การทบทวนนโยบายป้องกันประเทศของแอฟริกาใต้ ปี 2012
สรุปใจความสำคัญ
- การทบทวนปี 2012 มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของนโยบายปี 1998 ที่ไม่รองรับการปฏิบัติการนอกประเทศ
- นโยบายปี 1998 ทำให้เกิดโครงสร้างกองทัพแบบ 'ไซโล' ซึ่งลดประสิทธิภาพในการรบของกองทัพบกแอฟริกาใต้
- ร่างนโยบายปี 2012 เน้นการเพิ่มขีดความสามารถด้าน UAV, การเฝ้าตรวจน่านฟ้า และการป้องกันโจรสลัดในช่องแคบโมซัมบิก
- Roelf Meyer อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานคณะกรรมการทบทวนนโยบายครั้งนี้
การทบทวนนโยบายป้องกันประเทศของแอฟริกาใต้ ปี 2012 (South African Defence Review 2012) คือกระบวนการทบทวนนโยบายทางทหารที่ดำเนินการโดยคณะผู้เชี่ยวชาญ โดยมีนาย Roelf Meyer อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน การทบทวนครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากนาง Lindiwe Sisulu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและทหารผ่านศึกในขณะนั้น เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2011 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการทบทวนนโยบายครั้งก่อนหน้า
ปัญหาจากการทบทวนนโยบายปี 1998
นโยบายป้องกันประเทศปี 1998 ซึ่งจัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการ Deloitte and Touche ได้กลายเป็นรากฐานของนโยบายป้องกันประเทศในขณะนั้น แต่ต่อมาพบว่าก่อให้เกิดปัญหาสำคัญหลายประการ ดังนี้:
- ปัญหาด้านบุคลากร: บุคลากรชั้นผู้น้อยที่มีอายุมากหรือมีปัญหาสุขภาพไม่สามารถปลดประจำการได้ เนื่องจากสัญญาการจ้างงานยึดตามหลักการจ้างงานของข้าราชการพลเรือน
- ขาดขีดความสามารถในการส่งกำลังบำรุงนอกประเทศ: นโยบายปี 1998 ตั้งสมมติฐานว่ากองทัพแอฟริกาใต้ (SANDF) จะไม่มีการส่งกำลังไปปฏิบัติการนอกประเทศ แต่ในความเป็นจริง SANDF ต้องปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN) และสหภาพแอฟริกา (AU) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการเช่าเครื่องบินขนส่งหนักจากภาคเอกชนต่างประเทศ
- โครงสร้างองค์กรที่ไม่เหมาะสม: มีการยกเลิกโครงสร้างกองพลและกองพลน้อยของกองทัพบก และแทนที่ด้วย "หน่วยจัดตั้ง" (Formations) ที่แยกตามบทบาท เช่น ทหารราบ, ทหารม้า, ข่าวกรอง, ปืนใหญ่ และทหารช่าง ซึ่งสร้างระบบการทำงานแบบ "ไซโล" (Silo) ที่ขัดขวางการประสานงานและการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรบลดลง
- โครงสร้างการบังคับบัญชาที่เทอะทะ: มีสัดส่วนของนายพลต่อจำนวนทหารชั้นผู้น้อยสูงเกินไป (Top-heavy command structure)
โครงสร้างการดำเนินงาน
คณะกรรมการทบทวนนโยบายประกอบด้วยสองส่วนหลัก คือ คณะกรรมการทบทวน (Review Committee) และกลุ่มทรัพยากร (Resource Group) โดยมีรายชื่อสมาชิกที่สำคัญดังนี้:
คณะกรรมการทบทวน
- Roelf Meyer: ประธาน (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และประธาน Armscor)
- Thandi Modise: รองประธาน (อดีตประธานคณะกรรมการพิจารณากลาโหมของรัฐสภา)
- Charles Nqakula: อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- Tony Yengeni: อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ซึ่งการเข้าร่วมของเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากเคยถูกตัดสินจำคุกในคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้ออาวุธในทศวรรษ 1990)
กลุ่มทรัพยากร
ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและนายทหารระดับสูง เช่น พลเรือตรี Phillip Schöultz อดีตผู้อำนวยการปฏิบัติการร่วมของ SANDF และนักวิเคราะห์ด้านการป้องกันประเทศจาก Armscor
ข้อเสนอเพื่อการเพิ่มขีดความสามารถในระยะเร่งด่วน
ในร่างเอกสารฉบับแรกที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2012 ได้มีการระบุถึงความจำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในด้านต่างๆ ดังนี้:
หน่วยรบพิเศษ (Special Forces)
มีความจำเป็นต้องจัดหาอาวุธและระบบสนับสนุนเพิ่มเติม รวมถึงเครื่องบินเฉพาะกิจสำหรับการแทรกซึมและถอนตัว และการจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อรองรับภารกิจพิเศษ
การรักษาความปลอดภัยชายแดน (Border Security)
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันชายแดน มีการเสนอให้จัดหา:
- ยานพาหนะลาดตระเวนที่มีเกราะป้องกันและมีความคล่องตัวสูง
- อุปกรณ์เฝ้าตรวจ รวมถึงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขนาดเล็ก และระบบตรวจจับด้วยเสียงและเรดาร์
- ระบบสื่อสารหลักที่บูรณาการร่วมกับระบบสื่อสารทางอากาศ ทางบก และตำรวจ
- อาวุธที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต (Non-lethal weapons)
การเฝ้าตรวจและป้องกันน่านฟ้า (Air Space Surveillance and Protection)
ระบุความต้องการระบบเรดาร์ทั้งแบบติดตั้งคงที่ แบบเคลื่อนที่ และแบบติดตั้งบนเครื่องบิน เพื่อติดตามอากาศยานที่บินต่ำ รวมถึงเครื่องบินสกัดกั้นที่สามารถรับมือกับเป้าหมายที่บินช้าและต่ำได้
ความมั่นคงทางทะเล (Maritime Security)
มีการระบุถึงความเสี่ยงจากการขยายตัวของโจรสโสมะเลียเข้าสู่ช่องแคบโมซัมบิก ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งด่วนที่ต้องมีการเพิ่มขีดความสามารถในการลาดตระเวนและป้องกันทางทะเล
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องมีการทบทวนนโยบายป้องกันประเทศในปี 2012?
เนื่องจากนโยบายปี 1998 มีข้อบกพร่องหลายประการ เช่น ไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการส่งกำลังทหารไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพในต่างประเทศ และมีโครงสร้างองค์กรที่ไม่เหมาะสมกับการรบจริง
ปัญหาหลักของโครงสร้างกองทัพบกแอฟริกาใต้ตามนโยบายปี 1998 คืออะไร?
คือการยกเลิกโครงสร้างกองพลและกองพลน้อย แล้วเปลี่ยนเป็นหน่วยจัดตั้งแยกตามบทบาท (เช่น ทหารราบ, ทหารม้า) ซึ่งทำให้เกิดการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) และขาดการบูรณาการในการปฏิบัติการ
การทบทวนปี 2012 เสนอให้ปรับปรุงด้านความมั่นคงชายแดนอย่างไร?
เสนอให้ใช้ยานพาหนะลาดตระเวนหุ้มเกราะ, การใช้โดรน (UAV) ขนาดเล็ก, ระบบเรดาร์ตรวจจับ และการบูรณาการระบบสื่อสารระหว่างทหารและตำรวจ
