โรงบำบัดน้ำเสีย South Treatment Plant ใน Renton, Washington
สรุปใจความสำคัญ
- บำบัดน้ำเสียให้แก่ประชากรประมาณ 650,000 คน ใน 6 เมืองของรัฐ Washington
- สามารถบำบัดน้ำเสียขั้นทุติยภูมิได้สูงสุด 240 ล้านแกลลอนสหรัฐต่อวัน
- ผลิตก๊าซชีวภาพคุณภาพสูงที่สามารถขายเป็นก๊าซธรรมชาติให้กับบริษัทพลังงานได้
- ใช้ระบบเซลล์เชื้อเพลิงคาร์บอเนตหลอมเหลวขนาด 1 MW ซึ่งเคยเป็นเซลล์เชื้อเพลิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก
South Treatment Plant เป็นโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมือง Renton รัฐ Washington ซึ่งดำเนินการโดย King County เพื่อจัดการกับน้ำเสียจากหลายเมืองในพื้นที่ โดยมีบทบาทสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของชุมชน
ประวัติความเป็นมา
ในอดีต น้ำเสียที่ยังไม่ผ่านการบำบัดจะถูกปล่อยลงสู่ Puget Sound และ Lake Washington โดยตรง ซึ่งส่งผลให้เกิดมลพิษทางน้ำอย่างรุนแรงและต้องปิดชายหาดบ่อยครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ในปี 1958 ได้มีการจัดตั้ง Municipality of Metropolitan Seattle (Metro) ขึ้น และมีการวางแผนสร้างโรงบำบัดน้ำเสียสองแห่ง คือ South Treatment Plant และ West Point Treatment Plant
โรงบำบัดน้ำเสียแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในปี 1961 บนพื้นที่ที่เคยเป็นสนามกอล์ฟ และเปิดดำเนินการในปี 1966 โดยในปี 2013 ได้รับการปรับปรุงระบบด้วยงบประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสีย

การดำเนินงานและกระบวนการบำบัด
South Treatment Plant เป็นหนึ่งในสามโรงบำบัดน้ำเสียหลักในพื้นที่ ซึ่งสามารถบำบัดน้ำเสียขั้นต้น (Primary Treatment) ได้สูงสุด 325 ล้านแกลลอนสหรัฐต่อวัน และบำบัดขั้นทุติยภูมิ (Secondary Treatment) ได้สูงสุด 240 ล้านแกลลอนสหรัฐต่อวัน โดยปัจจุบันบำบัดน้ำเสียให้แก่ประชากรประมาณ 650,000 คน ในเมือง Renton, Auburn, Bellevue, Issaquah, Kent และ Sammamish
กระบวนการบำบัดน้ำ
กระบวนการเริ่มต้นจากการกรองและการตกตะกอน (Sedimentation) จากนั้นจึงเข้าสู่การบำบัดขั้นทุติยภูมิด้วยถังเติมอากาศ (Aeration Tanks) และถังตกตะกอน (Clarifier Tanks) น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกฆ่าเชื้อด้วยไฮโปคลอไรต์ (Hypochlorite) และถูกส่งผ่านท่อส่งน้ำยาว 12 ไมล์ (19 กม.) ไปยัง Puget Sound
ที่ Duwamish Head น้ำเสียที่บำบัดแล้วจะถูกปล่อยออกสู่ Elliott Bay ที่ความลึก 607 ฟุต (185 เมตร) ผ่านท่อระบายน้ำ 168 จุด เพื่อให้เกิดการแพร่กระจายตัวของน้ำจืดที่เบากว่าในน้ำเค็ม

การจัดการกากตะกอนและพลังงาน
กากตะกอน (Solids) จะถูกบำบัดด้วยถังผสม (Blend Tank), ถังลอยตัวด้วยอากาศ (Dissolved Air Flotation Tank) และการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion) หลังจากนั้นจะถูกนำไปขายเป็นปุ๋ย Loop biosolids
นอกจากนี้ ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ที่ได้จากกระบวนการย่อยสลายจะถูกนำมาใช้เป็นพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้าภายในโรงงาน และส่วนที่เหลือจะถูกขายให้กับ Puget Sound Energy ในรูปแบบก๊าซธรรมชาติ ซึ่งในปี 2018 โรงงานสามารถสร้างรายได้จากการขายก๊าซธรรมชาติถึง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นวัตกรรมและบทบาททางสังคม
ในปี 2004 King County ได้ติดตั้งเซลล์เชื้อเพลิงคาร์บอเนตหลอมเหลว (Molten Carbonate Fuel Cell) ขนาด 1 MW ซึ่งในขณะนั้นเป็นเซลล์เชื้อเพลิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยร่วมมือกับ EPA ของสหรัฐฯ
โรงงานแห่งนี้ยังมีบทบาทในการให้ความรู้แก่สาธารณะ ผ่านการนำเที่ยวชมโรงงานและสวนสาธิต (Demonstration Garden) รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการกำจัดกากตะกอน (Septage Disposal) สำหรับธุรกิจและสถานประกอบการเชิงพาณิชย์
ความท้าทายและรางวัล
เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในหุบเขา Green River ที่มีความสูงต่ำ จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม ซึ่งทางโรงงานได้สร้างกำแพงกั้นน้ำเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ ในปี 2018 โรงงานได้รับรางวัลจาก Washington State Department of Ecology สำหรับผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม แต่ในปี 2019 ได้เกิดเหตุการณ์ปล่อยน้ำเสียที่บำบัดไม่สมบูรณ์ลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งนำไปสู่การปิดชายหาด
คำถามที่พบบ่อย
South Treatment Plant บำบัดน้ำเสียให้ใครบ้าง?
บำบัดน้ำเสียให้แก่ประชากรในเมือง Renton, Auburn, Bellevue, Issaquah, Kent และ Sammamish
กากตะกอนที่เหลือจากกระบวนการบำบัดน้ำเสียที่นี่ทำอย่างไร?
กากตะกอนจะถูกนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยที่เรียกว่า Loop biosolids เพื่อจำหน่ายต่อ
โรงงานแห่งนี้มีนวัตกรรมด้านพลังงานอย่างไร?
โรงงานมีการนำก๊าซชีวภาพที่ได้จากการบำบัดน้ำเสียมาปรับปรุงคุณภาพจนสามารถขายเป็นก๊าซธรรมชาติ และมีการใช้เซลล์เชื้อเพลิงคาร์บอเนตหลอมเหลวในการผลิตพลังงาน
