← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ฤดูกาลไซโคลนในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ระหว่างปี 1900–1940

สรุปใจความสำคัญ

  • ชาวโพลีนีเซียโบราณมีความรู้เรื่องทิศทางลมและพายุไซโคลนผ่านการสังเกตธรรมชาติและตำนาน
  • สตีเฟน ซาร์เจนท์ วิชเชอร์ เป็นนักวิจัยคนสำคัญที่รวบรวมข้อมูลพายุหมุนเขตร้อนในแปซิฟิกใต้ถึง 259 ลูก
  • เหตุการณ์พายุในปี 1903 ที่หมู่เกาะ Tuamotu ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 517 ราย ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในยุคนั้น

การบันทึกข้อมูลพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป จากความเชื่อและตำนานของชาวพื้นเมืองสู่การรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยนักสำรวจและนักวิจัย

ภูมิหลังและการศึกษาในยุคแรก

ก่อนการเข้ามาของชาวยุโรป ชาวโพลีนีเซียและผู้อยู่อาศัยในแปซิฟิกเขตร้อนมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับพายุเฮอริเคนในแปซิฟิกใต้ พวกเขาเป็นผู้สังเกตธรรมชาติที่แม่นยำและสร้างตำนานที่สะท้อนถึงความรู้เรื่องระบบพายุ ตัวอย่างเช่น ชาวเกาะ Mangaia ในหมู่เกาะคุก มีชื่อเรียกทิศทางลมมากกว่า 30 ชื่อ รวมถึง Maoaketa ซึ่งบ่งบอกถึงการมีอยู่ของพายุไซโคลนทางทิศตะวันตกของเกาะ

ในช่วงปี ค.ศ. 1700 กัปตันเจมส์ คุก ได้เดินทางสำรวจมหาสมุทรแปซิฟิกถึงสามครั้ง แต่เชื่อกันว่าเขาไม่ได้บันทึกข้อมูลหรือประสบกับพายุหมุนเขตร้อนใดๆ อย่างไรก็ตาม ชาวยุโรปที่ตามมาภายหลังเริ่มตระหนักว่าแปซิฟิกใต้ไม่ได้ปราศจากพายุ และเริ่มมีการตีพิมพ์บันทึกเกี่ยวกับระบบพายุเหล่านี้

การรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

ในปี ค.ศ. 1853 โทมัส ด็อบสัน (Thomas Dobson) เป็นคนแรกที่พยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพายุเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจลักษณะของไซโคลน 24 ลูก แต่คำอธิบายของเขายังมีความคลุมเครือเนื่องจากขาดข้อมูลและแผนที่อากาศเชิงซิงโครนิก (Synoptic weather charts)

ต่อมาในปี ค.ศ. 1893 อี. นิปปิ้ง (E. Knipping) ได้รวบรวมรายงานและสมุดบันทึกการเดินเรือเพื่อขยายรายชื่อพายุของด็อบสันออกเป็น 120 ลูก และในช่วงทศวรรษ 1920 สตีเฟน ซาร์เจนท์ วิชเชอร์ (Stephen Sargent Visher) ได้ทำการวิจัยอย่างกว้างขวาง โดยเดินทางไปยังฟิจิ ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ เพื่อรวบรวมข้อมูลพายุหมุนเขตร้อนในแปซิฟิก

วิชเชอร์ได้เขียนบทความที่ระบุถึงพายุหมุนเขตร้อน 259 ลูกในแปซิฟิกใต้ (ระหว่าง 160°E และ 140°W) โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1830 ถึง 1923 อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้นข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะทำให้สามารถวาดเส้นทางเดินพายุได้อย่างแม่นยำ

บันทึกเหตุการณ์พายุที่สำคัญ (ค.ศ. 1900–1909)

ในช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 20 มีการบันทึกเหตุการณ์พายุที่ส่งผลกระทบต่อหมู่เกาะต่างๆ ดังนี้:

  • ปี 1900: พายุส่งผลกระทบต่อหมู่เกาะ Lau ของฟิจิ และสร้างความเสียหายใน Labasa รวมถึงเกิดคลื่นยักษ์สูง 3 เมตรที่เกาะ Ono
  • ปี 1901: พายุส่งผลกระทบต่อวานูอาตู สร้างความเสียหายประมาณ 150,000 ฟรังก์ และทำลายโบสถ์อนุสรณ์ Martyr's memorial church
  • ปี 1903: เกิดพายุรุนแรงในหมู่เกาะ Tuamotu ของเฟรนช์โปลินีเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 517 ราย และเรือชูเนอร์สูญหาย 2 ลำ
  • ปี 1905: พายุส่งผลกระทบต่อเฟรนช์โปลินีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และสร้างความเสียหายรุนแรง
  • ปี 1906: เกิดพายุครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเฟรนช์โปลินีเซีย รวมถึงหมู่เกาะคุกทั้งเหนือและใต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 150 ราย
  • ปี 1908: พายุส่งผลกระทบต่อ Viti Levu ของฟิจิ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

คำถามที่พบบ่อย

ใครเป็นคนแรกที่รวบรวมข้อมูลพายุไซโคลนในแปซิฟิกใต้?

โทมัส ด็อบสัน (Thomas Dobson) เป็นคนแรกที่รวบรวมข้อมูลพายุ 24 ลูกในปี ค.ศ. 1853 เพื่อพยายามอธิบายลักษณะของพายุ

ชาวพื้นเมืองในแปซิฟิกใต้รับมือกับพายุอย่างไรในสมัยก่อน?

ชาวพื้นเมือง เช่น ชาวเกาะ Mangaia ในหมู่เกาะคุก ใช้การสังเกตธรรมชาติและตั้งชื่อทิศทางลมเพื่อระบุตำแหน่งและทิศทางของพายุไซโคลน

ทำไมข้อมูลพายุในช่วงปี 1900-1940 จึงไม่แม่นยำเท่าปัจจุบัน?

เนื่องจากในสมัยนั้นขาดข้อมูลเชิงซิงโครนิก (Synoptic weather charts) และบันทึกการเดินเรือที่จำกัด ทำให้ไม่สามารถวาดเส้นทางเดินพายุได้อย่างแม่นยำ