และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับการในเขตเดียวกันในปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องเผชิญกับการโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เขายังได้รับรางวัลชนะเลิศในหลักสูตรผู้บัญชาการระดับนานาชาติ (International Commanders' programme) ณ วิทยาลัยเจ้าหน้าที่ตำรวจในสหราชอาณาจักร

S. P. Vaid ในการปฏิบัติหน้าที่
ภาพการปฏิบัติหน้าที่ของ S. P. Vaid ในตำแหน่งบริหารระดับสูง

ตลอดอาชีพการทำงาน ไวต์ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ได้แก่:

  • รองผู้บัญชาการตำรวจ (DIG) แห่งจัมมู
  • ผู้บัญชาการตำรวจ (IGP) ฝ่ายอาชญากรรม, ฝ่ายกองอาสารักษาดินแดนและป้องกันพลเรือน, และฝ่ายการปรับปรุงระบบตำรวจให้ทันสมัย ณ สำนักงานใหญ่ตำรวจ
  • ผู้บัญชาการตำรวจ (IGP) แห่งจัมมู และผู้บัญชาการตำรวจฝ่ายอาชญากรรมและรถไฟ (พ.ศ. 2551)
  • ผู้บัญชาการตำรวจ (IGP) ฝ่ายจราจรแห่งรัฐจัมมูและแคชเมียร์

ในปี พ.ศ. 2552 เขาได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักวิจัยและพัฒนาตำรวจ (Bureau of Police Research and Development - BPR&D) ในกรุงนิวเดลี โดยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตำรวจพิเศษ, ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรม และผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการของสมาคมบริการตำรวจกลางอินเดีย (Central Indian Police Service Association - CIPSA) ควบคู่ไปกับตำแหน่งใน BPR&D และในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการตำรวจ (Additional Director General of Police - ADGP) ก่อนจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในรัฐจัมมูและแคชเมียร์ในตำแหน่ง ADGP ประจำสำนักงานใหญ่ (PHQ) ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559 ไวต์ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ (DG) และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการตำรวจฝ่ายเรือนจำ ต่อมาในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการตำรวจพิเศษ (Special DG) ฝ่ายประสานงานและกฎหมายและความสงบเรียบร้อย จนกระทั่งวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการตำรวจ (DGP) แห่งรัฐจัมมูและแคชเมียร์ โดยรับมอบตำแหน่งต่อจาก เค. ราเชนทรา กุมาร (K. Rajendra Kumar)

ผลงานสำคัญด้านความมั่นคงในแคชเมียร์

ไวต์มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ความมั่นคงหลายครั้งในรัฐจัมมูและแคชเมียร์ ดังนี้:

  • การแลกเปลี่ยนตัวประกัน (พ.ศ. 2542): ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2542 ไวต์ทำหน้าที่กำกับดูแลการปล่อยตัว อัซฮาร์ มาซูด (Azhar Masood) ผู้นำกลุ่มติดอาวุธชาวปากีสถานและผู้ก่อตั้งกลุ่ม Jaish-e-Mohammed จากเรือนจำ Kot Bhalwal เพื่อแลกกับผู้โดยสารที่ถูกจี้เครื่องบินสายการบิน Indian Airlines เที่ยวบินที่ 814 (IC-814)
  • ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย (พ.ศ. 2545): เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2545 ในขณะดำรงตำแหน่ง DIG ของเขตศรีนคร ไวต์ได้วางแผนและนำปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังรักษาชายแดน (BSF) และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (SOG) ของตำรวจจัมมูและแคชเมียร์ เพื่อจับกุมกลุ่มติดอาวุธ Al-Badr ซึ่งนำไปสู่การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ BSF ที่ถูกจับเป็นตัวประกันได้สำเร็จ ความกล้าหาญในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับเหรียญตำรวจผู้กล้าหาญ (President's Police Medal for Gallantry) จากประธานาธิบดีอินเดีย
  • โครงการช่วยเหลือครอบครัวตำรวจ (พ.ศ. 2549): ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 ไวต์ได้ริเริ่มโครงการร่วมกับบริษัท Bharat Petroleum เพื่อจ้างงานสมาชิกในครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจจัมมูและแคชเมียร์ประมาณ 1,000 นายที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน
  • การควบคุมสถานการณ์เรือนจำ (พ.ศ. 2549): ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ในขณะดำรงตำแหน่ง IGP แห่งจัมมู ไวต์ได้กำกับดูแลปฏิบัติการเพื่อยึดคืนการควบคุมเรือนจำ Kot Bhalwal หลังจากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่และนักโทษกว่า 300 คนเป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

S. P. Vaid คือใคร?

เชช พอล ไวต์ (S. P. Vaid) เป็นอดีตผู้อำนวยการตำรวจ (DGP) แห่งรัฐจัมมูและแคชเมียร์ ประเทศอินเดีย และเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริการตำรวจอินเดีย (IPS)

S. P. Vaid ได้รับรางวัลอะไรบ้าง?

เขาได้รับรางวัลสำคัญหลายรายการ เช่น เหรียญตำรวจผู้กล้าหาญ (President's Police Medal for Gallantry), เหรียญตำรวจเพื่อการบริการที่โดดเด่น (PMMS), และเหรียญตราความมั่นคงภายใน (Internal Security Medal)

บทบาทของ S. P. Vaid ในเหตุการณ์จี้เครื่องบิน IC-814 คืออะไร?

เขาเป็นผู้กำกับดูแลการปล่อยตัวผู้นำกลุ่มติดอาวุธ อัซฮาร์ มาซูด จากเรือนจำ Kot Bhalwal เพื่อแลกกับตัวประกันที่เป็นผู้โดยสารบนเครื่องบินที่ถูกจี้

S. P. Vaid จบการศึกษาด้านใดก่อนเป็นตำรวจ?

เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาด้านสัตวแพทยศาสตร์ (B.V.Sc) จากวิทยาลัยสัตวแพทย์มัทราสในเมืองเจนไน

S. P. Vaid ดำรงตำแหน่งสูงสุดในสายงานตำรวจคือตำแหน่งใด?

เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการตำรวจ (DGP) แห่งรัฐจัมมูและแคชเมียร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของตำรวจในระดับรัฐของอินเดีย