← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เซอร์ วอลเตอร์ สกอตต์ บิดาแห่งนวนิยายอิงประวัติศาสตร์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานให้กับแนวนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ (Historical Novel)
  • มีชื่อเสียงจากชุดนวนิยาย Waverley และบทกวี The Lady of the Lake
  • ดำรงตำแหน่งประธานราชสมาคมเอดินบะระ (Royal Society of Edinburgh) นานกว่า 10 ปี
  • ประสบโรคโปลิโอในวัยเด็กซึ่งส่งผลต่อการเดิน แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จทางวรรณกรรม

เซอร์ วอลเตอร์ สกอตต์ (Sir Walter Scott, 15 สิงหาคม 1771 – 21 กันยายน 1832) เป็นนักเขียนนวนิยาย กวี และนักประวัติศาสตร์ชาวสกอตแลนด์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานและสร้างมาตรฐานให้กับแนวนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ (Historical Novel) ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของวรรณกรรมในยุคโรแมนติกของยุโรป ผลงานของเขามีอิทธิพลอย่างกว้างขวางทั้งในยุโรปและอเมริกา โดยเฉพาะชุดนวนิยาย Waverley ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 19

ภาพวาดพอร์ตเทรตของเซอร์ วอลเตอร์ สกอตต์ โดยเซอร์ โทมัส ลอว์เรนซ์ ปี 1826
ภาพวาดเซอร์ วอลเตอร์ สกอตต์ โดยเซอร์ โทมัส ลอว์เรนซ์ ในปี 1826

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

วอลเตอร์ สกอตต์ เกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1771 ในเมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ เป็นบุตรคนที่เก้าของ วอลเตอร์ สกอตต์ ผู้เป็นสมาชิกของตระกูลแคลนสกอตต์ (Clan Scott) และเป็นนักกฎหมาย (Writer to the Signet)

ในช่วงวัยเด็ก สกอตต์ประสบกับโรคโปลิโอในปี 1773 ซึ่งส่งผลให้เขามีอาการขาพิการและเดินกะเผลก อาการนี้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและการเขียนของเขาในเวลาต่อมา เพื่อฟื้นฟูร่างกาย เขาถูกส่งไปอาศัยอยู่ที่ฟาร์มของปู่และย่าในแถบชายแดนสกอตแลนด์ (Scottish Borders) ที่นั่นเขาได้รับการสอนให้อ่านหนังสือจากป้าเจนนี่ สกอตต์ และได้ซึมซับเรื่องเล่า ตำนาน และรูปแบบการพูดของคนท้องถิ่น ซึ่งกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในงานเขียนของเขาในอนาคต

ทัศนียภาพของพื้นที่ชายแดนสกอตแลนด์
พื้นที่ชายแดนสกอตแลนด์ แหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจในงานเขียนของสกอตต์

เส้นทางการศึกษาและกฎหมาย

สกอตต์เริ่มเข้าศึกษาด้านคลาสสิกที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระ (University of Edinburgh) ตั้งแต่อายุ 12 ปี และเริ่มฝึกงานด้านกฎหมายในสำนักงานของบิดาตั้งแต่อายุ 14 ปี เขาศึกษาต่อด้านกฎหมายและปรัชญาศีลธรรมภายใต้การชี้แนะของ ดูกัลด์ สจวร์ต (Dugald Stewart) ซึ่งช่วยหล่อหลอมวิธีคิดเชิงวิเคราะห์และการนำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในงานเขียนของเขา

อาคารเก่าในเมืองเอดินบะระ
บรรยากาศเมืองเอดินบะระ สถานที่ที่สกอตต์ใช้ชีวิตและทำงานส่วนใหญ่

บทบาททางสังคมและวิชาชีพ

นอกเหนือจากการเป็นนักเขียน สกอตต์ยังประกอบอาชีพเป็นทนายความและผู้บริหารด้านกฎหมาย โดยดำรงตำแหน่ง Clerk of Session และ Sheriff-Depute of Selkirkshire เขาเป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มการเมืองทอรี (Tory) ของเอดินบะระ และมีบทบาทนำในสมาคมทางวิชาการหลายแห่ง เช่น:

  • ประธานราชสมาคมเอดินบะระ (Royal Society of Edinburgh) ระหว่างปี 1820–1832
  • รองประธานสมาคมโบราณคดีแห่งสกอตแลนด์ (Society of Antiquaries of Scotland) ระหว่างปี 1827–1829

ในปี 1820 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นบารอนเน็ตแห่งแอบบอตส์ฟอร์ด (Baronet of Abbotsford) ในเคาน์ตีร็อกซ์เบิร์ก

ภาพวาดหรือภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของสกอตต์
ภาพประกอบที่สะท้อนถึงสถานะทางสังคมและวิชาชีพของเซอร์ วอลเตอร์ สกอตต์

ผลงานวรรณกรรมที่สำคัญ

สกอตต์เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ โดยการผสมผสานข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เข้ากับเรื่องแต่งอย่างแนบเนียน ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่:

  • Waverley Novels: ชุดนวนิยายที่ตีพิมพ์ระหว่างปี 1814–1831 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วยุโรปและกลายเป็นมาตรฐานของนวนิยายแนวนี้
  • Marmion (1808) และ The Lady of the Lake (1810): บทกวีเชิงบรรยายที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาอย่างมากในระดับสากล

งานของเขามีอิทธิพลต่อการสร้างภาพลักษณ์ของสกอตแลนด์ในสายตาชาวโลก และส่งเสริมกระแสโรแมนติกนิยม (Romanticism) ที่เน้นความสำคัญของอดีต วัฒนธรรมท้องถิ่น และธรรมชาติ

ภาพประกอบเกี่ยวกับผลงานเขียนของวอลเตอร์ สกอตต์
มรดกทางวรรณกรรมของเซอร์ วอลเตอร์ สกอตต์

คำถามที่พบบ่อย

เซอร์ วอลเตอร์ สกอตต์ มีชื่อเสียงจากผลงานอะไร?

เขามีชื่อเสียงอย่างมากจากชุดนวนิยาย Waverley (1814–1831) และบทกวีเชิงบรรยาย เช่น Marmion และ The Lady of the Lake

วอลเตอร์ สกอตต์ ส่งผลต่อวรรณกรรมอย่างไร?

เขาเป็นผู้สร้างมาตรฐานให้กับนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ โดยการนำประวัติศาสตร์จริงมาผสมกับเรื่องแต่ง ซึ่งมีอิทธิพลต่อทั้งวรรณกรรมยุโรปและอเมริกาในยุคโรแมนติก

อาชีพหลักของเขาคือนักเขียนหรือไม่?

ไม่ใช่ อาชีพหลักของเขาคือทนายความและผู้บริหารด้านกฎหมาย (Advocate และ Sheriff-Depute) โดยเขาเขียนหนังสือควบคู่ไปกับงานประจำ

เหตุการณ์ในวัยเด็กส่งผลต่อผลงานของเขาอย่างไร?

การที่เขาต้องไปอาศัยอยู่ที่ชายแดนสกอตแลนด์เพื่อรักษาอาการขาพิการ ทำให้เขาได้ซึมซับตำนานและเรื่องเล่าท้องถิ่น ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจหลักในงานเขียนของเขา

เขาได้รับตำแหน่งบารอนเน็ตเมื่อใด?

เขาได้รับแต่งตั้งเป็นบารอนเน็ตแห่งแอบบอตส์ฟอร์ดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 1820