Singularity เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งกับการควบคุมกาลเวลา
สรุปใจความสำคัญ
- พัฒนาโดย Raven Software และใช้ Unreal Engine 3
- มีระบบเด่นคือ Time Manipulation Device (TMD) ที่ใช้ควบคุมเวลาของวัตถุที่สัมผัสสาร E-99
- เนื้อเรื่องตั้งอยู่บนเกาะสมมติ Katorga-12 ในบริบทของสงครามเย็นและสหภาพโซเวียต
- มีฉากจบ 3 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่นในช่วงท้ายเกม
Singularity เป็นวิดีโอเกมแนวยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-Person Shooter - FPS) ที่ผสมผสานองค์ประกอบของความสยองขวัญและไซไฟ พัฒนาโดย Raven Software และจัดจำหน่ายโดย Activision โดยตัวเกมวางจำหน่ายในปี 2010 สำหรับแพลตฟอร์ม Windows, PlayStation 3 และ Xbox 360 โดยใช้เอนจิน Unreal Engine 3 ในการพัฒนา
ระบบการเล่นและกลไกการควบคุมเวลา
จุดเด่นสำคัญของ Singularity คือการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Time Manipulation Device (TMD) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยแกนพลังงาน E-99 เครื่องมือนี้ช่วยให้ผู้เล่นสามารถบิดเบือนกาลเวลาได้ โดยมีคุณสมบัติหลักดังนี้:
- การย้อนเวลาและเร่งเวลา: ผู้เล่นสามารถทำให้วัตถุกลับคืนสู่สภาพเดิมในอดีต หรือเร่งให้เสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา ซึ่งมักใช้ในการแก้ปริศนา เช่น การทำให้กล่องที่ผุพังกลับมาใช้งานได้เพื่อเปิดประตู
- การควบคุมวัตถุ: TMD สามารถดึงดูดวัตถุและยึดไว้ในอากาศได้
- การต่อสู้: ใช้สร้างคลื่นพลังงานเพื่อทำให้ศัตรูชะงักหรือกำจัดศัตรู
อย่างไรก็ตาม ความสามารถของ TMD จะส่งผลเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุที่เคยสัมผัสกับสาร E-99 เท่านั้น นอกจากนี้ในบางช่วงของเกม ผู้เล่นสามารถใช้สถานีพลังงานพิเศษเพื่อขยายขีดความสามารถของ TMD ให้ส่งผลต่อวัตถุขนาดใหญ่ เช่น สะพานที่พังทลายหรือซากเรือ ซึ่งส่วนใหญ่จะปรากฏในฉากคัตซีน
โหมดการเล่นหลายคน (Multiplayer)
ตัวเกมนำเสนอโหมดการเล่นแบบทีมที่แบ่งฝ่ายระหว่าง ทหาร (Soldiers) และ สัตว์ประหลาด (Creatures) โดยมี 2 โหมดหลักคือ:
- Creatures vs. Soldiers: การต่อสู้แบบ Team Deathmatch ทั่วไป
- Extermination: โหมดชิงพื้นที่ โดยฝ่ายทหารต้องพยายามควบคุมสัญญาณ Beacon ในขณะที่ฝ่ายสัตว์ประหลาดต้องป้องกันพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเวลาหมดหรือฝ่ายทหารยึดพื้นที่ได้ครบ ทั้งสองฝ่ายจะสลับบทบาทกัน
เนื้อเรื่องและโครงเรื่อง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเกาะ Katorga-12 ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของสหภาพโซเวียต ส่งผลกระทบต่อดาวเทียมจารกรรมของสหรัฐฯ ทำให้กัปตัน Nathaniel Renko และหน่วย Recon Marines ต้องเดินทางไปตรวจสอบ แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้เฮลิคอปเตอร์ตกและ Renko ติดอยู่บนเกาะ
Renko พบว่าตนเองสามารถสลับไปมาระหว่างยุคปัจจุบันและปี 1955 ซึ่งเป็นปีที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนเกาะ เขาได้ช่วยชีวิตนักวิทยาศาสตร์ชื่อ Nikolai Demichev ไว้ในอดีต แต่ในปัจจุบันเขากลับพบว่า Demichev ได้กลายเป็นผู้ปกครองโลกที่เผด็จการ
ด้วยความช่วยเหลือจากกลุ่มต่อต้าน Mir-12 และการใช้ TMD ที่พัฒนาโดย Victor Barisov Renko พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์โดยการย้อนกลับไปวางระเบิด E-99 เพื่อทำลายเกาะ Katorga-12 และหยุดยั้งการวิจัยของ Demichev
บทสรุปและการตัดสินใจ
ในช่วงท้ายเกม ผู้เล่นจะต้องตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ส่งผลต่อฉากจบ 3 รูปแบบ:
- สังหาร Demichev: Renko ย้อนเวลากลับไปฆ่าตัวเองในอดีตเพื่อไม่ให้ช่วย Demichev ส่งผลให้โลกเปลี่ยนไป แต่ Barisov กลับกลายเป็นผู้ครองโลกแทน
- สังหาร Barisov: Renko ร่วมมือกับ Demichev ปกครองโลก แต่ต่อมาเกิดความขัดแย้งและกลายเป็นสงครามเย็นระหว่างทั้งสอง
- สังหารทั้งคู่: โลกตกอยู่ในความโกลาหล และ Renko ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำโลกคนใหม่โดยใช้พลังของ TMD
ฉากหลังเครดิตเผยให้เห็นว่า Kathryn สมาชิกกลุ่ม Mir-12 ถูกดึงย้อนกลับไปในปี 1955 และเป็นผู้เขียนบันทึกที่ Renko ใช้เป็นแนวทางในเกม
การพัฒนาเกม
แนวคิดของ Singularity ได้รับแรงบันดาลใจจากความทรงจำของ Brian และ Steve Raffel เกี่ยวกับยุคสงครามเย็นและการสำรวจอาคารร้าง รวมถึงฐานทัพทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา

คำถามที่พบบ่อย
TMD ในเกม Singularity ทำอะไรได้บ้าง?
TMD (Time Manipulation Device) สามารถย้อนเวลาให้วัตถุกลับมาอยู่ในสภาพดี หรือเร่งเวลาให้วัตถุเสื่อมสภาพ รวมถึงสามารถดึงดูดวัตถุและสร้างคลื่นพลังงานโจมตีศัตรูได้ โดยจะส่งผลเฉพาะกับสิ่งที่สัมผัสสาร E-99
เกม Singularity มีฉากจบกี่แบบ?
มีฉากจบ 3 แบบหลัก โดยขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นเลือกสังหาร Demichev, Barisov หรือสังหารทั้งคู่ในช่วงท้ายของเรื่อง
Singularity เป็นเกมแนวไหน?
เป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS) ที่ผสมผสานองค์ประกอบของไซไฟ (Science Fiction) และความสยองขวัญ (Horror)

